Wednesday, September 28, 2022

Here on Earth เอิร์ธ-ธีระภัทร์ เรืองฤทธิ์กุล กับทัศนคติแบบคูลๆ และผลงานเรื่องใหม่ของเขา

เอิร์ธ ธีระภัทร์ เป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากคนหนึ่งเลยล่ะ ระหว่างที่ต้องนั่งรอเป็นเวลานานให้ถึงเวลาถ่ายภาพ เขาไม่ปริปากบ่นสักคำ เราได้คุยกับเขาไปเรื่อยเปื่อย หนุ่มอารมณ์ดีวัย 24 บอกว่ารู้สึกตื่นเต้น “ผมไม่รู้ว่าจะโพสได้ไหม จะดูเด๋อหรือเปล่า ผมรู้สึกว่าการแสดงง่ายกว่าการถ่ายแบบ เพราะถ่ายแบบต้องดูดี ดูมุมให้มันถูก และคงเพราะผมสนุกกับการแสดงด้วยมั้ง มันเลยกดดันเวลาถ่ายแบบ” แต่การถ่ายแบบในคอนเซ็ปต์ฟลาวเวอร์บอยก็ไม่มีอุปสรรคอะไร แถมผลลัพธ์ยังออกมาดูดีอย่างมากทีเดียวเชียวแหละ

คอซีรีส์วายคงรู้ว่าเอิร์ธเคยรับบทในซีรีส์วาย 2Moons2 The Series มาก่อน แต่นั่นก็ผ่านมาสองปีแล้วจนเขาได้กลับมาแสดงใน ‘แอบมอง แอบจองรัก’ หรือ Secret Admirer The Series ซีรีส์เรื่องใหม่ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องดังที่แปลไปแล้วกว่า 6 ภาษา ผลงานการกำกับของอนุสรณ์ สร้อยสงิม เอิร์ธรับบทเป็นคิมหันต์ ชายหนุ่มที่แอบชอบพี่ชายข้างบ้าน ซึ่งแสดงโดยฟลุ๊ค-ชัชวาล จิตรักธรรม “เรื่องนี้มีนักแสดงประมาณ 20 กว่าคน ซึ่งเยอะมากครับ สำหรับผมมันเหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ เพราะมันห่างจากเรื่องแรกของผมประมาณสองปีได้ ผมก็ลืมความรู้สึกทางการแสดงไปบ้างแล้ว มันเลยเหมือนรีเฟรชตัวเอง ผมบอกเพื่อนๆ ว่าผมก็เป็นนักแสดงใหม่เหมือนๆ กัน” 

รู้สึกอย่างไรกับบทบาทคิมหันต์ในซีรีส์เรื่องใหม่ 

“รู้สึกว่าตัวละครตัวนี้เขินเก่งจัง แค่เขามองหน้าก็เขินแล้ว แต่ก็มีสิ่งที่ค่อนข้างเป็นผม เพราะผู้กำกับเขียนโดยนึกถึงเรา (ผู้กำกับคนเดียวกับ 2Moons2 The Series) เลยไม่มีปัญหาในการเข้าคาแร็กเตอร์ แต่มันจะมีประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นมา อย่างการใช้อารมณ์ที่จะท้าทายผมมากขึ้น ตอนนี้อยู่ในช่วงทำความเข้าใจบท แล้วก็พยายามสรุปคาแร็กเตอร์ออกมาว่าเขามีอะไรพิเศษบ้าง ผมอยากสร้างตัวละครให้มีชีวิตจริงมากที่สุด ผมอยากสร้างคุณค่าให้กับตัวละครที่ผมเล่นครับ”    

ช่วยเล่าถึงแบ็กกราวด์ของเอิร์ธให้ฟังได้ไหมคะ วัยเด็กเป็นอย่างไร 

“ครอบครัวผมธรรมดามากครับ ตอนเด็กผมชอบเล่นคอมอยู่บ้าน ไม่ค่อยกล้าแสดงออก ไม่กล้าเข้าเซเว่นไปซื้อของก็เลยมีเงินเก็บเยอะมากเพราะไม่ซื้ออะไรเลย สมัยเป็นนักเรียนผมว่าผมดื้อนะ แต่ก็โดนบูลลี่ด้วย คือเป็นเด็กเนิร์ดหัวเกรียน ใส่ถุงเท้าสูง กางเกงยาวเกือบจะเป็นกระโปรงได้เลย สะพายกระเป๋าหนักๆ ใส่แว่นเด๋อๆ ก็เลยโดนแกล้งตลอด คิดว่าน่าจะเป็นบุคลิกผมที่คนไม่เข้าใจ”

