Wednesday, September 28, 2022

ดา เอ็นโดรฟิน นักร้องสาวมาดเท่ที่ยืนหนึ่งตลอดกาลเรื่องพลังเสียง

ธนิดา ธรรมวิมล ชื่อที่ฟังแล้วไม่อ๋อเท่า ‘ดา เอ็นโดรฟิน’ ศิลปินที่เปิดตัวครั้งแรกก็โด่งดังไปทั่วทุกตรอกซอกซอยทั้งเพลงและคนร้อง ‘เพื่อนสนิท’ จากอัลบัมแรกที่ชื่อว่า ‘พริก’ เป็นเพลงดังที่ร้องกันได้ทุกเจน ดาเป็นหนึ่งในศิลปินไทยไม่กี่คนที่มีเพลงขึ้นหิ้งมากมายนับไม่ถ้วน หลายเพลงยังฟังไม่รู้เบื่อจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘ภาพลวงตา’ ‘น้ำเต็มแก้ว’ ‘อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง’ ‘ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน’ ‘ได้ยินไหม’ รวมถึง ‘สิ่งสำคัญ’ เพลงทีเด็ดที่เจ้าตัวบอกว่าร้องทีไรก็อินทุกที

เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นนักร้องโดยแท้ เพราะระหว่างทางเธอไม่เคยเปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่นเลย นอกจากเข้าห้องอัดทำเพลง ตระเวนทัวร์ แสดงคอนเสิร์ต วนอยู่แบบนี้มานานถึง 16 ปี

พอเป็นศิลปินอิสระเต็มตัวแล้ว ชีวิตโดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง

“หลังจากทำหน้าที่นักร้องในค่ายแบบเต็มที่แล้ว ช่วงที่เป็นศิลปินอิสระก็จะช็อปปิ้ง ดาใช้คำนี้ละกัน หาโปรดิวเซอร์ ติดต่อเพื่อนเก่า ดายังเป็นนักร้องค่ะ และเป็นฟรีแลนซ์ศิลปิน ตอนนี้เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์กับสตูดิโอ 28 ดาว่าตัวเองโชคดีที่เจอกลุ่มทางพี่แฟง (พรหมสร ริ้วภากร) ที่เป็นเจ้าของสตูดิโอ เรามีแนวทางเดียวกันในการหาศิลปิน ดา 34 ปีนี้ ดาอยากเริ่มเฟดทัวร์ อยากปั้นเด็ก เหมือนมองตัวเองตอนเป็นเด็กน่ะค่ะ สิ่งที่เรามองไว้ในการที่จะเป็นศิลปินที่ดีหนึ่งคน คือเราจะเอาไปใส่ให้เขาเต็มที่ เพราะเป็นแพสชั่นอันใหม่ของเรา ดารู้สึกว่าดาผิด ดาพลาด ดาได้ดีหรือไม่ได้ดีอะไร ดาจะส่งต่อหลักสูตรนี้ให้รุ่นน้อง แล้วเขาก็จะได้ฟอลโลว์อัพในมุมที่เราผ่านมาแล้ว”

มีอะไรตื่นเต้นหรือท้าทายบ้างกับหมวกใบใหม่

“การเป็นศิลปินในค่ายมันมีแพลตฟอร์มที่มั่นคงเป็นขั้นตอน เพราะฉะนั้นข้อดีที่เราได้ทั้งจากการเป็นศิลปินในค่ายและเป็นศิลปินอิสระมันค่อยๆ ปรับในมุมที่เราคิดว่าอันนี้เหมาะกับเรา อันนี้ไม่เหมาะกับเรา คล้ายๆ เรียนโรงเรียนประจำแล้วก็มาเรียนเอง ดาคิดว่ามันคือช่วงโลกเทิร์นพอดี ดาทันยุคคาสเซ็ตต์ปีสุดท้าย ตอนนี้คือยุค Spotify, Jook เพลงไปอยู่บนแอร์หมดแล้ว

แต่ดาว่าไม่มีอะไรสามารถทำร้ายความตั้งใจของศิลปินได้ ไม่ว่าโลกจะเทิร์นไปเป็นยังไง ถ้าเราซื่อสัตย์กับผลงานจริงๆ เราการันตีด้วยคุณภาพของงาน ดาว่ามันยืนยาวเหมือน long term friendship แบบฉันไม่ได้มาซื้อใจหรืออยากให้เธอประทับใจแค่วันนี้ แล้วพรุ่งนี้ฉันก็สะบัดบ็อบใส่ แต่มันคือคุณภาพของทุกชิ้นงาน”

