Wednesday, September 28, 2022

6 เมกอัพลุคที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวใน MV 911 ของ Lady Gaga

สำหรับเพลงลำดับที่ 3 จากอัลบั้ม Chromatica ของ Lady Gaga ที่ถูกปล่อยออกมาเป็นมิวสิควีดีโอ ซึ่งมาในรูปแบบของหนังสั้นอีกครั้ง บอกเหล่าเรื่องราวผ่านภาพความฝันและความเป็นจริงที่ผสมปนเปกัน โดยกาก้าเองได้บอกว่าเนื้อเรื่องมีอิงจากเรื่องราวส่วนตัวของเธออยู่ด้วยเช่นกัน และหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเหลือในการบอกเล่าเรื่องราวนี้ออกมาก็คือเมกอัพที่ได้ Sarah Tanno เมกอัพอาร์ตติสต์ประจำตัวของกาก้าเองมารังสรรค์ พร้อมใช้เครื่องสำอาง Haus Labs เช่นกัน

หลังจากฟื้นขึ้นมากลางทะเลทรายแล้ว เราก็ได้เห็นกาก้ามากับลุคอายแชโดว์สีฟ้าพาสเทลประกายเหลือบแสงเต็มบริเวณตา และมีให้เห็นการไล่เฉดสีเดียวกันบริเวณใต้ตามาจนถึงหน้าแก้มเช่นกัน ซึ่งลุคนี้ก็เปรียบเป็นเบสให้กับลุคอื่นๆ ที่เราจะได้เห็นต่อไปในเอ็มวี โดย Sarah Tanno เผยว่าเธอเลือกใช้อายแชโดว์ในโทนสีฟ้าจากพาเลตต์ Stupid Love ในเฉด Enigma และ Peace พร้อมเพิ่มมิติให้กับดวงตาด้วย Eye-Defying Gel Eyeliner สี Aura, Punk และ Go Diva ตามลำดับ และทาริมฝีปากด้วยลิปไลเนอร์สี En Pointe

สำหรับฉากต่อมาเราได้เห็นกาก้าในชุดเดรสสีฟ้าพร้อมกับเครื่องประดับใบหน้า มาคราวนี้เราได้เห็นลุคบริเวณตาที่เบาลงและเน้นที่คิ้วเข้มและริมฝีปากสีแดงสด โดย Sarah Tanno ไล้กระบอกตาของกาก้าด้วยอายแชโดว์ในโทนสีน้ำตาลอมม่วงในเฉด Stupid Love ในส่วนของริมฝีปากนั้นเธอผสมสีของ RIP Lip Liner ในเฉด Supermodel กับ Le Monster Matte Lip Crayon ในเฉด 1950

หลังจากนั้น เราจะได้เห็นเมกอัพลุคที่เป็นการเสริมเติมแต่งจากลุคแรก ซึ่งมาในแต่ละฉากที่ทำให้เราฉงนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งการลอยขึ้นบนฟ้าและท่าเต้นที่แปลกตา ในซีนด้านซ้าย Sarah Tanno ตั้งใจเพิ่มความฟุ้งและกระจายแสงให้กับลุคด้วยการเพิ่มอายแชโดว์สีเหลืองบริเวณหางตาของกาก้าทังด้านบนและด้านล่าง และในซีนด้านขวา เราได้เห็นลุคอายแชโดว์สีพาสเทลที่จัดเต็มมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยอายไลเนอร์แบบแคทอายสีดำสนิทจากการใช้อายไลเนอร์เฉด Go Diva และ Punk

และเพื่อขับเน้นให้ดวงตาโดดเด่นมากยิ่งขึ้น Sarah Tanno เลือกที่จะสร้างสีลิปในโทนนู้ดวาว สร้างความแกลมให้กับเมกอัพลุคโดยรวมด้วยการใช้ลิปไลเนอร์สี Rule เป็นเบสทั่วริมฝีปาก จากนั้นจึงทาทับด้วยลิปสติกเนื้อเมทัลลิคสี Retro และ Chains

