Advertisement

Sunday, March 7, 2021

Advertisement

แอลลี่ อชิรญา นิติพน หญิงสาวเสียงใส กับความในใจถึงความรักต่อเสียงดนตรี

เชื่อว่าหลายคนคงมีความฝันที่ไม่กล้าบอกใครเหมือนกัน แม้ในวันนี้ เราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม สำหรับแอลลี่ อชิรญา นิติพน สาวน้อยวัย 16 เองก็เคยเป็นแบบนั้น เธอเก็บความฝันในการอยากเป็นนักร้องเอาไว้ในใจเพราะกลัวว่าคนจะไม่สนับสนุนหรือคิดว่าเธอไม่เหมาะ “แต่จริงๆ แล้วหนูชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เพราะคุณยายมีร้านที่หัวหิน เราก็ขึ้นไปบนเวที ถึงจะทำเป็นว่าไม่ชอบ แต่พอได้ขึ้นไปแล้วก็ลงไม่ได้เลย” 

แต่ด้วยพลังแห่งความสุขที่ได้จากดนตรี “เพราะการร้องเพลงเป็นเรื่องที่ดี มันอาจจะทำให้วันของใครเป็นวันที่ดีขึ้นมาได้” แอลลี่จึงกล้าที่จะเผยความฝันของเธอให้ทุกคนได้รู้ จนในวันนี้เราได้รู้จักเธอในฐานะนักร้องคนแรกของค่ายเพลงใหม่มาแรงอย่าง 411 Music

 กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่มีอะไรผ่านไปง่ายเลย เด็กหญิงวัย 14 ที่ผ่านการออดิชั่นเป็นศิลปินฝึกหัดคนแรกของค่าย ต้องจากบ้านและครอบครัวไปใช้ชีวิตที่ประเทศเกาหลี เพื่อฝึกฝนและเตรียมพร้อมทักษะต่างๆ ระหว่างทางเธอต้องเผชิญกับความกดดันต่างๆ มากมาย “ตอนที่ไปไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้เดบิวต์ค่ะ หนูสามารถถูกคัดออกเมื่อไหร่ก็ได้ ทุกเดือนจะมีสอบ ครูจะมาคอมเมนต์และให้คะแนน ถ้ายังไม่พร้อมก็ต้องเทรนต่อไป หรือถ้าเทรนแล้วไม่พัฒนาก็สามารถโดนคัดออกได้”

แต่หลังจากฝึกฝนอยู่นานนับปี เธอก็ได้กลับมาเดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวที่ประเทศไทย เปิดตัวด้วยซิงเกิล How To Love ซึ่งปัจจุบันมียอดวิวในยูทูบสูงถึง 31 ล้านวิว รวมทั้งซิงเกิลพิเศษต่อๆ มา อย่าง No Matter What I Do ซึ่งเป็นเพลงพิเศษที่ทำขึ้นมาในช่วงที่มีแฟนมีตติ้งออนไลน์ รวมถึงโปรเจ็กต์ล่าสุดที่นำเพลงยุค ’90s กลับมาทำใหม่ในสไตล์ของเธอในโปรเจ็กต์ Ally In The 90s ทั้งเพลง ‘ผ้าเช็ดหน้า’ ที่เราได้ฟังกันเมื่อปลายปีที่แล้ว กับเพลงสุดซึ้งอย่าง ‘ดาว’ ซึ่งเป็นผลงานล่าสุด

จริงๆ แอลลี่เป็นเด็กยุค 2000s แล้วมุมมองต่อยุค 90s เป็นอย่างไร

“แม่เล่าให้หนูฟังบ้างค่ะ สมัยนั้นแม่น่าจะเรียนหนังสือ โทรศัพท์ใช้ยังไง มีเทปแบบเป็นเพลง การแต่งตัวเป็นยังไงหนูว่าช่วงนั้น เหมือนอิเล็กโทรนิกมันจะไม่ได้เยอะแบบตอนนี้ที่ทุกอย่างมันเร็วไปหมด หนูเองก็อยากลองใช้ชีวิตแบบในช่วงนั้น มันเหมือนสมัยนี้ เรามีอิเล็กโทรนิกตลอดเวลา เล่นมือถือตลอดเวลา แต่ยุคนั้น ฟังเทป ถ่ายกล้องฟิล์ม เหมือนเราได้อยู่กับโมเมนต์นั้นจริงๆ ถ้าเป็นสมัยนี้ ถึงจะนั่งคุยกับเพื่อน มือถือก็จะมีโนติฟิเคชั่นเข้าตลอดเวลา” 

รู้ไหมว่าสมัยก่อนเขาจีบกันด้วยการทำมิกซ์เทป 

“หูยยย ดีจังเลยค่ะ ถ้ายุคนี้มีใครไปจีบใครด้วยการใช้เทปแบบนี้ ก็น่าจะเจ๋งดีเหมือนกันนะคะ (แต่ไม่มีเครื่องจะใช้ฟัง)”