คุณคิดอย่างไรกับวงการเพลงยุคนี้

“ดาคิดว่าเป็นจุดเทิร์นที่ใหญ่นะคะ แต่ในจุดเทิร์นก็มีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวของมัน ข้อเสียคืออาจจะดูฉาบฉวยในบางจังหวะบางโอกาส เพราะว่าในโลกดิจิตัลทุกอย่างปรุงแต่งได้ มันฉาบได้ มันดูสวย มันดูเป็นหนังสั้นได้ ดูเป็นโซเชียลไวรัลได้ อันนั้นเป็นข้อดีในการสไปซ์อัพวงการ

แต่ยุคนี้ทุกอย่างมันเร็วขึ้น และในความเร็วในทำให้เรารู้สึกว่าต้องผลักดันตัวเองมากขึ้น คือการแข่งขันมันใหญ่มากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะแข่ง เจอคนเก่งแล้วจะทำยังไงให้อยู่กับเขาได้ เจอคนเก่งกว่าจะทำยังไงให้ขึ้นไปอีก ดาคิดว่าทุกอย่างที่มันไวและต้องแข่งขันกันหนักๆ มันก็มีข้อดี เพราะทุกคนอยากไปถึงจุดนั้นให้ได้ ดังนั้นต้องพยายาม ดาคิดว่าข้อดีอีกอย่างคือเราได้ใกล้ชิดกับความคิดเห็นของโซเชียล หรือเห็นหน้าแฟนเพลงที่ซัพพอร์ตเราจริงๆ ซึ่งอาจจะต้องรู้จักใช้ และฉลาดที่จะอยู่กับมันให้ได้”

รับมือกับโซเชียลอย่างไรเวลามีข่าวตัวเอง

“คือดาดูแรงแต่ดาใจเย็นนะ ในการที่โดนบูลลี่หรือโดนแบตเทิล หรือว่าข้อความไร้สาระที่บางทีมันทำให้ห่อเหี่ยว ดาว่าสุดท้ายแล้วถ้าเราไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ มันเป็นแค่บรรยากาศที่มวนเข้ามาแล้วก็จะหายไป คิดอย่างนี้ดีกว่า แบบฮึ! กลิ่นอะไรอะ แล้วเดี๋ยวมันก็ไป (ขำแรงพร้อมกัน) ดาคิดว่าถ้าเราไม่ดึงให้มันมาทำลายความรู้สึกหรือบรรยากาศ ดาว่าเราเลือกได้ อยู่ที่เราเลือกมองมากกว่า”

ดา เอ็นโดรฟิน ชื่อนี้เกิดได้เพราะความดื้อแพ่งกับพ่อแบบไม่ลดละเลยถูกไหม

“ดาว่าเป็นแทบทุกครอบครัวนะ บ้านที่พ่อแม่คนละสีกับลูก ดาว่าสุดท้ายตัวเองเราจะรู้ดีที่สุดว่าทำอะไรอยู่มากกว่า บางทีการพลีสมากๆ มันก็เหนื่อยนะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องพลีส ทำไปเลย อยู่กับตัวเอง แข่งกับตัวเองนี่แหละเป็นด่านแรก ก่อนที่จะไป success เรื่องอื่น ดาว่าด่านแรกสำคัญสุด ดาไฟต์พอสมควรตั้งแต่เด็กค่ะ ผลลัพธ์ก็เลยค่อนข้างหนักแน่น

ดาว่ามันคุ้มมากที่ค่อยๆ เติบโตมาในสายดนตรี คือดาอาจจะก้าวพลาดได้ในช่วงที่เล่นผับ อาจติดยาไปเลยก็ได้ เพราะมันอยู่ในสายดาร์กเยอะมากค่ะ ดาเข้าใจนะทำไมพ่อไม่โอเค พ่อเป็นตำรวจ แล้วคดีที่พ่อทำทุกวันคืออีพวกนักดนตรีเล่นยาทะเลาะกัน เมาตีกัน เพราะฉะนั้นภาพนักดนตรีไม่ดีเลยในช่วงสิบปีที่แล้ว มีช่วงที่แบบถ้าหนักแน่นไม่พอ หรือว่าถ้าหลุดไปนิดหนึ่งอาจจะไม่มีดาวันนี้ก็ได้

