Wednesday, September 28, 2022

Billie หญิงผิวสีผู้เปลี่ยนโลกด้วยเพลงแจ๊ส

บิลลี่ ฮอลิเดย์  นักร้องหญิงเสียงแหบห้าวแฝงความร้าวรานของชีวิต ทำให้เพลงแจ๊สที่เธอร้องมีความหมายลึกซึ้งกินใจผู้ฟัง แถมเรื่องราวในชีวิตของเธอยังเต็มไปด้วยปริศนา ความลับ  ความคลุมเครือ ถ้าคุณคิดว่ารู้จักเธอดีแล้วล่ะก็ ลองอ่านเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตำนานเพลงแจ๊สคนนี้ดู 

บิลลี่ ฮอลิเดย์ ซึ่งเกิดวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1915  เป็นชื่อในวงการบันเทิง โดยมีที่มาจาก บิลลี่ โดฟ   นักแสดงหญิงที่เธอชื่นชอบ มารวมกับนามสกุลของพ่อ บางแหล่งข้อมูลยังระบุอีกว่าในช่วงวียเด็ก มีช่วงหนึ่งที่เธอตัดผมซอยสั้น แต่งกายแบบผู้ชายจนดูเหมือนทอมบอย  ทำให้พ่อของเธอ มักเรียก เธอว่า “บิล”

ตอนอายุ 11 ปี บิลลี่ตัดสินใจไม่เรียนต่อ เธอออกมาเรียนรู้โลกภายนอกด้วยตัวเองและสนิทกับเหล่าหญิงค้าประเวณีในละแวกบ้าน เธอเคยถูกเพื่อนบ้านข่มขืน แล้วหลังจากนั้น แม่ก็พาเธอไปอยู่ที่ย่านฮาร์เล็มในนิวยอร์ก ซึ่งทั้งคู่ก็ยังไปทำงานในซ่องนางโลม ถูกจับในข้อหาค้าประเวณี แต่บิลลี่อ้างว่าเธออายุ 21 ปีทั้งที่จริงๆ แล้วอายุ 14 ปี จึงถูกปล่อยตัวออกมาในภายหลังในปีนั้น

ช่วงที่ทำงานในซ่องนี่เอทำให้บิลลี่ได้ฟังเพลงของศิลปินแจ๊สระดับตำนาน อย่างหลุยส์ อาร์มสตรอง ที่ตอนนั้นกำลังดังไปทั่วประเทศ และนักร้องหญิง เบสซี่ สมิธ ซึ่งเธอถือเป็นแบบอย่างในการร้องเพลง

เธอย้ายไปอยู่ย่านบรู๊คลิน และ เริ่มต้นงานร้องเพลงอย่างจริงจังในเวลานี้ โดยมี เคนเนธ ฮอลลอน  นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนวัย 20 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงกันทำหน้าที่เล่นดนตรีให้  และในช่วงนี้เองที่ บิลลี่ เริ่มใช้ชื่อในวงการว่า “บิลลี่ ฮอลิเดย์”

​ปี 1932​  ตอนบิลลี่อายุ 17 ปีเธอได้จอห์น​ แฮมมอนด์​ โปรดิวเซอร์เพลง​ผู้ปั้นนักร้องดังมากมาย​ซึ่งมาดูโชว์ของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ​ ​เพราะเขาตั้งใจมาชมโมเนตต์​ มัวร์​  ดาวเด่นแห่งคลับ​ Covan’s  แต่​มัวร์ลาออกไปแล้วเลยได้​บิลลี่​ ฮอลิเดย์​มาร้องแทน แฮมมอนด์ประทับใจการร้องเพลงอันแตกต่างของเธอ ว่า “การร้องเพลงของเธอแทบจะเปลี่ยนรสนิยมและชีวิตทางดนตรีของผมไปเลย เพราะเธอเป็นนักร้องสาวคนแรกที่ผมได้พบที่ร้องเพลงเหมือนเกิดมาเป็นอัจฉริยะดนตรีแจ๊ส ” จากนั้นบิลลี่ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปิน​ ออกแผ่นเสียงครั้งแรก​ ตอนอายุ18 ​ปี

