Thursday, September 29, 2022

สำรวจทุกชนชั้น! กับผลงานการกำกับโดย บงจุนโฮ

ไม่ว่าจะอยู่ชั้นใต้ดิน หรือ ท้ายขบวน ก็พร้อมพาทุกคนสำรวจที่มาความสำเร็จอันเยี่ยมยอดของ บงจุนโฮ ผู้กำกับมือรางวัลแห่งปี

หากความสำเร็จ (เกิดคาด) ของภาพยนตร์สะท้อนชนชั้นทางสังคมอย่าง Parasite คือผลงานที่ทำให้คุณได้รู้จักชื่อ ‘บงจุนโฮ’ แล้วล่ะก็…..สัปดาห์นี้ เราจะพาสำรวจ ผลงานชิ้นเยี่ยมของผู้กำกับมือรางวัลคนนี้ ที่ไม่ใช่มาเพียงเรื่องเดียว แต่มาพร้อมกันทั้ง The Host, Okja, Snowpiercer ที่รับชมได้ทาง Netflix เท่านั้น!

  • เส้นทางสู่ความสำเร็จของ บงจุนโฮ
Okja

หากต้องไล่เรียงความสำเร็จของ บงจุนโฮ ผู้กำกับคนดังที่ผ่านประสบการณ์ทำงานมา 20 ปี โดยมีผลงานกรุยทางแรกเริ่มในปี 2000 กับภาพยนตร์เรื่อง Barking Dogs Never Bite และมาเป็นที่รู้จักกว้างขวางจาก The Host (2006) หนังสัตว์ประหลาดที่สะท้อนภาพสังคมเกาหลี ได้อย่างสนุกสนานครบรส ทั้งดราม่า แอคชั่น ไซไฟ และความดีงามของหนังเรื่องนี้ก็เป็นที่กล่าวขวัญในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนั้น

ก่อนเขยิบมาอีกปีด้วยเรื่องราว การผจญภัยของเด็กหญิงที่ถูกเลี้ยงมาพร้อมๆ กับ Okja (2017)หมูยักษ์ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธ์โดยบริษัทนวัตกรรมอาหาร จากเกาหลีใต้สู่นิวยอร์คควบคู่ไปกับเส้นเรื่องคือการเสียดสีสังคมที่เป็นสไตล์ชัดเจนของบงจุนโฮ ซึ่งเขาร่วมเขียนบทกับ จอน รอนสัน ซึ่งือได้ว่าเป็นผู้กำกับคนแรกๆ จากฝั่งเอเชียที่ร่วมทำงานออริจินัลคอนเทนท์ให้กับ Netflix และการเข้าฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ Okja ผู้ชมได้ลุกขึ้นยืนปรบมือยาวนาน และเมื่อออกอากาศก็ได้รับคำนิยมว่าเป็นผลงานที่มหัศจรรย์

และไม่ปล่อยให้ต้องรอนาน บงจุนโฮได้นำภาพยนตร์ Snowpiercer ในปี 2013 มาตีความและรีบูทใหม่เป็นออริจินอลซีรีส์ Snowpiercer (2020) โดยตัวเขาเองรับหน้าที่ Executive Producer และร่วมเขียนบทกับ เคลลี่ มาสเตอร์สัน

และในสิ้นเดือนพฤษภาคมปี 2019 Parasite ก็เข้าฉายอย่างเป็นทางการที่เกาหลีใต้ ทำรายได้ในประเทศตัวเองไป 72.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมรายได้ทั่วโลก Parasite ทำรายได้ 257.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงสุด

ในฤดูประกาศรางวัลเวทีสำคัญของโลก Parasite กลายเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับรางวัลยิ่งใหญ่อย่างเป็นประวัติการณ์ เริ่มจากรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม จาก BAFTA Awards และ Golden Globes, รางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม จาก Guild Awards และสี่รางวัลใหญ่จากเวที Academy Awards ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ส่วนในเกาหลีใต้ Parasite ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จาก Baeksang Arts Awards และ 5 รางวัลจากงาน Grand Bell Awards ซึ่งเป็นเวทีประกาศรางวัลด้านภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเกาหลี

ทั้งนี้ ความสำเร็จของ Parasite ไม่ได้มาจากรายได้และรางวัลเพียงอย่างเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ อย่างการที่หน่วยงานเมืองโกยางจะนำ Goyang Aqua สตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยทางเมืองโกยางยังได้ประกาศการลงทุนราว 150 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อก่อสร้างศูนย์ภาพยนตร์และวัฒนธรรม ที่มีกำหนดเสร็จในปี 2026 และหลายๆ ฉากใน Parasite จะจัดแสดงที่นี่พร้อมกับฉากสำคัญจากหนังเกาหลีเรื่องดังอื่นๆ

ก่อนปิดท้ายกับผลงานล่าสุดอย่าง Snowpiercer (2020) ซีรีส์ดิสโทเปียสะท้อนสังคมแห่งโลกอนาคต ความเหลื่อมล้ำในสังคมกำลังจะถูกถ่ายทอดผ่านรถไฟที่วิ่งในโลกที่กลายเป็นน้ำแข็ง หัวขบวนคือชนชั้นนำที่เต็มไปด้วยอภิสิทธิ์และใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในขณะที่ท้ายขบวนที่คือชนชั้นล่างที่ถูกกดทับและอยู่อยากลำบาก นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ คอลเนลลี่ นักแสดงรางวัลออสการ์จากเรื่อง A Beautiful Mind และดาวีด ดิกส์ นักแสดงรางวัลแกรมมี่และโทนี่ จากเรื่อง Hamilton และ Black-ish อีกด้วย

Other Articles