Thursday, June 13, 2024

[LOF’s REWIND] Alexander McQueen’s Savage Beauty Exhibition

L’Officiel’s REWIND: การเล่าย้อนถึงตำนานในวงการเเฟชั่นที่เกิดขึ้นในเเต่ละเดือน นำเสนอช่วงเวลาอันน่าประทับใจเเละเผยให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของเเฟชั่นตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

May 4, 2011 – August 7, 2011 : Alexander McQueen’s Savage Beauty exhibition

นิทรรศการ savage Beauty นี้จัดเเสดงโดย The Costume Institute เพื่อยกย่องผลงานอันยอดเยี่ยมของดีไซนเนอร์ในตำนานอย่าง Alexander McQueen ตั้งแต่คอลเล็กชั่นจบการศึกษาจาก Central Saint Martins ในปี 1992 จนถึงการแสดงบนรันเวย์ครั้งสุดท้าย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 McQueen ได้ท้าทายเเละก้าวออกจากขีดจำกัดของแฟชั่น อีกทั้งการออกเเบบของเขายังสะท้อนถึงแสดงออกทางวัฒนธรรมเเละการเมือง ถือว่าเป็นงานศิลปะที่ใช้แฟชั่นเป็นสื่อกลาง

“คุณต้องรู้กฎเกณฑ์ก่อนที่จะทำลายมัน นั่นคือเหตุผลที่ผมอยู่ที่นี่ เพื่อทำลายกฎเกณฑ์ แต่ยังคงรักษาประเพณีไว้” Mcqueen กล่าว

นิทรรศการนี้นำเสนอชุดต่างๆประมาณหนึ่งร้อยชุดและเครื่องประดับเจ็ดสิบชิ้นในตลอดระยะเวลาการทำงานของ McQueen ไม่ว่าจะเป็นคอลเล็กชั่นเเรกของเขา Jack the Ripper Stalks His Victims (1992) ซึ่งเป็นการเปิดตัวเสื้อโค้ท origami frockcoat เเละหลังจากที่เค้าจบการศึกษาเข้าก็ออกเเบบคอลเล็กชั่น Taxi Driver (autumn/winter 1993–94) ที่เปิดตัวกางเกง bumster ซึ่งได้รับเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นอย่างมากเเต่ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นไอเท็มสุดไอคอนิคของเเบรนด์ นอกจากนั้นยังมีบางชิ้นจาก Givenchy Archive ในปารีสขณะเค้ายังดำรงตำเเหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในช่วงขณะนั้นด้วย แฟชั่นของ McQueen มักเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์โดยเฉพาะสมัยยุควิคตอเรียนสไตล์โกธิคที่มีความโรเเมนติกเเละสยองขวัญในเวลาเดียวกัน 

“คอลเล็กชั่นของฉันมักมีกลิ่นอายจาก Edgar Allan Poe ที่สื่อถึงความลุ่มลึกเเละความเศร้าโศก” Mcqueen กล่าวถึงนักเขียน Edgar Allan Poe ผู้ริเริ่มการเขียนเรื่องเเต่งเเนวสยองขวัญ โดยคอลเลกชั่น Dante (autumn/winter 1996–97)  ก็ได้รับเเรงบันดาลใจจากเรื่อง “The Fall of the House of Usher” (1839) ของ Edgar Allan Poe เช่นกัน

อีกทั้งยังผสมผสานสายเลือด Scottish ที่เห็นได้ชัดในคอลเล็กชั่น High Land Rape (1995-6) เเละ Widow of Culloden (2006-7) นอกจากนี้ยังมีความชำนาญทางเทคนิคของเขาจากการฝึกงานกับดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Koji Tatsuno ซึ่ง Mcqueen ได้เรียนรู้ในการตัดเย็บทำเเพทเทิร์นเเละหลังจากนั้นเขาก็ได้ไปทำงานที่มิลานกับ Romeo Gigli ทำให้การออกแบบของเขามีความแปลกใหม่และล้ำสมัยเสมอ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตำนานนักออกเเบบแนวหน้าของวงการแฟชั่นจนถึงปัจจุบันนี้ 

ธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งในเเรงบันดาลใจสำหรับ Mcqueen ที่ออกมาในรูปเเบบซิลูเอทที่เป็นทรงอิสระเเละวัสดุที่ใช้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัสดุธรรมชาติ เห็นได้จากคอลเลกชั่น Plato’s Atlantis (spring/summer 2010) ซึ่งเป็นการผสมผสานความเป็นเทคโนโลยีให้กลิ่นอายความโรเเมนติกเเละ Post Modern

เสียงตอบรับของการจัดเเสดงผลงาน Savage Beauty ครั้งนี้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางเเละทำลายสถิติการเข้าชมทั้งที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Metropolitan และพิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ยั่งยืนและผลกระทบของผลงานของ McQueen ต่อวงการแฟชั่น

อ่านบทความเพิ่มเติม :

[LOF’s REWIND] ย้อนดูคอสตูมเด่นของ Met Gala 1990 – 2003

[LOF’s REWIND] ชุดเจ้าสาวของเจ้าหญิง Kate Middleton เเห่งเวลส์

[LOF’s REWIND] Beyoncé ณ Coachella ในปี 2018






Other Articles