Friday, July 10, 2020

Hollywood มินิซีรี่ส์ที่ว่าด้วยพลังบวกของภาพยนตร์

ระวังสปอยล์ ถ้าคุณยังไม่ได้ชมซีรีส์เรื่องนี้!

ตอนดู episode แรก ฉันคิดว่า Hollywood มินิซีรีส์ของผู้กำกับ Ryan Murphy ที่สตรีมผ่านทาง Netflix จะเป็นซีรีส์ย้อนยุคที่เน้นตลกขำๆ และฉันคงจะชอบที่ได้เห็นคอสตูมที่สวยสง่าตามสไตล์ยุค 1940s แต่เมื่อได้ดูจริงๆ แล้ว นั่นก็เป็นเหตุผลเพียงเสี้ยวเดียว เพราะสุดท้ายฉันกลับตกหลุมรักเรื่องราวที่เมอร์ฟีย์ตั้งใจนำเสนอไว้มากกว่า  

Hollywood  คือ “จดหมายรักในแบบฉบับของเมอร์ฟี่ ถึงแห่งโลกภาพยนตร์หรือที่เรียกกันว่า Tinseltown ในยุค 1940 ซึ่งเป็นยุคหลังสงครามโลกและถือเป็นยุคทองของฮอลลีวูด ทุกคนเดินทางมาที่นี่เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกของความฝัน เหมือนอย่างที่ตัวละครบอกว่า “I want to go to dreamland” 

แม้จะมีการอ้างอิงเหตุการณ์ที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงอยู่บ้าง และตัวละครหลายตัวก็ได้แรงบันดาลใจมาจากบุคคลที่มีตัวตนจริงๆ ในประวัติศาสตร์ แต่การ “ตีแผ่” ความจริงไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเรื่องนี้ เมอร์ฟีย์ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไทม์ว่า “ผมคิดว่าจะแสดงความคิดเห็นต่อพลังของโลกฮอลลีวูดว่าสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้คนได้อย่างไร”   

เปิดเรื่องด้วยชีวิตพระเอก แจ๊ก คาสเตลโล ซึ่งหนุ่มหน้าตาดีผู้ฝันอยากเป็นนักแสดง แต่ก็ต้องยอมทำงานที่ปั๊มน้ำมันเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวในตอนที่ไม่งานใดๆ แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่ปั๊มน้ำมันอย่างที่คิด เพราะมีไว้ขายบริการอย่างที่เราก็รู้กัน เออร์นีย์ เวสต์ เจ้าของกิจการเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีฝันเหมือนแจ๊ก แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่เคยได้แสดงหนังสักครั้ง

ตัวละครทั้งสองเป็นตัวแทนของผู้ที่มาตามล่าหาฝันในฮอลลีวูด ซึ่งมีทั้งที่ทำสำเร็จและไม่สำเร็จ และยังนำเราไปสัมผัสความเลวร้ายต่างๆ นานา รวมทั้งการกีดกันคนผิวสี การไม่ยอมรับโฮโมเซ็กชวล หรือการไม่ยอมรับความสามารถของผู้หญิง  แต่ขณะเดียวกันก็ดลใจให้เรามองเห็นโลกใบใหม่เมื่อขีดจำกัดเหล่านั้นถูกทำลายด้วยความฝัน ด้วยความหวังของกลุ่มคนกลุ่มแรกๆ ที่กล้าจะเดินบนเส้นทางที่แตกต่าง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรก็ตาม