ดาคิดว่าต่อให้มีเรื่องสนุกตามทางหรือต้องมีลูกล่อลูกชนทำให้เราเบี้ยวไปเบี้ยวมาได้ แต่สุดท้ายมันเหมือนเราเคารพตัวเองมากๆ แบบรักตัวเองมาก เราอยากให้มันสำเร็จ เราอยากให้ที่บ้านภูมิใจ และมีความอยากเลี้ยงดูที่บ้านอยู่ในนั้นด้วย เหมือนเราเป็นพี่สาวคนโต ฉันต้องทำให้ที่บ้านสบาย”

ถ้าลูกเป็นเหมือนคุณ คิดว่าจะเลี้ยงเขาแบบไหน

“ดาคิดว่าเราเห็นมาแล้วว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ดารู้สึกว่ามันดีซะอีกที่เราเห็นทั้งสองด้าน ทั้งที่เขาเชื่อกับที่เราเชื่อ เพราะฉะนั้นเราได้เปรียบสิ เพราะเรารู้ว่าตรงกลางที่พอดีมันคืออะไร ถ้าลูกอยากกินเหล้า ดาจะไปกับลูกค่ะ ดาคิดว่าน่าจะมีมุมที่คุยกันได้ เอ้าลองดู ก็ลองต่อหน้ากัน คิดว่าน่าจะเป็นแนวๆ นี้ พูดแบบขำๆ นะคะ ถ้าจะซ่าคือซ่าเท่าเราได้ แต่อย่าเกิน คือแค่นี้พอแล้ว ถ้าจะแรดก็แค่นี้ ถ้ามากกว่านี้คือเอาไม่อยู่แล้ว (หัวเราะ) ดาว่าตัวเองใช้ชีวิตมันนะ แต่ก็ฉลาดกับมันด้วย”

คุณเป็นคนมั่นใจ เคยตัดสินใจพลาดบ้างไหม

“ไม่รู้นะ แต่บางทีเราก็มีแบบแวบๆ ดาไม่เคยเรียนปี 1 ปี 2 ไม่มีชีวิตในมหาลัย ถ้าย้อนไปได้ดาอยากเรียนเปียโน อยากอ่านโน้ตเป็น อยากทำซาวน์เอ็นจิเนียร์ได้บ้าง อยากเรียนแต่งเพลง เพื่อเราจะได้สร้างคุณภาพในค่ายได้อีก อ้อ ถ้าพลาดก็มีอ้วกต่อหน้าลูกค้า (หัวเราะ) ตอนเล่นผับช่วงแรกๆ น่ะค่ะ

ดาจำได้ว่าเพลงเพื่อนสนิท แรกๆ คนฟังยังไม่รู้เลยว่านักร้องคือใคร เอ็มวีมีแต่โฟร์ (ศกลรัตน์) คนนึกว่าโฟร์ร้อง ตอนนั้นยังงงกับตัวเองอยู่เพราะเพิ่งขึ้น ม.6 ทำตัวไม่ถูก เป็นนักร้องเป็นยังไงเหรอ คนเริ่มมาขอลายเซ็น พอเริ่ม success แล้วเราก็โตขึ้น ดาชอบเวย์ที่เราค่อยๆ โตนะ เพราะรู้สึกว่าดารอคอยมัน เราเลยไม่อยากจะทำพัง

แล้วกว่าจะมาถึงวันนี้เราตั้งใจมาก เพราะฉะนั้นงานละเมียดทุกอัน ร้องละเมียดตลอด และไม่ใช่แค่ดาสำเร็จ ดารู้สึกว่าดาเอาคุณภาพของวงการดนตรีไทยขึ้นไปอีกเลเวลหนึ่งด้วย ถ้าคุณจะร้องเพลงแบบนี้ ถ้าคุณจะร้องสด ถ้าคุณจะเอาเวทีให้อยู่ ดาบิลด์สแตนดาร์ดของเพลง ของการเป็นนักร้องผู้หญิงขึ้นไปอีก ดาไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนร้องเพลงเก่งที่สุด หรือร้องเพราะที่สุดนะ”

ทำไมทุกเพลงของดาทำให้คนฟังอึ้งได้ตลอด

“เพลงมีทั้งหน้า A หน้า B เพลงหน้า B ที่ไม่ดังแต่ดาชอบก็มี หลายๆ โปรเจ็กต์ที่แอบทำ แบบอันนี้ฉันชอบของฉันส่วนตัว โชคดีว่าเราอาจจะเกิดจากวงที่เล่นผับมาแล้ว ประกวดดนตรีก็ประกวดมาแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาเราเสพเพลง ดาเสพตั้งแต่อินดี้ อันเดอร์กราวน์แบบไม่ดังเลยจนถึงเพลงเมนสตรีมดังๆ เราก็จะมองมุมนั้นในผลงานของเราเหมือนกัน