มีนักร้องยุค 90s ที่เราชื่นชอบไหมคะ

“ป๊ะป๋าแล้วกันค่ะ เคยฟังเพลง ดูเอ็มวีป๊ะป๋ามาบ้าง มีรู้สึกเขินเหมือนกันเพราะรู้สึกว่าหน้าคล้ายกัน (หัวเราะ)” 

ในโปรเจ็กต์ Ally In The 90s นอกจากเพลง ‘ผ้าเช็ดหน้า’ ที่เราได้ฟังในช่วงปลายปีที่แล้ว ยังจะมีเพลง ‘ดาว’ ที่เปิดตัวในปีนี้ด้วยใช่ไหม

“ใช่แล้วค่ะ หนูชอบเพลงนี้มากๆ ถึงจะเพิ่งได้มาฟัง ครั้งแรกที่ฟังคือซึ้งมาก ฟีลมันได้  ซึ่งหนูได้ฟังเวอร์ชั่นพี่คริสติน แล้วก็วงพอสด้วย ชอบเนื้อร้องมากๆ ค่ะ หนูก็กังวลเหมือนกันค่ะ ว่าเราจะทำได้โอเคไหม แต่พอมันเป็นเวอร์ชั่นแอลลี่ instrument ที่ใช้ก็มีเปลี่ยนไปบ้าง มันก็จะเป็นตัวเรามากขึ้น”

แอลลี่จะนิยามดนตรีของตัวเองว่าอะไรดี

“เรียกว่า Ally’s Happiness แล้วกันค่ะ มันเป็นความสุขของหนู มันก็สามารถเป็นความสุขของคนอื่นได้ด้วยเหมือนกัน เวลาฟังมันทำให้รู้สึกแฮปปี้ และทำให้คิดว่าจากวันนั้นที่เปิดตัวมาถึงวันนี้ เราก็มาไกลเหมือนกันนะ” 

ตอนนี้เดบิวต์มาจะครบหนึ่งปีแล้ว มั่นใจในตัวเองแค่ไหน แล้วมีอะไรที่อยากจะไปได้อีก

“หนูมั่นใจสัก 50 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เต็มเพราะรู้สึกว่าจะไม่พัฒนาต่อ แบบว่าเรา on the top แล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่ถ้าเทียบกับตอนเดบิวต์ เรามั่นใจกว่าตอนนั้นเยอะมาก เพราะเมื่อก่อนตอนสัมภาษณ์หนูไม่พูดเลย” 

เคยกลัวที่ทุกคนยกให้เป็นไอดอลไหม

“รู้สึกว่าอยากทำให้ดีขึ้นค่ะ ไม่ได้รู้สึกกลัว ก็มีหลายคนที่เราถือว่าเขาเป็นไอดอล ถ้าไอดอลเราทำผิดแล้วขอโทษและปรับปรุง เราก็ให้อภัยกันได้ และยังชื่นชมที่เขาพัฒนาขึ้น เลยรู้สึกว่าอยากทำให้ทุกอย่างมันดีมากกว่ามัวแต่กลัว เพราะถ้ากลัวก็จะระแวงไปหมด ผลงานก็จะออกมาไม่ดี”  

ถ้าไม่ได้เป็นนักร้อง ความฝันของแอลลี่คืออะไร

“หนูเปลี่ยนตลอดเลยค่ะ อาจจะอยากทำอะไรเกี่ยวกับแฟชั่น สไตลิสต์ ดีไซเนอร์ หรือไปสายการแสดง ตอนนี้ก็อยากลองแสดงดู แพลนไว้ว่าอยากเรียนต่อนิเทศศาสตร์ด้านการทำหนัง ก็ต้องดูอีกทีว่าจะได้เรียนที่ไหน”

เป้าหมายในปี 2021 

“จริงๆ มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ไม่ใช่สำหรับปีนี้ แต่ตลอดไป คืออยากตอบแทนพี่ๆ แฟนคลับค่ะ หวังว่าเราจะได้ตอบแทนเขาบ้าง ก็คงต้องกลับไปคิดว่าจะทำอะไรดี”

สมมติว่าถ้าตัวเองเป็นเจ้าหญิงแอเรียล ถ้าต้องยอมแลกเสียงร้องของเราเพื่ออะไรสักอย่าง คิดว่าอะไรจะมีค่าพอให้เรายอมแลก 

“ความสุขสำหรับทุกคนค่ะ ยอมแลกเสียงเพื่อความสุข ถ้าเป็น eternal happiness ให้ทุกคนมีความสุข หนูจะยอม”

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ใน L’Officiel Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2021

Photographer: Napat Gunkham

Stylist: Piphacha Vonpiankul

Writer: Pimpilai Boonjong 

Makeup: Pimonwan Kongchoosak

Hair: Kampanat Wongsalung

Location: Akirart Tel: 08-4504-9164

Other Articles

Advertisement