Advertisement

Sunday, March 7, 2021

Advertisement

ก้าวข้ามพรมแดนไปกับ Rolex

ความมุ่งมั่นเพื่อสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืนROLEX และการสํารวจ

สําหรับผู้ก่อตั้ง Rolex อย่างHans Wilsdorf โลกนี้เปรียบได้ดั่งห้องทดลองที่มีชีวิต เขาเริ่มทดสอบนาฬิกาของเขาในห้องทดลองนี้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930โดยการส่งนาฬิกาไปยังสถานที่สุดหฤโหดเพื่อสนับสนุนเหล่านักสํารวจที่เดินทางไปสู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ในปัจจุบันโลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 21การสํารวจเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้กรุยทางไปสู่การสํารวจเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติของโลก ซึ่ง Rolex ยังคงสืบสานเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งโดยสนับสนุนเหล่านักสํารวจในปัจจุบัน เพื่อการปฏิบัติภารกิจใหม่ของพวกเขา นั่นคือ การสร้างความยั่งยืนให้แก่โลกของเราสืบไปเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ในปี 2019 Rolex ได้เปิดตัวแคมเปญ Perpetual Planet และในปัจจุบันได้ต่อยอดความร่วมมือกับ National Geographic Society เพื่อศึกษาถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโครงการ Mission Blue ของ Sylvia Earle ด้วยความตั้งใจที่จะปกป้องมหาสมุทรผ่านเครือข่ายคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล “Hope Spots” นอกจากนี้ ยังได้มอบรางวัล Rolex Awards for Enterprise เพื่อเชิดชูบุคคลที่ดําเนินโครงการเสริมสร้างองค์ความรู้และปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

1953 – British Mount Everest Expedition.
  • ประวัติศาสตร์อันยาวนานในการสนับสนุนการสํารวจ

เป็นเวลาเกือบศตวรรษที่ Rolex ให้การสนับสนุนอย่างจริงจังแก่นักสํารวจบุกเบิก ซึ่งเป็นบุคคลที่ขยายเขตแดนแห่งความมุมานะพยายามของมนุษยชาติ โดยเดินทางเข้าไปสํารวจในพื้นที่ที่มีความหฤโหดที่สุดในโลก เพื่อไขความลับเกี่ยวกับธรรมชาติในโลกใบนี้ ซึ่งนาฬิกา Rolex ได้ติดตามนักสํารวจเหล่านี้ไปทั้งบนยอดเขาที่สูงที่สุดและดําดิ่งลงไปยังพื้นใต้ท้องมหาสมุทร เป็นเพื่อนคู่กายที่เที่ยงตรงและไว้วางใจได้ ในทางกลับกัน การเดินทางสํารวจเพื่อการค้นพบอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นห้องทดลองที่มีชีวิตสําหรับแบรนด์ในการทดสอบและพัฒนาเรือนเวลาแต่ละรุ่น

  • การสํารวจในดินแดนสุดหฤโหด

Rolex ได้เกี่ยวโยงกับการสํารวจที่สําคัญของโลกหลายครั้งในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา เช่นในปี1933แบรนด์ได้สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ แก่คณะสํารวจ British Everest Expedition และอีกครั้งในปี 1953กับภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ของ Sir John Hunt ที่สร้างชื่อให้ Sir Edmund HillaryและTenzing Norgayเป็นสองบุคคลแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สําเร็จ เพื่อเป็นเกียรติยศเชิดชูแก่การพิชิตเอเวอเรสต์ครั้งนี้ Rolex ได้เปิดตัวนาฬิกาคู่กายนักสํารวจในปี 1953โดยได้พัฒนานาฬิการุ่น Explorer ให้มีกรอบนาฬิกาที่แข็งแกร่ง หน้าปัดชัดเจน รองรับสภาพแวดล้อมที่หฤโหดได้เป็นอย่างดี และนับตั้งแต่นั้นมา นาฬิการุ่น Explorer ก็ได้รวมความก้าวล้ำทางเทคนิคของนาฬิกา Rolex เอาไว้ทั้งหมด โดยคงรูปลักษณ์ไว้เหมือนเช่นเดิม