บิลลี่ ฮอลิเดย์ได้ร่วมแสดงในหนังสั้นมิวสิคัล เรื่อง Symphony in Black: A Rhapsody of Negro Life (1935 )  ของคุค เอลิงตัน งานนี้นับเป็นงานแสดงครั้งแรกของเธอ

ดอกการ์ดิเนียที่ บิลลี่ใช้ประดับผมจนกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ทุกคนจดจำมีที่มาจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด  เพราะวันหนึ่งก่อนที่จะขึ้นเวทีทำการแสดง บิลลี่ประสบปัญหากับทรงผมเนื่องจากเครื่องม้วนผมทำผมของเธอไหม้จนแหว่ง จึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการนำดอกไม้ที่เด็กขายประจำให้กับเหล่าแขกมาตกแต่งทรงผมเพื่อปิดรอยไหม้    ดอกการ์ดิเนีย มีความหมายดอกไม้ว่า  ความรักที่เป็นความลับ ความบริสุทธิ์ และความปิติยินดี เหมาะที่จะใช้เป็นดอกไม้มอบให้แก่กันเมื่อบิลลี่ ฮอลิเดย์นำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเธอทำให้ดอกไม้ชนิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเย้ายวนใจและความเป็นผู้หญิง ที่แฝงความลึกลับ

​ปี 1938 บิลลี่ได้เป็นศิลปินหญิงผิวดำคนแรกที่ได้ทำงานร่วมกับดนตรีคนผิวขาวล้วน​ โอกาสครั้งนี้เกิดขึ้น​เมื่อปี1938  เมื่อ​อาร์​ตี้​ ชอว์ (Artie Shaw) นักเล่นคาลิเน็ตที่มีชื่อเสียง​โด่งดัง​ชวน​บิลลี่​ ฮอลิเดย์​มาทำงานกับวง​ดนตรีบิ้กแบนด์​ของเขา​ทั้งๆ ที่ในยุคนั้น​ยังมีการแบ่งแยกสีผิวอยู่​

แม้​บิลลี่​  จะเป็นผู้แผ้วถางทางให้กับนักร้องเพลงแจ๊ส​ผิวดำได้มีโอกาสมากขึ้น​แต่เธอ ก็ต้องเผชิญกับการเหยียดสีผิว​มาตลอด เคยถูกห้ามไม่ให้นั่งอยู่ตรงที่พักนักดนตรีกับเพื่อนร่วมวงเพราะเจ้าของร้านอ้างว่าลูกค้าไม่อยากเห็นหน้าคนดำ เธอเคยถูกปฏิเสธ​การเข้าพักโรงแรมเดียวกับคนขาว​  ภัตตาคารบางแห่งในเมืองชุมชนของคนผิวขาวไม่ยอมเสิร์ฟ​อาหารให้เธอ เธอต้องเข้ามาทำการแสดงจากประตูห้องครัว เพราะประตูหน้ามีให้เฉพาะแขกผิวขาวเท่านั้น และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่บิลลี่ยอมอดทนเรื่อยมา​ 

Strange Fruit- ผลไม้ประหลาดกับความตายสีดำ   เพลงนี้เกิดขึ้นจากเรื่องจริงอันน่าเจ็บปวดของเหตุการณ์รุมประชาทัณฑ์ ฆ่าแขวนคอ โธมัส ชิปป์ และ อับราม สมิธ ต่อมา เอเบล มีโรปอลได้เห็นภาพความรุนแรงนั้นจนนำไปแต่งเป็นบทกวีและบทเพลง เมื่อบิลลี่ได้ยินเพลงนี้เธอรู้สึกเศร้าสะเทือนใจอย่างยิ่งเพราะนึกถึงการเสียชีวิตของพ่อเธอที่ถูกเหยียดสีผิวจนต้องจบชีวิตลงเพราะถูกปฏิเสธการรักษาในเท็กซัสเพียงเพราะเขาเป็นคนดำ เธอได้ร้องเพลงนี้ครั้งแรกในปี 1939 ด้วยอำนาจของเพลงและน้ำเสียงของเธอ เพลงนี้จึงถือเป็นเพลงพิเศษ บาร์นีย์ โจเซฟสัน เจ้าของ Café Society  คลับที่เธอทำงานอยู่ได้วางกฏพิเศษเฉพาะสำหรับเพลงนี้ ว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงสุดท้ายปิดการแสดงของบิลลี่ ขณะที่เธอร้องการบริการอาหารในห้องทั้งหมดต้องหยุดลง ห้องอาหารต้องอยู่ในความมืดและฉายไฟลงไปที่ใบหน้าของบิลลี่เท่านั้น และเพลงนี้จะไม่มีการอังกอร์หรือขอซ้ำอย่างเด็ดขาด ทุกครั้งที่บิลลี่ร้องเพลงนี้ เธอจะยืนตัวตรงอย่างมั่นคง ดวงตาทั้งสองหลับลงราวกับกำลังสวดภาวนา ทำให้ผู้ที่ได้ชมการแสดงของเธอต้องขนลุกไปกับมนต์ขลังของเพลงนี้ 

