Friday, July 10, 2020

กล้าก้าวกระโดดอย่างแตกต่างไปกับ realme X50 Pro 5G และ realme Buds Q

พร้อมจะ Dare to Leap ไปบนความเร็วแห่งอนาคตกับสมาร์ทโฟนเรือธงรองรับ 5G รุ่นแรกจาก realme แล้วหรือยัง ?

มากกว่าแค่ ดีไซน์นำเทรนด์เหนือระดับ ที่สะดุดตาแต่แรกเห็น หากแต่การกลับมาของ realme X Series สมาร์ทโฟนท็อปไลน์จาก realme ปีนี้ ตั้งใจชวนหนุ่มสาวรุ่นใหม่มา ‘ก้าวกระโดด’ อย่างแตกต่างบนเทคโนโลยี 5G เครื่องแรกของแบรนด์ พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนแปลงทุกไลฟ์สไตล์ให้รวดเร็วกว่าเดิมกับ realmeX50 Pro 5G สมาร์ทโฟนเรือธงดีกรีความเร็วแห่งอนาคตะดับ 5 G ที่กำลังถูกจับตาทั้งจากแวดวงคนไอที คนรักกงานดีไซน์ ไปจนถึงแฟชั่นนิสต้า ซึ่งต่างพูดถึง ‘นวัตกรรมความก้าวล้ำแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยี 5G บนการออกแบบระดับพรีเมียม’ ที่จะมาพลิกโฉมสมาร์ทโฟนจาก realme ให้กลายเป็นอัจฉริยะงานดีไซน์แห่งอนาคตเพื่อคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

โดยไฮไลต์ จุดเด่นของ realmeX50 Pro 5G มาพร้อมความสามารถทรงพลัง ที่อัดแน่นไปด้วยสเปกขั้นเทพตามแบบฉบับสมาร์ทโฟนชั้นยอด กับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 รองรับเทคโนโลยี 5G ที่มอบประสบการณ์ความเร็วเหนือระดับภายใต้ สโลแกน Speed of the Future มาพร้อมกับความแรงของหน้าจอขั้นสุดที่แสดงผลแบบ Super AMOLED ด้วยค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ช่วยให้การแสดงผลดูลื่นไหลเต็มประสิทธิภาพ พ่วงด้วยเทคโนโลยี 65W SuperDart ระบบชาร์จเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมสมารท์โฟนเวลานี้ ที่สามารถชาร์จกำลังไฟเต็ม 100% แบบรวดเร็วทันใจในระยะเวลาเพียง 30 นาที

ด้านฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปอันเลื่องลือของ realme ก็จัดหนักจัดเต็ม มาพร้อมกันถึง 4 เลนส์ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อม Hybridzoom 20 เท่า โดดเด่นด้วย กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Wide-angle โดยมีหน่วยความจุ 12GBLPDDR5+256 GB แบบUFS 3.0 พร้อมเทคโนโลยี TurboWriteและHPB

และในส่วนของการออกแบบนั้น realme X50 Pro 5G ก็ไม่ลืมนำเสนอมุมมองใหม่ของสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมด้วยเส้นสายดีไซน์ที่เฉียบคม เน้นเหลี่ยมมุมที่ดูโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมโทนสีที่กำลังได้รับความนิยมแบบ Low Saturation กับสองเฉดสีใหม่เอาใจหนุ่มสาวคนแฟชั่นอย่าง สีเขียว Moss Green และ สีแดง Rust Red โดยมีแรงบันดาลใจจากสสารเปล่งประกายแสงที่อยู่นอกโลกในส่วนลึกของจักรวาล แต่กลับแฝงไปด้วยเสน่ห์ลึกลับชวนค้นหา ซึ่งสีที่ว่าได้รับการเคลือบผิวสัมผัสถึง 6 ชั้นด้วยเทคโนโลยี Multiple Coating และบ่มขัดสีอย่างน้อย 21 วัน เพื่อพื้นผิวสีที่มีความละเอียดสูงเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสแบบด้านจับถนัดมือ ไม่เกิดเรอยนิ้วมือนั่นเอง