Swiss Everest 50th Anniversary Expedition, 1952–2002.
  • Rolex ยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 1954ได้สานความร่วมมือครั้งสําคัญที่ดําเนินต่อมายาวนาน โดยเป็นพันธมิตรกับ National Geographic Society และได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสําคัญมากมายตลอดหลายปีต่อมาในปี1960การมีส่วนร่วมในการสํารวจของ Rolex มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ โดยเดินทางลงสู่ใต้น้ํามากกว่าจะไต่ขึ้นภูเขา ได้ริเริ่มสํารวจบริเวณ Mariana Trench ด้านแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดในท้องมหาสมุทร เทียบได้กับความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ที่บวกเพิ่มไปอีก2,000เมตร

1960 – Descent of the Trieste to the Mariana Trench.

ยานสํารวจน้ําลึก Triesteที่บังคับการโดย Jacques Piccard และ Don Walsh ได้ติดตั้งRolex Oyster รุ่นทดลองชื่อ Deep Sea Special ไว้ที่ภายนอกตัวยานสํารวจขณะดําดิ่งลงไปยังท้องสมุทรที่สถิติความลึกระดับ 10,916เมตร (35,800ฟุต) ซึ่งนาฬิกาได้ทํางานอย่างเป็นปกติสมบูรณ์เมื่อยานสํารวจขึ้นสู่เหนือน้ําแม้จะต้องอยู่ภายใต้แรงดันอันสุดขั้ว ซึ่งทั้ง Piccard และ Walsh ถือได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่สามารถลงไปยังท้องสมุทรได้ลึกที่สุดยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

เมื่อมีบทบาทการทํางานด้านสํารวจมากขึ้น ในปี 1971Rolex ได้เปิดตัวรุ่น Explorer II โดดเด่นด้วยวันที่บนหน้าปัด เพิ่มเข็มบอกเวลา 24ชั่วโมง และขอบหน้าปัดแบบยึดตายตัวพร้อมขั้นบอกเวลา 24ชั่วโมง ช่วยให้ผู้สวมใส่แยกความแตกต่างระหว่างเวลากลางวันออกจากเวลากลางคืน อันเป็นคุณสมบัติที่จําเป็นสําหรับการสํารวจในสภาพแวดล้อมที่ความมืดปกคลุม เช่น ในถ้ําลึก หรือดินแดนแถบขั้วโลกที่มีแต่แสงสว่างนาน 6เดือน และความมืดมิดอีก 6เดือน

James Cameron’s Deepsea Challenger submersible on a test dive in Papua New Guinea.
  • การสืบสานปณิธานเพื่อความยั่งยืนตลอดไป

วิสัยทัศน์และค่านิยมของ Hans Wilsdorf ยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางของบริษัทจนถึงทุกวันนี้ นับตั้งแต่การสํารวจเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ มาสู่ยุคที่การสํารวจเป็นแนวทางหนึ่งในการอนุรักษ์ธรรมชาติของโลกนี้ให้คงอยู่สืบไป Rolex ตั้งมั่นที่จะสานต่อปณิธานของผู้ก่อตั้งให้คงอยู่เกือบหนึ่งศตวรรษแล้วที่ Rolex ให้การสนับสนุนเหล่านักสํารวจผู้บุกเบิก เพื่อผลักดันขีดความสามารถและความอุตสาหะของมนุษย์ให้ก้าวไกลไปกว่าเดิม ภายใต้แคมเปญPerpetual Planet ที่เปิดตัวในปี 2019 Rolex มุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนในระยะยาวแก่นักสํารวจผู้ตั้งมั่นในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ในช่วงแรก เจตนารมณ์ดังกล่าวได้สะท้อนผ่านโครงการRolex Awards for Enterprise รวมทั้งความร่วมมือกับ National Geographic Society และ โครงการ Mission Blue ของ Sylvia Earle ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

  • Oyster Perpetual Explorer

Other Articles

Advertisement