บิลลี่ ฮอลิเดย์ ถือเป็นผู้หญิงคนแรกๆ ที่ออกมาเผชิญหน้ากับการเหยียดผิวและความอยุติธรรมอย่างเปิดเผย เพลงStrange Fruit ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเพลง Protest Song เพลงแห่งการเรียกร้องสิทธิเพลงแรกแห่งยุค การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองของชาวแอฟริกันอเมริกัน (Civil rights movement) ต่อมาเพลงนี้ ได้รับการยกย่องจาก  Time magazine ให้เป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษ “Best Song of the Century” และได้รับการบันทึกไว้ใน Grammy Hall of Fame ปี 1978 ในฐานะเพลงที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม 

ปี 1955 Lady Sings The Blues หนังสืออัตชีวประวัติของบิลลี่ ฮอลลิเดย์ ออกตีพิมพ์ ซึ่งเธอเองได้ร่วมเขียน กับวิลเลียม ดัฟฟี่ โดยใช้วิธีการเล่าเรื่องตามความทรงจำของเธอให้เขาฟัง หนังสือนี้ถูกวิจารณ์อย่างมากในเรื่องของข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และรายละเอียดต่างๆ มีความคลาดเคลื่อนเยอะ แต่ทางดัฟฟี่ได้ออกมาเผยว่าเรื่องการเช็คข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องหลักที่เขาใส่ใจแต่เขาจะให้อิสระ บิลลี่ เล่าเรื่องต่างๆ อย่างที่เธอต้องการ ในภายหลังบิลลี่ออกมาเผยว่าเธอไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ 

บิลลี่เสียชีวิตในวัย 44 ด้วยภาวะตับแข็งและโรคหัวใจ ขณะอยู่ที่โรงพบายาลบิลลี่ก็ยังเสพเฮโรอีน ทำให้เธอถูกแจ้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ถูกใส่กุญแจมือ และมีตำรวจสองนายมาเฝ้าเวรประจำอยู่ในภายห้อง แม้ว่าต่อมา ศาลอนุมัติให้กันตำรวจสองนายออกจากห้องพักในโรงพยาบาล  แต่อาการของ บิลลี่ ฮอลิเดย์ แย่ลงอย่างต่อเนื่อง และเสียชีวิตลงเมื่อเวลาตีสามสิบนาที ของเช้าวันที่ 17 กรกฎาคม  ปี 1959  

นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ภาพยนตร์สารคดี BILLIE “ บิลลี่ฮอลิเดย์แจ๊สเปลี่ยนโลก“ จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์นี้สร้างขึ้นโดยรวบรวมจากเทปสัมภาษณ์กว่า 200 ชั่วโมงจากผู้คนที่เกี่ยวข้องกับนักร้องชื่อดังคนนี้ รวบรวมจากคำให้การที่ตรงไปตรงมาของ  พ่อแม่เลี้ยงของเธอ เพื่อนในโรงเรียน  เพื่อนร่วมห้องขัง ทนายความ โปรดิวเซอร์ เพื่อนสนิท ของ บิลลี่ ฮอลิเดย์ ฟุตเทจที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน 

Other Articles