พ่วงด้วยความพิเศษ ของ realme Buds Q อัจฉริยะหูฟังที่จะมาเติมเต็มทุก ‘จังหวะชีวิตให้ไม่มีที่สิ้นสุด’ ภายใต้ผลลัพธ์การออกแบบจากฝีมือ José Lévy (โจเซ่ เลวี่) ดีไซน์เนอร์ระดับโลก ผู้ร่วมออกแบบให้กับลักชัวรีแบรนด์ดังอย่าง Hermès ที่มองเห็นหูฟังสมาร์ทโฟนเป็นมากกว่าแค่แก๊ตเจ็ตประจำกาย แต่โจเซ่เล็งเห็นว่า realme Buds Q สามารถเป็นตัวกลางที่มาเชื่อมต่อจินตนาการของคนยุคใหม่ในวันนี้ ให้โลดแล่นไปบนเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต ซึ่งยังคงไม่ลืมตัวตนความงามจากสิ่งรอบข้างที่แม้จะดูเรียบง่ายราวกับ ก้อนหิน แต่กลับเป็นรากฐานของโครงสร้างที่สร้างความยิ่งใหญ่ได้ไกลเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการ

“การสร้างสรรค์ผลงาน คือ การรวมและแยกโครงสร้าง รวมถึงการบูรณาการสิ่งเหล่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือแนวคิดใหม่ๆ ด้วยรูปทรงที่ดูนุ่มนวลและเรียบ ของก้อนหินริมทะเล จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดดีไซน์นี้ ซึ่งแนวคิดใหม่ๆในการสร้างสรรค์ผลงานจะต้องไม่มีการปิดกั้นจินตนาการ”

José Lévy
Art Director ของ realme Design Studio
ดีไซน์เนอร์ร่วมจาก Hermès

กลายเป็นผลลัพธ์ที่มาให้กับรูปลักษณ์บทใหม่สำหรับ realme Buds Q ดีไซน์เรียบมน ดูนุ่มนวลกับน้ำหนักเพียง 35.3 กรัม ที่หากแยกออกจากกัน Buds แต่ละข้างก็มีน้ำหนักเพียง 3.6 กรัม ซึ่งหากเปรียบเทียบเล่นๆก็ถือได้ว่ามีน้ำหนักเบากว่ากระดาษ A4 เลยทีเดียว มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมง พ่วงระบบประมวลผลด้วยชิปเซ็ต R1Q ทำให้สามารถรองรับการใช้งานแบบ Gaming Mode โดยมีให้เลือกถึง 3 เฉดสี คือ สีเหลือง Quite Yellow, สีขาว Quite White และสีดำ Quite Black

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่ช่วยตอกย้ำนวัตกรรมแห่งอนาคตที่ทาง realme ไม่หยุดพัฒนา เพื่อเป็นแรงกำลังสำคัญในการผลักดันพลังคนรุ่นใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ กล้าจะก้าวออกนอกกรอบเดิมๆ บนโลกยุค 5G ผ่านสมาร์ทโฟนเรือธง ฟีเจอร์ล้ำอย่าง realme X50 Pro 5G

Other Articles

Aventurine วัสดุยอดนิยมบนหน้าปัดนาฬิกา

VAN CLEEF & ARPELSนาฬิการุ่น Lady Arpels Planétarium ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 38 มม. ประดับเพชร เทอร์ควอยซ์ อาเวนเจอรีน และมาเธอร์ออฟเพิร์ล ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ แสดงตำแหน่งของดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดวงจันทร์ 

Alexandre Vauthier กับกูตูร์ผสม Easy To Wear

ในช่วง Haute Couture Online ซึ่งเป็นการนำเสนอคอลเลกชั่น Autumn-Winter 2020 ในรูปแบบดิจิตัลเป็นครั้งแรก Alexandre Vauthier ได้นำเสนอคอลเลกชั่นชั้นสูงที่เน้คัตติ้งสุดเนี้ยบและสกิลล์งานคราฟต์ชั้นสูง และดูสวมใส่ง่าย และที่สำคัญยังเต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบเฟมินีนและมัสคิวลีน นอกจากลุคแจ๊กเก็ตทักซิโด้ผ้าควิลต์และแจ็กเก็ตโบเรโลสไตล์มาทาดอร์แล้ว ส่วนใหญ่เป็นลุคกระโปรง...

ชาร์ลิซ เธอรอน กับการต่อสู้ในสไตล์ที่แตกต่าง ในภาพยนตร์ The Old Guard

ชีวิตอมตะของทหารรับจ้าง กับภารกิจเร่งด่วนที่ทำให้ความสามารถไม่ธรรมดาของ The Old Guard กำลังจะถูกเปิดเผย...... https://www.youtube.com/watch?v=8UcxFHIDMTM ก่อนที่แฟนๆ Netflix จะเตรียมรับชม "ดิ โอลด์...