ว่าแต่อะไรจุดประกายให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง 

“เมื่อก่อนผมคบกับเพื่อนกลุ่มเดียว ไม่ทำกิจกรรมอะไร กลับบ้านเล่นเกม จนช่วงรอยต่อระหว่างมัธยม 3-4 ผมก็พยายามเปลี่ยนตัวเองเพราะคิดว่าจะทนให้เพื่อนแกล้งอย่างนี้ไม่ได้ ผมเปลี่ยนมาตั้งใจเรียนมากขึ้น ทำกิจกรรม เล่นละครโรงเรียน ดูแลตัวเองมากขึ้น คนก็สนใจเรามากขึ้น จุดพีคคือตอนเล่นละครของโรงเรียน ก็มีน้องๆ มาถ่ายรูปให้ กลายเป็นป็อปในโรงเรียน คิดว่าการที่มีคนชมมั้งครับ พอเราได้รับพลังบวกมันทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าในสายตาของเขา เราก็มีดีนี่หว่า แล้วมันก็ผลักดันผมให้มาทางนี้ ทางการแสดง” 

นั่นเป็นจุดที่ทำให้เอิร์ธสนใจการแสดงจริงๆ จังๆ 

“ใช่ครับ ละครโรงเรียนนี่ล่ะครับ คือผมอยากเป็นนักแสดง อยากเป็นจุดสนใจของคนอื่น แต่เมื่อก่อนผมก็อคติกับคำนี้นะ การเป็นจุดสนใจมันไม่ดี แต่พอโตมาก็รู้สึกว่าดีนะการที่มีคนสนใจ มันไม่มีอะไรเสียหายและไม่ได้เดือดร้อนใคร ผมเลยมุ่งมาทางนี้โดยไม่ได้คิดอะไรเยอะ ผมรู้สึกว่ารักมัน ผมต้องการคนที่เห็นคุณค่าผมจริงๆ”

แล้วจริงๆ ก่อนมาเจอการแสดง เคยอยากเป็นอะไรมาก่อน

“ผมชอบพวกวิศวะคอม ผมชอบคอมพิวเตอร์ อิเล็กโทรนิก ชอบแงะทุกอย่าง อยากรู้ข้างในมันมีอะไร แต่ผมเรียนไม่ดี ก็เลยไปต่อทางวิศวะได้ เราก็เปลี่ยนมาทางสายศิลปะ”

แล้วโอกาสแรกในการแสดงมาถึงมือเราได้อย่างไร

“ต้องย้อนไปเมื่อสองปีก่อน ช่วงรอยต่อระหว่างก่อนจะเรียนจบมหาวิทยาลัย (คณะมนุษยศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ ม.หอการค้าไทย) ก็คิดอยู่ว่าจบแล้วจะทำอะไร ตอนนั้นเห็นประกาศรับนักแสดง 2Moons2 The Series ก็เลยไปลองแคสต์ ตอนที่ประกาศผลว่าได้ ผมนั่งช่วยงานอยู่ในห้องพักครู ก็มีคนโทรเข้ามาบอกว่าผมได้รับบทเป็นวาโย หลังจากประโยคนี้สมองผมก็ตัดทุกอย่าง แล้วก็ดีใจลั่นห้องเลย”  

เวลาแสดงซีรีส์วายกับเพื่อนๆ เขินกันเองไหม  

“ต้องบอกว่าตอนถ่ายทำกับหลังถ่ายทำ ความรู้สึกมันคนละเรื่องกันเลย ตอนถ่ายทำมันเขินจริง เพราะเราปล่อยให้ตัวเรารู้สึก ใส่อารมณ์ลงไป ตอนนั้นเล่นกับเบน เบนจามิน ก็เขินมัน พี่ต้องดูตามันใกล้ๆ ครับ มันมีฉากที่นั่งจ้องหน้ากันอยู่บนเตียง จ้องหน้ากัน ต้องบอกชอบ แล้วผมก็แบบ ‘ฮึ้ย ไม่นะ’ (หัวเราะ) ตอนนั้นเขินจริง หน้าแดงเลย แต่พอซีรีส์ออนไปก็มาดู แล้วมองหน้ามันใหม่ เราก็แบบอะไรวะ ทำอะไรวะตอนนั้น (หัวเราะ)”