ตัดมาที่ซีนต่อไป เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมกอัพลุคของเธอนั้นมีการเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ด้วยการเพิ่มสีแดงเข้าไปบริเวณหน้าผากและคิ้วของเธอ ซึ่งอยู่ในฉากที่แดนเซอร์คนหนึ่งล็อกขาเธอเอาไว้ด้วยโซ่และอีกคนนำมือมาทาบที่อกของเธอและขยับเป็นจังหวะราวกับทำบางสิ่งอยู่

โดยสีแดงบริเวณหน้าผากของกาก้านั้น Sarah Tanno กล่าวว่าเธอใช้ Glamour Puss Glam Attack Crème อายแชโดว์เนื้อครีมสีแดงสดและสร้างความแตกต่างที่เปลือกตาด้วยสีฟ้าจากพาเล็ตต์ Stupid Love เช่นเคย และเพื่อเพิ่มความเฟมมินีนให้กับลุคมากยิ่งขึ้นเธอจึงเลือกเขียนอายไลเนอร์เข้าไปด้วย

และในฉากก่อนเรื่องราวทุกอย่างจะเปิดเผย เราได้เห็นกาก้าอยู่ในแท่นพิธีบางอย่างในสถานที่คล้ายโบสถ์เล็กๆ หน้าตาของเธอดูเศร้าและตึงเครียด สำหรับเมกอัพลุคนี้นั้น เราคงจะขอยกจุดเด่นให้กับสัญลักษณ์ Chromatica ที่กระจายตัวอยู่เ๖้มหน้าผากของเธอ โดย Sarah Tanno ได้กล่าวเอาไว้ว่ามันเปรียบเป็นตัวแทนของเรื่องราวต่างๆ ที่เธอผ่านมาในช่วงชีวิต ราวกับเป็นรอยแผลเป็น

อารมณ์ของหนังสั้นเรื่องนี้ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุดในฉากถัดไปไม่กี่นาที หลังจากที่กาก้าได้กรีดร้องและลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกความเป็นจริง ท่ามกลางบรรยากาศอุบัติเหตุรถชนอันน่าสะพรึงกลัว จากนั้นเราจึงได้เห็นองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่รอบอุบัติเหตุนี้ และมันก็ได้เฉลยให้เราปะติดปะต่อเรื่องราวของทั้งเอ็มวีนี้ได้อย่างกระจ่างแจ้ง

สำหรับเราแล้ว การกลับมาทำมิวสิควีดีโอในรูปแบบหนังสั้นครั้งนี้ของเลดี้ กาก้านั้น ก็ยังคงสร้างความประทับใจให้เราได้ขนลุกกันเช่นเคย ตั้งแต่การเล่าเรื่องราวอันน่าติดตามปนความสงสัยไปจนถึงตอนจบที่กลมกล่อม และอีกสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจ คือการส่งผ่านแมสเสจต่างๆ และเรื่องราว ผ่านทางเมกอัพในแต่ละซีน ตามที่เราได้เห็นจากแคปชั่นอินสตาแกรมโพสต์ด้านบนของ Sarah Tanno ตอกย้ำให้เห็นว่าเรื่องของเมกอัพนั้นไม่ได้มีเอาไว้เพื่อสร้างความสวยงามเพียอย่างเดียว แต่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในการบ่งชี้ถึงปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยเติมเต็มเรื่องราวที่อยากจะเล่านั้นให้แข็งแรง และชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ได้รู้กันแบบนี้แล้ว เราอยากจะลองให้คุณกลับไปดูหรือหากใครยังไม่ได้ดู ก็ขอให้ลองกดดูเอ็มวี 911 ของเลดี้ กาก้ากันซักหน่อย แล้วลองสังเกตุปัจจัยเหล่านี้ที่มีในเอ็มวี และรับรองว่าคุณจะรับรู้เรื่องราวได้ดีและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นแน่นอน

Photos & Video courtesy of Interscope Record & Sarah Tanno

Other Articles