Tuesday, June 18, 2024

Studio Ghibli สตูดิโอแอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นคว้า รางวัล Hornorary Palme d’or จากงาน Cannes Film Festival

Writer: Chanon Jitpanya

Studio Ghibli เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตแอนิเมชันชื่อดังมากมายที่กลายเป็นผลงานคลาสสิกทั้งในวงการภาพยนตร์และงานอาร์ตจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง My Neighbor Totoro, Howl’s Moving Castle หรือ Princess Mononokeในวันที่ 20 ที่ผ่านมา Studio Ghibli ที่อยู่มายาวนานถึง 40 ปี ได้รับรางวัล honorary Palme d’or ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 77 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเทศกาลที่ได้มีการมอบรางวัลให้กับสตูดิโอ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้กำกับคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว โกโระ มิยาซากิ ลูกชายคนโตของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้เป็นตัวแทนของทั้งสตูดิโอทำหน้าที่ขึ้นรับรางวัลและกล่าวขอบคุณแฟนๆทุกคนจากทั่วโลก

อิทธิพลของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ กับสตูดิโอ Ghibli

Studio Ghibli ก่อตั้งขึ้นในปี 1985 โดยผู้กำกับและนักทำแอนิเมชัน ฮายาโอะ มิยาซากิ และ อิซาโอะ ทากาฮาตะ และโปรดิวเซอร์อย่าง โทชิโอะ ซูซูกิ Studio Ghibli เป็นสตูดิโอที่โดดเด่นในด้านการทำแอนิเมชันที่เปรียบเสมือนงานศิลปะสุดแสนประณีตและมีเอกลักษณ์ในลายเส้นของตัวเอง  ตัวแอนิเมชันได้มีการผสมผสานเรื่องราวทั้ง แฟนตาซี ความเชื่อ และวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน ผลงานที่โดดเด่นของสตูดิโอที่เรียกได้ว่าคลาสสิกและไอคอนนิกมาจนถึงทุกวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นผลงานจากการกำกับของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ที่แต่ละผลงานของท่านเรียกได้ว่าเป็นภาพจำหรือสัญลักษณ์ของ Studio Ghibli ไปแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในธรรมชาติกับมุมมองของเด็กที่มีต่อสิ่งลี้ลับอย่างในเรื่อง “My Neighbor Totoro” ที่เนื้อเรื่องดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก เป็นเพียงแค่เด็กน้อยน่ารักทั้งสองอย่าง ซัทซึกิ และ เมอิที่สามารถมองเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยดูแลรักษาธรรมชาติในละแวกนั้น แต่เรื่องที่ดูไม่ซับซ้อนนี้เองก็สามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกฟินไปกับบรรยากาศวิถีชีวิตที่เรียบง่ายในชนบทประเทศญี่ปุ่นที่สุดแสนจะผ่อนคลายและความน่ารักน่าเอ็นดูของวิญญาณผู้ปกปักรักษาธรรมชาติที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ นุ่มฟูกับลูกสมุนตัวเล็กตัวน้อยของเขา แต่ที่สำคัญที่สุดเลยคือการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองของเด็กที่ปกติอาจจะถูกมองข้ามไป เพื่อเป็นการเน้นย้ำสาระสำคัญของเรื่องซึ่งคือมุมมองของเด็กกับธรรมชาติที่มีมากกว่าผู้ใหญ่ ด้วยการที่เด็กนั้นยังไม่ได้เข้าไปสู่โลกแห่งการทำงานและโลกแห่งทุนนิยม เด็กที่ได้มีเวลาเที่ยวเล่นดื่มด่ำกับธรรมชาติจะสามารถมีการรับรู้บางอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติที่ลึกซึ้งและมีความแฟนตาซีกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้อาจารย์ฮายาโอะยังต้องการให้เด็กๆเมื่อดูแอนิเมชันขอท่านแล้วอยากที่จะออกไปเที่ยวเล่นดื่มด่ำกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

หรือจะเป็นเรื่อง “Spirited Away” ที่เป็นแอนิเมชันแห่งความทรงจำของใครหลายๆคน จากเนื้อเรื่องที่ผสมผสานหลายคอนเซปต์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งการนำเสนอความเชื่อในเรื่องลี้ลับของประเทศญี่ปุ่น การเสียดสีทุนนิยม หรือการเติบโตของเด็กสาวอย่าง ชิฮิโระ ที่เป็นคีย์หลักของเรื่อง นอกจากเนื้อเรื่องแล้วนั้น ตัวละครหลายตัวในเรื่องนี้กลายมาเป็นสิ่งที่ถ้าพูดถึง Ghibli ก็ต้องพูดถึงตัวละครเหล่านี้ เช่น ฮาคุ เด็กชายที่กลายเป็นมังกรสีขาวสุดสง่า เจ้าฝุ่นตัวเล็กสุดน่ารัก รวมไปถึงเจ้าภูตไร้หน้า (No Face) ที่มีบทบาทเพียงนิดเดียวแต่กลับเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ Ghibli ด้วยคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์

