Thursday, December 1, 2022

ผู้ชายก็เหงาเป็น ยืนยันโดย จอส เวอาห์ กับซิงเกิลแรกในชีวิต “เหงาเป็น (Lonely Mode)”

Words: Jidapa Boonmuang

Photographer: Adison Rusmeeronchai

ถ้าพูดถึงโปรเจ็กต์สุดฮ็อตช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้น Boys Don’t Cry โปรเจ็กต์อัลบั้มสุดพิเศษของทาง GMMTV ที่รวมตัว 9 หนุ่มกับ 9 บทเพลงซึ่งจะเป็นตัวแทนด้านเซนซิทีฟของผู้ชายใน 9 มุม เพื่อจะทำให้สังคมรู้ว่าผู้ชายก็อ่อนแอได้นะแล้วก็ไม่เห็นจะผิดอะไร! แล้วในวันนี้ L’Officiel ได้มีโอกาสพูดคุยแบบ exclusive กับ 1 ในสมาชิก Boys Don’t Cry นั่นก็คือ ‘จอส เวอาห์’ ผู้มากับบทเพลง “เหงาเป็น (Lonely Mode)” ซึ่งเพลงเต็มๆพร้อม Music Video ได้ถูกปล่อยมาแล้วหมาดๆ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา อะไรจะบังเอิญกับเลข 9 ขนาดนี้! มาฟังมุมมองรวมถึงเบื้องหลังต่างๆจากปากหนุ่ม ‘จอส เวอาห์’ กันว่าจะเหงาแบบ “ก้าว” ไปข้างหน้าหรือมูฟออนเป็นวงกลม!

มุมเสียใจในเพลงของจอสเป็นยังไงบ้าง

“สำหรับเพลง เหงาเป็น ของผมนะครับ อย่างที่กล่าวไปคือโปรเจ็กต์ Boys Don’t Cry เป็นด้านเซนซิทีฟของผู้ชาย 9 คนที่ไม่เหมือนกัน โดยที่ของจอสจะเป็นผู้ชายที่ภายนอกดูอบอุ่นและเฮฮาแต่ว่าจริงๆแล้วเขาก็มีมุมที่เหงาแล้วก็เสียใจครับ เพลงนี้ถูกเขียนมาจากตัวเราและด้านเซนซิทีฟของตัวเราครับ ผมเป็นคนไม่ได้ร้องไห้ยากแต่จะไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นแต่ว่าจะร้องไห้กับคยที่ร่วมทุกข์นั้นๆ ไปกับเราครับ สมมุติเราทะเลาะหรือมีความสุขกับคุณพ่อคุณแม่เราก็จะร้องไห้กับเขาได้แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเรากับคนอื่นต่อให้เป็นคนที่สนิทมากเราก็จะไม่ร้องให้เห็นครับ เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่อยากทำให้ใครเครียด”

ประสบการณ์การร้องเพลงของจอสก่อนจะออกซิงเกิลแรกในชีวิต

“ประสบการณ์การทำเพลงของผมติดลบครับ ผมเป็นคนร้องเพลงไม่เพราะ เวทีของผมที่ผ่านมาคือการเปิดลำโพงเสียงดังๆ ร้องเกาะในห้องน้ำครับ พี่ชายผมเคยพูดไว้ว่าเวลาจะอัดเสียงร้องเพลงให้อัดในห้องน้ำเสียงจะเพราะขึ้นครับ แต่ผมก็อัดแล้วนะก็ไม่เพราะอยู่ดี ผมเลยต้องไปเรียนไปฝึกเพิ่มอย่างหนักเลยครับ”

นอกจากเพลงนี้จะถูกเขียนมาจากตัวเราแล้วเรามีส่วนร่วมกับเพลงนี้มากน้อยแค่ไหน

“โปรดิวเซอร์ของผมคือพี่แม็ค ศรัณย์ครับ เราก็ไปคุยกับเขาว่าอยากได้ reference ประมาณไหน ซึ่งเราไม่มีประสลการณ์การทำเพลงมาก่อนเราเลยส่งเพลงที่ตัวเองชอบให้เขาครับว่าเราชอบสไตล์ประมาณนี้ ซึ่งเขาทำให้วง ETC  เป็นหลักด้วยครับ”

เพลงนี้เกี่ยวข้องยังไงกับน้ำตาลูกผู้ชายบ้าง

“เพลงของผมมันจะเป็นแนวเหงาๆ ไม่มีน้ำตาครับเนื่องจากเพลงมัน upbeat คือจังหวะมันเต้นได้โยกได้ครับ ซึ่งจริงๆเนื้อเพลงตอนแรกที่คิดกันไว้มันจะเศร้ากว่านี้แต่พอคุยกับคนที่ทำ MV คือพี่โจ้ Trasher เขารู้สึกว่าอยากให้เราดูมีชีวิตชีวามากกว่านี้ เพลงๆนึงสามารถตีความได้หลายแบบมาก สุดท้ายเราเลยตัดสินใจว่าอยากให้มันดู lively แล้วก็ให้ดูแบบว่าเรายังเหงาและคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ที่เราคิดถึงแล้วรู้สึกดี อารมณ์แบบ feel good เพราะว่าบางทีความเหงามันก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่นะครับ มันเป็นการที่เราคิดถึงวันวานแล้วเรามองกลับไปแล้วเราก็รู็สึกแฮปปี้กับมันมากกว่า ความเหงาของผมคือ positive thinking ครับ คนที่ฟังเพลงก็มาเหงาด้วยกันก็จะไม่เหงาแล้วครับ”

