Saturday, February 24, 2024

Hermès ปลุกสัตว์ในตำนานให้มีชีวิตด้วยเทคนิคหัตถศิลป์

นาฬิกา Slim d’Hermès เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ฟังชื่อก็รู้เลยว่าเน้นเส้นสายที่โดดเด่นแต่เรียบง่าย ตัวเรือนทรงกลมขนาดบางมาพร้อมขาตัวเรือนเน้นเหลี่ยมมุม นอกจากเวอร์ชั่นแสดงเวลาแบบเบสิคแล้ว ยังมีรุ่นที่ได้รับการตกแต่งประดับประดาด้วยหัตถศิลป์ชั้นสูง ดังเช่น  Slim d’Hermès La Source de Pégase (สลิม แดร์เมส ลา ซูร์กซ์ เดอ เปกาส) หน้าปัดตกแต่งลวดลายม้าเฟกาซัสกางปีกที่มีสีสันสดใส ผสมผสานเทคนิคการลงยาและมาร์เก็ตทรี

ลวดลายม้าเพกาซัสนี้ได้รับการตีความใหม่ผ่านงานฝีมือด้านศิลปะที่มาจากผ้าพันคอไหม La Source de Pégase ที่ออกแบบโดย Pierre Marie (ปิแอร์ มารี) ศิลปินชาวฝรั่งเศส ผู้วาดภาพประกอบม้ามีปีกที่ใช้กีบกระแทกก้อนหินเพื่อสร้างน้ำพุ Hippocrene (ฮิปโปครีนี) บนภูเขา Helicon (เฮลิคอน)

คอลเลกชั่นนี้มี 2 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกมาในเฉดสีเหลืองประดับด้วยเพชรทรงสี่เหลี่ยมบาเก็ตต์ 52 เม็ด ผสานกับงานเคลือบสีลงยาด้วยเทคนิค Grand Feu (กรองด์ เฟอ) กับเทคนิคการตัดต่อลายด้วยฟางข้าว (straw marquetry) พื้นหน้าปัดเคลือบสีลงยาด้วยเทคนิคชอมเลอเว่ (Champlevé) ถูกตัดเป็นช่องขวาง เพื่อเติมผงแก้วสีที่ผสมกับน้ำมันธรรมชาติ จากนั้นนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 800 องศาเซลเซียส เพื่อสร้างสีสัน ภาพเพกาซัสที่นูนขึ้นประกอบด้วยชั้นเคลือบสีหลายชั้นที่ผ่านการอบและเผาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะนำไปแกะสลักด้วยมือ ปีกทรงพัดถูกสร้างขึ้นโดยใช้เทคนิคการตัดต่อลายด้วยฟางข้าว ซึ่งช่างฝีมือจะตัดแต่ละส่วนของข้าวไรย์ที่ถูกย้อมและทำให้แห้งที่เลือกไว้ล่วงหน้า และสร้างลายหลักโดยประกอบแต่ละเส้นบนแผ่นทองคำ จากนั้นก็วางลงบนพื้นเคลือบสีลงยา

เวอร์ชั่นที่สองมาในโทนสีฟ้าของท้องฟ้า เด่นด้วยภาพแกะสลักของเพกาซัส ปีกทอสีทองโดดเด่นบนพื้นหลังเปลือกหอยมุกที่ได้รับการลงสี สีที่แตกต่างกันถูกระบายบนพื้นหน้าปัดอย่างประณีตด้วยพู่กัน และถูกนำไปอบในเตาก่อนที่รูปของม้าสีทองจะปรากฏนูนเด่นด้วยเหล็กแหลมและสิ่วของช่างแกะสลัก และนำไประบายสีด้วยมือ สุดท้าย ขนปีกของมันก็จะถูกประกอบขึ้นด้วยแผ่นทองล้ำค่าที่ประกอบขึ้นเป็นชั้นๆ หลายชั้น และระบายทับด้วยสีสันที่สดใสพื้นหน้าปัดที่โดดเด่นทั้งสองแบบโอบล้อมด้วยตัวเรือนไวท์โกลด์ทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39.5 มิลลิเมตร

ผลงานทั้งสองเวอร์ชั่นทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติบางพิเศษ คาลิเบอร์ H1950 ที่ประดับตกแต่งด้วยลาย “ตัวอักษร Hs ทอประกาย” รังสรรค์ขึ้นในเวิร์กชอปของ Hermès Horloger ประกอบสายหนังจระเข้สีขาว Chantilly (ฌองติญี่) หรือสีฟ้า Mykonos (มิโคนอส) ตามความแตกต่างของนาฬิกาแต่ละรุ่นที่ผลิตในจำนวนจำกัดเพียงแบบละ 12 เรือน

Other Articles