อย่างเรย์มอนด์ เอนส์ลีย์ ผู้กำกับลูกครึ่งฟิลิปปินส์ ซึ่งร่วมกับอาร์ชี โคลแมน นักเขียนบทผิวสีที่ซึ่งตั้งใจสรเ้างหนังที่มีตัวละครผิวสีเป็นตัวเอก   นักแสดงหญิง คามิลล์ วอชิงตัน นักแสดงหญิงผิวสีมากฝีมือที่ต้องฟันฝ่าเพื่อคว้าบทนำซึ่งไม่มีผู้หญิงผิวสีคนไหนเคยได้มาก่อน รวมไปถึงเอวิส แอมเบิร์ก ภรรยาของผู้บริหารสตูดิโอภาพยนตร์ที่วันหนึ่งก็ได้โอกาสบริหาร และตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้ชายคนไหนก็ไม่กล้าทำ รวมทั้งเรื่องราวของตัวละครที่มีอยู่จริงอย่างร็อก ฮัดสัน ที่ในเรื่องนี้กล้าจะเปิดเผยว่าเป็นโฮโมเซ็กชวล หรือแอนนา เมย์ หว่อง ซึ่งได้โอกาสแสดงบทเด่นทั้งที่ในชีวิตจริงต่อให้เก่งสักแค่ไหน กลับต้องผจญอุปสรรคเพราะเชื้อชาติ 

ฉันอ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับบทบาทของแฟชั่นที่มีพลังในการเผยแพร่ความคิด ความเปลี่ยนแปลงโดยค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในจิตใจได้อย่างแยบยล ฉันว่าพลังของภาพยนตร์ก็คล้ายๆ กัน ในซีรีส์ Hollywood นี้ตั้งใจใช้ภาพยนตร์สื่อถึง political statement  เหมือนอย่างที่เอนส์ลีย์ ตัวละครในเรื่องบอกไว้ในเรื่องว่า “ภาพยนตร์ไม่ได้เพียงแค่สะท้อนโลกที่เป็นจริง แต่ยังแสดงให้เห็นว่าโลกสามารถเป็นอย่างไรได้ด้วย” 

เป็นซีรีส์ที่เริ่มต้นด้วยความตลก แต่จบลงอย่างมีความหมาย 

Other Articles

Alexandre Vauthier กับกูตูร์ผสม Easy To Wear

ในช่วง Haute Couture Online ซึ่งเป็นการนำเสนอคอลเลกชั่น Autumn-Winter 2020 ในรูปแบบดิจิตัลเป็นครั้งแรก Alexandre Vauthier ได้นำเสนอคอลเลกชั่นชั้นสูงที่เน้คัตติ้งสุดเนี้ยบและสกิลล์งานคราฟต์ชั้นสูง และดูสวมใส่ง่าย และที่สำคัญยังเต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบเฟมินีนและมัสคิวลีน นอกจากลุคแจ๊กเก็ตทักซิโด้ผ้าควิลต์และแจ็กเก็ตโบเรโลสไตล์มาทาดอร์แล้ว ส่วนใหญ่เป็นลุคกระโปรง...

ชาร์ลิซ เธอรอน กับการต่อสู้ในสไตล์ที่แตกต่าง ในภาพยนตร์ The Old Guard

ชีวิตอมตะของทหารรับจ้าง กับภารกิจเร่งด่วนที่ทำให้ความสามารถไม่ธรรมดาของ The Old Guard กำลังจะถูกเปิดเผย...... https://www.youtube.com/watch?v=8UcxFHIDMTM ก่อนที่แฟนๆ Netflix จะเตรียมรับชม "ดิ โอลด์...

ทำความรู้จัก ‘พูมา โรส บัก’ คัฟเวอร์ เกิร์ล ผมสีแดงเพลิง

ก้าวตามรอยเท้าแม่ผู้เป็น ไอคอนของสไตล์กรันจ์ ! หากเอ่ยชื่อ ซีบิล บัก หญิงสาวผู้ปฏิวัติโลกนางแบบในยุค ’90s และยังมีพรสวรรค์ในการเป็นศิลปินและนักดนตรี มาวันนี้ พูมา โรสก้าวตามรอยเท้าของแม่ โดยได้เดินแบบในแฟชั่นวีกครั้งแรกให้กับดีไซเนอร์ชื่อดัง ทั้งมาร์ก เจคอบส์ และมิวเชีย ปราด้า...