ความสำเร็จคงเป็นเพราะการมีวินัยมากกว่า ถ้าอัดเสียงบางทีดาไม่ออกข้างนอก ไม่ปาร์ตี้ ไม่ดื่มเป็นเดือนนะ ยิ่งคอนเสิร์ตใหญ่จะไม่แตะเลย อีกอย่างคือความตั้งใจในห้องอัด ดารู้สึกว่าเวลาพรีเซนต์หรือร้องในห้องอัด ดาจะทำหลายๆ เทสต์ ทำหลายๆ ฟีลดู คือไม่ขี้เกียจในการหาออปชั่น บางทีดาเรียกเพื่อนมาช่วยตัดสินด้วยนะว่าชอบไหม และเป็นธรรมชาติของการทำงานในห้องอัดคือไม่มีอีโก้ ไม่มีกำแพง เพราะการมองเห็นจากหลายๆ ตาหลายๆ หูมันจะได้ 360 องศามากกว่า”

16 ปีเรียนรู้อะไรบ้าง

“เรื่องคุณภาพเนี่ยชัวร์ๆ คือดาทำการบ้านที่ดีมาจากค่ายเพลงใหญ่อย่างแกรมมี่ ดาคิดว่าคุ้มแล้วแหละ พอได้มาอยู่เอง ได้ทัวร์ คิดงานเอง หรือทำนักร้องในค่ายตัวเองแล้วจะประสบความสำเร็จไหม ออกมาทำเองแล้วในความเหนื่อยนั้นสนุกไหม มันกลายเป็นแพสชั่นฉากที่สองละ เพราะฉากแรกจบไปแล้ว

สิ่งที่ทุ่มเทมาทั้งหมด 16 ปี ดาภูมิใจนะ บางทีเด็กๆ คอมเมนต์มาว่าหนูตามพี่ตั้งแต่ ม.3 จนถึงทุกวันนี้ พี่อยู่ในใจหนูตลอดเวลา ฟังอะไรแบบนี้แล้วเรารู้สึกว่าเนี่ยแหละคนเราไม่ต้องพูด ทำไปเลย ดาว่าแข่งกับอะไรก็ไม่สู้แข่งกับตัวเอง ถ้ารู้สึกว่าคุณภาพไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ อย่ามาแค่งับๆๆ แล้วไป ดาเกิดมาจากการเป็นนักร้องจริงๆ และไม่เคยลืม ไม่ว่าเราจะโต เราแฟชั่นมากขึ้น หรือโซเชียลมากขึ้น ใดๆ ก็ตามคุณเป็นนักร้อง อยู่บนเวทีคุณคือนักร้อง ต้องร้องเพลงให้ดี”

อะไรคือความสุขของดา เอ็นโดรฟิน

“คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเติมไฟอยู่เรื่อยๆ อาจจะไปเที่ยวเอย มีครอบครัวเอยหรือเปล่า (ยิ้ม) เหมือนเราสร้างไตเติ้ลใหม่ให้หนังเรื่อยๆ ดาว่าสนุกดี ชีวิตนี้คงกลับไปเป็นเส้นแบบ flat ไม่ได้แล้ว ต้องหาเรื่อง spice up แบบว่าสร้างหัวข้อใหม่เรื่อยๆ

ดาเป็นคนไม่กลัวนะ ดาว่าพอเราสร้างความกลัวขึ้นมาหรือพารานอยด์ไปก่อน มันจะบล็อกเอเนอร์จี้ดีๆ เข้ามา เพราะฉะนั้นทำไปก่อน พลาดคือพลาด มึงเป็นมนุษย์คนหนึ่งเว้ย”

ยังมีอะไรที่อยากสอนตัวเองไหม

“สมมติมีสองร่างนะทะเลาะกัน ‘ช้าๆ หน่อย’ ‘ชิลๆ หน่อย’ ‘มึงเบาๆ หน่อย’ ประมาณนั้น”

บอกข่าวดีให้แฟนๆ เตรียมตัวหน่อย

“ปีหน้ามีคอนเสิร์ตใหญ่รียูเนียนแน่นอน เพราะจัดปีนี้ก็ไม่เต็มค่ะ (หัวเราะ)”

Photographer: Adison Rutsameeronchai

Stylist: Watcharachai Nun-ngam

Makeup: Bandit Boonmee

Hair: Rungrot Cheusuwan

Photographer Assistant: Anurak Duangta

Special Thanks: Xspace Gallery Tel. 0-2005-3550

Other Articles