ในเพลงนี้มีท่อนแร็ปทั้งไทยและอังกฤษในเพลง มีที่มายังไงบ้าง

“MC ทอยเป็นคนแต่งแร็ปภาษาไทยให้ครับแล้วเราก็คุยกับพี่แม็ค ศรัณย์ว่าเราอยากให้มี identity ของเราด้วยนั่นก็คือภาษาอังกฤษมาแจมบ้างครับ ซึ่งเพื่อนผมเป็นคนแต่งท่อนแร็ปอังกฤษครับชื่อว่า เรย์เจย์ (ชื่อศิลปินคือ R Jizz) สามารถตามไปดูผลงานเขาได้ใน Spotify และ Youtube ครับเขาเก่งมากๆ แล้วผมเคยมีโอกาสได้ไปแร็ปในเพลงของรุ่นพี่ในเพจดูมันดิซึ่งก็ได้เรย์ เจย์เป็นคนแต่งแร็ปให้ทั้ง 2 เพลงเลยครับ พอมาเป็นโปรเจ็กต์นี้ผมเลยบอกพี่แม็คตั้งแต่แรกเลยว่าผมขอเว้นให้เพื่อนผมแต่งแร็ปท่อนนึงนะเพราะเหมือนกลายเป็นลายเซ็นของทุกเพลงที่ผมเคยทำครับ เนื้อร้องก็ใช่เลย ถ้าแปลเป็นไทยคือจะประมาณว่า ยังร้องไห้อยู่บ้างแต่ก็โอเค, สายตาผมมันโกหกไม่ได้เพราะว่าผมยังคิดถึงคุณอยู่ และ ผู้หญิงที่ดีมันหายากถ้าพูดตรงๆผมก็ยังหวังว่าคุณยังจะมีผมอยู่ในใจ”

ความสนุกของโปรเจ็กต์นี้สำหรับเรา

“ทุกอย่างเลยครับตั้งแต่ process เริ่มแรกที่รู้ว่าจะได้ร่วมโปรเจ็กต์จนกระทั่งได้อัดเพลง ระยะเวลาก็ประมาณ 5 เดือนครับ จนวันที่เป็นอีเวนท์เปิดตัวที่ห้างแล้วเราได้ขึ้นเวทีไปร้องนิดนึงวันนั้นผมรู้สึกภูมิใจและแฮปปี้มากๆ รู้สึกว่าเราซ้อมมานานมาก น้ำตาเราก็ไหลเบาๆ เพราะครูกรีนที่ฝึกเรามาตั้งแต่ต้นเขาก็ได้มายืนดูความสำเร็จของเราในวันนั้น เราเลยภูมิใจมากๆเลยครับ ซึ่งเดี๋ยวโปรเจ็กต์นี้มันจะไปจบลงที่คอนเสิร์ตซึ่งผมตื่นเต้นมากๆ ครับ เพราะว่าผมจะได้ขึ้นเวทีครั้งแรกในชีวิตแล้วเราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่เพราะว่าจริงๆเราไม่ได้เป็นศิลปินนักร้อง ก็เลยอยากจะทำให้มันเต็มที่”

มาพูดถึง Music Video ของจอสบ้างดีกว่ามันเป็นยังไง

“อย่างที่บอกคือแนวทางของเพลงตอนแรกมันจะไปในทาง เหงาๆ เศร้าๆ ถ้าผมนึกภาพตอนแรกก็เป็นชายเดินริมทะเลนึกภาพเก่าๆ อะไรแบบนั้นครับ แต่วพอเพลงมันออกเป็นตัวเต็มปุ้ป พี่โจ้ Trasher เลยเสนอให้ vibe เพลงมันสื่อในทางที่ lively มากกว่านี้เพราะคนอื่นเขาก็แซ้ดดิ่งกันหมดแล้ว เรามาฉีกดีกว่า เต้นได้ดีกว่า แล้วด้วยเพลงเรามีภาษาอังกฤษมีความเป็น international มาก็เลยดึง vibe ของเด็กฝรั่งปาร์ตี้ไฮสคูล, red cup, beer pong อะไรพวกนี้อะครับแล้วตื่นมาริมสระ ส่วนการแต่งตัวก็จะยุค 90s หน่อย Baggy Clothes 2000 ฮิปฮอปครับ นางเอก MV ก็เป็นน้อง เจมี่ จุฑาพิชญ์ GMM TV เหมือนกันซึ่งเป็นรุ่นน้องผมที่นิเทศ จุฬาครับรู้จักกันอยู่แล้ว ซึ่งน้องเขาให้ vibe เป็น international เราก็เลยรู้สึกว่าน้องเขาเหมาะครับ”

หลังจากนี้ จะมีซิงเกิลต่อไปอีกไหม

“ในอนาคตก็คิดเหมือนกันครับเพราะว่าตอนนี้เรารู้แล้วว่าต้องทำอะไรยังไงบ้างแต่ตอนนี้อยากโฟกัสเรื่องการแสดงแล้วโปรเจ็กต์อันนี้ให้ดีที่สุดก่อนครับ ในอนาคตอยากทำเพลงกับเพื่อนโดยที่ทำเพราะเราสนุกและเรา enjoy แบบซิงเกิลตอนนี้ก็เป็นแบบนี้ครับ ทำเต็มที่แล้วสนุก”

Other Articles