Friday, November 27, 2020

เจาะลึก! ทุกความล้ำของ ‘Dyson Corrale’ เครื่องหนีบผมล่าสุด ที่จะมาทำให้ผมของคุณตรงสลวยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

สำหรับสาวไทยแล้ว เรื่องของทรงผมที่ดูจะเป็นที่นิยมมากอยู่ไม่น้อยคือผมที่ตรงสลวย อาจจะมีงุ้มปลายหรือม้วนเข้ามาบ้างก็สุดแล้วแต่ว่าจะเป็นไปตามอารมณ์อย่างไรของแต่ละวัน ซึ่งวิธีการจัดแต่งทรงนั้นก็มีอยู่หลากหลาย แต่เห็นวิธีหนึ่งที่จะมาพร้อมความสะดวกสบายและรวดเร็วนั้น เห็นก็จะเป็นการใช้เครื่องหนีบแบบไฟฟ้า แต่มันก็มาพร้อมกับความน่าปวดหัวหลายประการเช่นกัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ Dyson หนึ่งในแบรนด์ทำผมชั้นนำที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำเล็งเห็น และพัฒนาอุปกรณ์เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาการจัดแต่งทรงผมของสาวๆครั้งนี้ จนได้ออกมาเป็น ‘Dyson Corrale’ ซึ่งลอฟฟีเซียล บิวตี้ ได้ทดลองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และวันนี้เราจะพาสาวๆไปดูกันถึงความพิเศษของเจ้าเครื่องหนีบผมตัวใหม่นี้กัน

Innovative Hair Straightener

ตามปรัชญาของแบรนด์ Dyson พยายามที่จะเพ่งเล็งไปที่ปัญหาที่ถูกมองข้ามไปจากหลายๆคน ซึ่งเมื่อพูดถึงการใช้เครื่องหนีบผมแล้ว ทางแบรนด์ได้เห็นถึง 2 ปัญหา ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้เครื่องหนีบผม ซึ่งก็คือปัญหาความแห้งเสียสะสมที่เกิดมาจากความร้อน รวมไปถึงตัวอุปกรณ์ที่ไม่สามารถจับผมแต่ละช่อให้แน่นหนาเพื่อให้ได้ผมที่เรียงตัวสวยเท่าๆกัน ทำให้ผมของคุณชี้ฟู และไม่อยู่ทรง

ดังนั้นสิ่งที่เราจะได้เห็นใน ‘Dyson Corrale’ คือเทคโนโลยีที่จะมาช่วยแก้ปัญหาที่กล่าวมานี้ให้หายไป เริ่มด้วยPlatinum Sensor ที่หลายคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมของ Dyson นั้นจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะตัวเซนเซอร์นี้จะทำหน้าที่ควบคุมความร้อนที่โดนเส้นผมให้อยู่ในระดับที่คงที่ ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป โดยใน ‘Dyson Corrale’ นั้นมีความร้อนให้เลือก 3 ระดับ ตั้งแต่ 165, 185, และ 210 องศา ซึ่งถูกคิดมาแล้วว่าเหมาะสมกับการจัดแต่งเส้นผมและยังคงสุขภาพผมที่ดี

และอีกหนึ่งจุดเด่นก็คือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Flexing Plate ที่เกิดจากการผสมผสานของเหล็กชั้นดีหลายขั้นตอน จนได้แผ่นโลหะที่เรียบและยืดหยุ่นได้ดี พร้อมโอบรัดปอยผมที่ต้องการหนีบให้ได้รับความร้อนอย่าทั่วถึง ไม่มีเส้นไหนแตกออก ซึ่งมันจะส่งผลให้ผมของคุณชี้ฟูน้อยลง พร้อมทั้งยังกระจายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ให้คุณได้จัดแต่งทรงผมได้อย่างมั่นใจและสะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับภาพรวมของ ‘Dyson Corrale’ นั้น ถึงจะดูแล้วต้องคิดว่ามันอวบอ้วนเกินไปหรือเปล่า แต่ไม่เลย เพราะในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้จับได้อย่างถนัดมือและมั่นคง โดยไม่ทำให้ร้อนมือ พร้อมทั้งยังสามารถใช้แบบไร้สายได้อีกด้วย ซึ่งต่างจากเครื่องหนีบผมอื่นๆที่เราเคยได้เห็นมา ด้วยแบตเตอรี่ 4 เซลล์ เอกสิทธิ์ของ Dyson ที่ทนทานและชาพกพาร์จเข้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมอีกหนึ่งความพิเศษอย่าง Flight Mode ให้คุณได้พกพามันลงในกระเป๋าเดินทางภายใต้ซองหนังสุดหรูที่ถูกดีไซน์ขึ้นมาโดยเฉพาะได้อย่างหายห่วง