ตอนนี้กำลังจะมีผลงานเรื่องที่สองแล้ว ตั้งใจกับวงการบันเทิงนี้อย่างไร

“ผมอยากแสดงไปเรื่อยๆ แล้วก็อยากไปต่อกับงานด้านอื่นๆ ด้วย การแสดงมันมีหลากหลาย ทุกเรื่องที่เข้ามามีคุณค่าและทำให้คนได้เห็นและจดจำเรา แล้วยังมีอย่างอื่นให้เราลองอีก เราทำได้ไม่หมดหรอกครับ แต่ผมก็อยากทำเท่าที่ทำได้ สิ่งที่ชอบในการแสดงก็คือการได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้เจอคนใหม่ๆ แล้วก็อยากทำเบื้องหลังด้วย เราก็อยากจะสร้างอะไรให้คนดู และความฝันอีกอย่างคืออยากเป็นนักแสดงที่อื่นด้วย ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย อยากจะลองดู อยากลองอะไรใหม่ๆ อยู่ในที่ที่เราพูดภาษาเขาไม่ค่อยได้” 

ตอนนี้จบปริญญาตรีแล้วใช่ไหมคะ นอกจากงานแสดง งานอีเวนต์ ทำอะไรอีกบ้าง

“ตอนนี้ผมกำลังเรียนปริญญาโท International Digital Business ที่ม.รังสิต ผมเป็นคนอ่อนภาษาอังกฤษมากๆ คิดว่าการเรียนในสังคมภาษาอังกฤษน่าจะดี อย่างที่บอกว่าอยากทำเบื้องหลังด้วย ก็เลยคิดว่าเรียนด้านดิจิตัลให้รู้เพิ่มไว้น่าจะดี มันยากมากๆ ฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่มีเพื่อนๆ และอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือเป็นกำลังใจและให้คำแนะนำครับ” 

แล้วชอบทำอะไรเป็นพิเศษไหม

“ตอนนี้เหรอ ผมชอบทำกับข้าว เป็นเพราะบทคิมหันต์ที่ต้องทำอาหารเป็นด้วย ผมไม่เคยแตะครัวในคอนโดเลย แต่พอต้องเล่นบทนี้ก็เลยลองทำดู ก็รู้สึกว่าเราใช้ได้นี่นา (หัวเราะ) ก็เริ่มทำอะไรยากขึ้น กะเพราะเอย สปาเก็ตตี้มีตบอล ตอนนี้ก็ทำกินมาเรื่อยๆ แต่เบสิกสุดก็กะเพราะไข่ดาว”

มีอะไรบ้างที่แฟนๆ ทำให้แล้วเอิร์ธประทับใจ

“ตอนวันเกิดที่ผ่านมาเขาก็เข้ามาอวยพรให้เรา อยากเห็นเราก้าวหน้าต่อไป และจะสนับสนุนเราไปเรื่อยๆ อยากให้เราตามความฝันของเรา แล้วเขาจะสนับสนุนเรา ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ครับ”

รู้สึกอย่างไรเวลามีคนบอกว่าเราเป็นหนุ่มหน้าหวาน

“ผมไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยคิดว่าเราหน้าหวาน จริงเหรอ ใช่เหรอ หรือเวลาคนชมว่าเราน่ารัก ในใจผมก็แบบใช่เหรอ  น่ารักเหรอ แต่ก็ขอบคุณที่เขาชมผมนะ” 

เอิร์ธชื่นชอบอะไรในตัวเอง

“รอยยิ้มมั้งครับ คนอื่นบอกว่าเวลายิ้มเราดูมีความสุข แล้วทำให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย” 

Photographer: Chatchanan Chantajinda

Photographer Assistant: Chudchpong Aumponrat 

Stylist : Piphacha Vonpiankul 

Writer: Pimpilai Boonjong

Makeup : Thanachok Siriveeraphan

Hair : Boonsiri Noi-iam

Stylist Assistant : Napat Roongruang

Video Editor: Ketsara Leecharoen

Other Articles