ผลงานล่าสุดของ Ghibli studio ภายใต้การกำกับของฮายาโอะ มิยาซากิ

ก่อนหน้าเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งนี้ Studio Ghibli ได้ปล่อยผลงานชิ้นโบแดงอีกชิ้นหนึ่งออกมากับเรื่อง “The Boy and the Heron” หรือชื่อไทย “เด็กชายกับนกกระสา” ซึ่งเป็นอีกผลงานล่าสุดของอาจารย์ ฮายาโอะหลังจากการวางมือไปในปี 2013 แอนิเมชันได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า มาฮิโตะ ผู้สูญเสียแม่ไปในเหตุการณ์สงครามและต้องไปตั้งรกรากใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับเขาเป็นอย่างมาก เขาทั้งฝันร้ายถึงแม่ ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับใครได้เลย ถูกบุลลี รวมถึงมีการทำร้ายตัวเอง วันหนึ่งเขาได้พบกับนกกระสาพูดได้ที่พาเขาไปยังหอคอย ทำให้มาฮิโตะได้หลุดเข้าไปในโลกลึกลับที่เขาได้พบกับแม่ของเขาในร่างวัยรุ่น

แอนิเมชันเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่เข้าใจยากกว่าแอนิเมชันที่ผ่านมาของอาจารย์ฮายาโอะ แต่ทว่าหากผ่านการตีความอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วนั้น บอกได้เลยว่าเรื่องนี้คือ masterpiece ของสตูดิโอนี้เลยทีเดียวการันตีด้วยการชนะรางวัลออสการ์สาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยมประจำปี 2024 (The Academy Award for Best Animation Feature) อย่างไรก็ตาม อาจารย์ฮายาโอะไม่ได้เข้าร่วมงานรับรางวัลออสการ์ในปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับในปี 2003 ที่ผลงานของอาจารย์เรื่อง “Spirited Away” ได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาเดียวกัน

“ผมไม่อยากไปเยือนประเทศที่ทิ้งระเบิดใส่ประเทศอิรัก” อาจารย์ฮายาโอะได้กล่าวไว้ในนิตยสารลอสแอนเจลิสไทมส์ (Los Angeles Times) ในปี 2009 เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนต่างคิดกันไปว่าที่อาจารย์ท่านไม่เข้าร่วมในปีนี้เป็นเพราะเหตุการณ์สงครามในฉนวนกาซ่าที่อเมริกาได้สนับสนุนอิสราเอล อย่างไรก็ตามสื่อชื่อดังอย่าง Entertainment Weekly ได้มีความเห็นว่าเป็นเพราะอาจารย์ท่านมีอายุมากและอาจไม่สะดวกมาเข้าร่วมงานในปีนี้มากกว่าเหตุผลทางการเมือง

Studio Ghibli ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

ล่าสุด วันที่ 20 พฤษภาคม ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 77 โกโระ มิยาซากิ ลูกชายคนโตของ ฮายาโอะ ได้เดินพรมแดงเข้าร่วมงานมอบรางวัล honorary Palme d’or พร้อมกับ เคนอิชิ โยดะ นักสร้างแอนิเมชัน  โดยมีการฉายหนังสั้นสี่เรื่องหลังจากงานมอบรางวัลซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่อง “Mei and the Baby Cat Bus” ซึ่งเป็นหนังสั้นต่อจากผลงานสุดไอคอนนิกของอาจารย์ฮายาโอะอย่างเรื่อง “My Neighbor Totoro” โกโระเดินเข้าฮอลล์พร้อมกับการต้อนรับด้วย Standing ovation จากผู้ชมจำนวนมากภายในงาน

“นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ ไอริส โนบลอคและผมตัดสินใจมอบรางวัล honorary Palme d’or ให้กับสตูโอแทนที่จะมอบให้กับผู้สร้างเพียงแค่คนเดียว” เทียรี เฟรโมส์ ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์กล่าวถึงการตัดสินใจของเขากับประธานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 

แม้ว่าอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ท่านจะไม่ได้เข้าร่วมงานรับรางวัลในครั้งนี้ แต่ท่านได้ขอบคุณแฟนๆทุกคนที่คอยสนับสนุนผลงานของสตูดิโอมาอย่างเนิ่นนานผ่านทางคลิปวิดิโอที่ฉายในงาน

“นี่คือรางวัลของทุกคนที่รักในผลงานพวกเราเหมือนกัน ผมอยากขอบคุณแฟนๆ Ghibli ทุกคนจริงๆครับ” โกโระ มิยาซากิ ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆจากทั่วทุกสารทิศอย่างอบอุ่นเป็นการทิ้งท้าย

บทความอื่นที่น่าสนใจ:

Megalopolis การกลับมาในรอบ 13  ปี ของตำนาน Francis Ford Coppola

ถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ Palme d’Or ผลงานสร้างสรรค์ราวกับเครื่องประดับชั้นสูง โดย Chopard

ไฮไลต์ควรรู้ก่อนงาน Cannes Film Festival 2024 

Other Articles