สำหรับกำหนดการวางขายและราคาของ ‘Dyson Corrale’ ในประเทศไทยนั้น ยังไม่เป็นที่แน่นอน แต่เมื่อลอฟฟีเซียล บิวตี้ได้ข้อมูลมาแล้ว เราจะรีบมาอัพเดทให้คุณฟังทันที แต่สำหรับระหว่างนี้คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้า ‘Dyson Corrale’ ได้ที่  www.dyson.co.th ได้เลย

Photos courtesy of Dyson 

Other Articles

เติมความสุขด้วยขนมหวานจากผลไม้ ‘SWEET SOIRÉE’ ที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ

ในบรรดารสชาติทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ถามว่ารสใดให้พลังงานกับเราได้แบบฉับไว ตอบเลยว่า ‘รสหวาน’ เวลาที่รู้สึกเหนื่อยแล้วได้กินขนมหวานๆ บอกตามตรงว่ากระปรี้กระเปร่าและฟินสุดๆ และคงเป็นอีกหนึ่งความสุขของคนรักขนมหวานอย่างเรา เมื่อโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เปิดตัว ‘Sweet Soirée’ เป็นครั้งแรก ซึ่งแนวคิดของหวานยามเย็นในรูปแบบใหม่นี้รังสรรค์โดยเชฟฟลอเรียน กูโตว (Executive Pastry Chef Florian Couteau) หัวหน้าเชฟขนมหวานผู้มีทักษะและประสบการณ์ในการทำขนมมายาวนาน เจ้าของรางวัลชนะเลิศเชฟชาเลนเจอร์ของเชฟกระทะเหล็ก...

เสิร์ฟความฝันบนโต๊ะอาหารด้วย Sretsis Table

การรับประทานอาหารที่บ้านก็รื่นรมย์ได้หากใส่ใจในรายละเอียด โดยเฉพาะในเรื่องศิลปะการจัดโต๊ะอาหาร ล่าสุดแบรนด์ Sretsis และ Sretsis Palour ได้สร้างสรรค์สินค้าไลน์ใหม่ในชื่อ Sretsis Table ซึ่งเหมาะจะซื้อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาล หรือไม่ก็ซื้อไปใช้เอง ไลน์สินค้านี้ประกอบด้วยชิ้นงานหลากหลาย เช่น  ภาชนะเคลือบซึ่งใช้เทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิมจากเยอรมนีและออสเตรีย เรียกได้ว่าเป็นงานละเอียดและทนทาน เครื่องแก้ว ผ้าลินินสำหรับใช้บนโต๊ะอาหาร เซรามิกอย่างเชิงงเทียน และแจกัน และบรรดาของตกแต่งต่างๆ อีกมากมาย  และด้วยความเป็น Sretsis ลวดลาย...

Victoire de Castellane หญิงเก่งแห่งวงการจิวเวลรี่

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ว่า วิกตัวร์ เดอ คาสเตลลาน (Victoire de Castellane) เป็นผู้ที่เสนอแบร์นาร์ด อาร์โนลต์ เรื่องการก่อตั้งแผนกจิวเวลรี่ของดิออร์ (Dior) “ฉันบอกคุณอาร์โนลต์ว่าต้องการก่อตั้งแผนกจิวเวลรี่ที่แบรนด์ยังไม่มี” ในปี 1999 โลกจิวเวลรี่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง แบรนด์ต่างๆ ไม่มีทิศทางในการสร้างสรรค์ของตนเอง แต่อาศัยมนตร์ขลังแห่งชื่อแบรนด์ และชื่อเสียงของตัว ‘บุคคล’ ผู้เป็นนักออกแบบ เมื่อได้รับตำแหน่งผู้นำแผนกจิวเวลรี่ของดิออร์ วิกตัวร์ได้สลัดภาพการทำงานสร้างสรรค์ว่าเป็นงานสำหรับชนชั้นกลางออกไป...