Monday, November 30, 2020

โฉมใหม่ Rolex Oyster Perpetual Datejust 31

สำหรับปี 2020 นี้ Rolex ก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ด้วยผลงานใหม่ล่าสุดหลากรุ่นในตระกูล Oyster Perpetual ที่ผผสานดีเอ็นเอและประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับนวัตกรรม และนอกจากสีสันที่เข้ามาเติมเต็ม ที่ขาดไม่ได้ก็คือเสน่ห์ของความคลาสสิกไร้กาลเวลา ดังเช่นคอลเลกชั่น Oyster Perpetual Datejust 31

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1945 ชื่อ Datejust ก็เป็นที่จดจำในฐานะเรือนเวลาแห่งความคลาสสิกทั้งในส่วนของฟังก์ชั่นและความงามที่ไม่เคยล้าสมัย  นี่คือนาฬิกากันน้ำมาตรฐานโครโนมิเตอร์กันน้ำเรือนแรกที่ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกาซึ่งครอบด้วยเลนส์ Cyclops เพื่อให้อ่านค่าวันที่ได้อย่างชัดเจน

สำหรับปี 2020 โรเล็กซ์ได้นำเสนอนาฬิการุ่น  Oyster Perpetual Datejust 31 ตัวเรือนขนาด 31 มม.  ผลิตจากวัสดุ White Rolesor ซึ่งเกิดจากการผสมผสานวัสดุแกร่งอย่าง Oystersteel เข้ากับไวท์โกลด์ 18 กะรัต ส่วนผสมเอกสิทธิ์ของโรเล็กซ์มาตั้งแต่ปี 1933 ขึ้นชื่อเรื่องความเงางามสะกดสายตา และยังแข็งแกร่งทนทานต่อการกัดกร่อน  

ผลงานใหม่นี้มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน รุ่นแรกงดงามหน้าปัดสีม่วงเข้มตกแต่งพื้นผิวแบบซันเรย์ โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนไวท์โกลด์ประดับเพชร 46 เม็ด ตัวเลขโรมันประดับเพชรบริเวณเลข VI หรือ 6 นาฬิกา ส่วนอีก 3 รุ่น ประกอบด้วยหน้าปัดสีเขียวมินต์พื้นผิวซันเรย์ หน้าปัดแล็กเกอร์สีขาว และหน้าปัดสีเทาพื้นผิวซันเรย์ ขอบหน้าปัดดีไซน์แบบเซาะร่อง 

ในนาฬิกาทั้ง 4 รุ่นนี้ เข็มและมาร์กเกอร์ชั่วโมงหรือตัวเลขโรมันผลิตจากไวท์โกลด์ 18 กะรัต พื้นตัวเรือนและขาตัวเรือนเงางามดูโดดเด่นสะดุดตา ทั้งยังมีสายรัดข้อมือสองแบบให้เลือกคือ สาย Oyster (ในรุ่นหน้าปัดม่วงและขาว) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทานแฝงกลิ่นอายสปอร์ต และสาย Jubilee (ในรุ่นหน้าปัดเขียวมินต์และเทา) ที่ดูเรียบหรู และเคียงคู่คอลเลกชั่น Datejust มาตั้งแต่ปี 1945 

ส่วนกลไกไขลานอัตโนมัติที่บรรจุอยู่ภายในเป็นคาลิเบอร์ 2236 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยโรเล็กซ์ทั้งหมด ประกอบด้วยแฮร์สปริง Syloxi ที่ให้ความแม่นยำกว่าแฮร์สปริงดั้งเดิมถึง 10 เท่า และเฟืองแกว่งนิกเกิล-ฟอสฟอรัสต้านสนามแม่เหล็ก และออสซิลเลเตอร์มาพร้อมกับตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สามารถสำรองพลังงานได้นาน 55 ชั่วโมง และผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐาน Superlative Chronometer 

Other Articles

ใหม่ล่าสุด CODE 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon

หลังจากเปิดตัวยังไม่ทันครบ 2 ปี คอลเลกชั่น CODE 11.59 by Audemars Piguet ก็สร้างชื่อให้กับแบรนด์ โอเดอมาร์ ปิเกต์ ด้วยซิกเนเจอร์ในการออกแบบ หลอมรวมเฮอริเทจเข้ากับนวัตกรรม นำเสนอออกมาเป็นนาฬิการ่วมสมัยที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะผลงานใหม่ล่าสุด CODE 11.59 by Audemars Piguet Selfwinding Flying Tourbillon...

เติมเต็มความสุขปลายปีด้วยชิ้นงานพิเศษจาก Hermès

ART TO CARRY ผู้หญิงคนไหนก็ต้องใจอ่อนให้กับกระเป๋าทั้งนั้น โดยเฉพาะกระเป๋า Hermès Roulis Mini bag ปรินต์ลาย Éperon d’or บนหนัง Swift calfskin Cinderella Story ความเก๋ของรองเท้าส้นสูงหนังกลับเมทัลลิกรัดส้นคู่นี้ก็คือส้นรองเท้าดีไซน์รูปโซ่ Chaîne d’ancre motif Check Mate ส่วนหนึ่งเพราะซีรีส์ The Queen's Gambit กำลังดัง แต่บอร์ดเกมต่างๆ ก็เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราใช้เวลาร่วมกับครอบครัว และเจ้ากระดานหมากรุกไม้มะฮอกกานีตกแต่งหนังยังเป็นของแต่งบ้านชั้นดีเสียด้วย Smooth As...

Richard Mille กับสีสันของนาฬิกาใหม่ล่าสุดสไตล์ดิสโก้

ยามที่นึกถึงกลไกที่ล้ำด้วยนวัตกรรมและจักรกลซับซ้อน เรามักเห็นภาพนาฬิกาผู้ชาย ไม่ว่าจะสายเดรสวอทช์หรือสายนาฬิกาสปอร์ต แต่สำหรับ Richard Mille แบรนด์นาฬิกาสวิสชั้นสูงที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1999 นาฬิกาสำหรับผู้หญิงก็โดดเด่นและเต็มไปด้วยแนวคิดล้ำๆ ไม่แพ้กัน และคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคอลเลกชั่นนี้ก็คือ เซซิล เกอนาต์ (Celcile Guenat) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาซึ่งเป็นผู้ที่นำความเฟมินีนทันสมัยมาผสมผสานกับจิวเวลรี่จนเกิดเป็นนาฬิกาผู้หญิงที่ไม่เหมือนใคร ดังเช่นคอลเลกชั่น Bonbon ที่เป็นที่กล่าวขวัญในปี 2019 โดยนำแรงบันดาลใจจากขนมหวาน ผลงานไม้ และลูกกวาดมาดีไซน์เป็นโมทีฟบนหน้าปัดผสมผสานกับการประดับอัญมณีและการลงยา และสำหรับปี...