Monday, May 20, 2024

มิลค์-เลิฟ กับเรื่องราวของมิตรภาพและ girl love

พูดคุยกับสองสาวนักแสดงรุ่นใหม่ มิ้ลค์-พรรษา วอสเบียน และเลิฟ-ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร ความรู้สึกของการเป็นคู่จิ้นนอกจอ และเบื้องหลังความสนุกของผลงานเรื่องใหม่ล่าสุด ‘23.5 องศาที่โลกเอียง’

ในยุคที่กระแสคู่นักแสดงหญิงกำลังมาแรงอย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้เพราะบทบาทแนว girls’ love มิลค์-พรรษา วอสเบียน และเลิฟ-ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร เริ่มเป็นที่จับตามองจากแฟนคลับจิ้นนอกจอมาตั้งแต่ซีรีส์เรื่อง ‘แค่เพื่อนครับเพื่อน’ ซึ่งแฮชแท็ก #อิ๊งภา ตามบทบาทในเรื่องได้กลายเป็นกระแสอยู่พักใหญ่ ก่อนจะมีผลงานร่วมกันต่อมาในเรื่อง ‘รักสลับโลก’ ‘เมจิกออฟซีโร’ และล่าสุดที่กำลังเฉิดฉายความปังแบบสุดๆ ก็คือเรื่อง ‘23.5 องศาที่โลกเอียง’ ซึ่งสองสาวควงคู่กันมาปลุกพลังความฟินให้แฟนๆ ใจละลาย ด้วยเรื่องราวภารกิจของการจีบคนที่ชอบให้กลายเป็นคนที่ใช่ ออกอากาศในเดือนมีนาคม 2567 ทางช่อง GMM25 และ Netflix 

เราชวนพวกเธอคุยทั้งเรื่องความฝันและความท้าทายของงานในวงการบันเทิง การตีความบทบาทการแสดง ทัศนคติเกี่ยวกับความรักในชีวิตจริง รวมถึงแง่มุมด้านอื่นๆ ในชีวิต อย่างการเลี้ยงแมว ความสุขในการกิน การออกกำลังกาย การรับมือกับแสงสปอตไลต์และโลกโซเชียล ไปจนถึงมุมมองเรื่องความสวย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ นอกเหนือจากเคมีความน่ารักแล้ว พวกเธอยังมาพร้อมเอเนอร์จี้ความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมในการพัฒนาตัวเอง ตลอดจนความสามารถที่หลากหลาย ถือว่าเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองเส้นทางการเติบโตในวงการบันเทิงอย่างมากเลยทีเดียว

ทั้งสองคนฝันอยากเป็นนักแสดงหรือทำงานในวงการบันเทิงมาแต่แรกไหม

มิลค์: “ตอนแรกไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงเลยค่ะ ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด เกิดที่ลำปางและมาเรียนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่เชียงใหม่ พื้นฐานมิลค์เลยค่อนข้างเป็นคนขี้อาย เวลาทำสิ่งใหม่มักจะตื่นเต้นตลอดเวลา ซึ่งมิลค์พยายามฝึกตัวเองให้กล้าพูดมากขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างเช่นในห้องเรียนปกติเวลาครูถาม เราไม่เคยเป็นคนแรกที่ตอบ ก็ลองดูบ้าง สู้กับตัวเอง ช่วงแรกก็สั่นแต่พอทำบ่อยๆ ก็เริ่มชิน แต่ถึงอย่างนั้นตอนเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ช่วงแรกๆ คนยังทักว่าทำไมพูดช้า ใจเย็น ดูเนิบๆ ตอนนั้นเข้ามาเป็นฟรีแลนซ์ก่อนค่ะ รับงานถ่ายแบบ โฆษณา เอ็มวี พอทำเรื่อยๆ ก็รู้สึกสนุก ติดใจ ทีนี้ตอนไปถ่ายเอ็มวีให้พี่แหนม-รณเดช วงศาโรจน์ มีคนแนะนำให้รู้จักกับพี่ใน GMMTV เลยมีโอกาสได้ร่วมงาน พอมาเล่นซีรีส์ก็เป็นการฝึกให้พูดชัดขึ้น ดังขึ้น เต็มเสียงมากขึ้น” 

เลิฟ: “ตอนเด็กๆ เลิฟเป็นคนขี้อายเหมือนกันค่ะ พูดไม่รู้เรื่อง ไม่กล้าแสดงออก แค่พรีเซนต์หน้าห้องเรียนยังตื่นเต้น ไม่ค่อยกล้า เคยมีความคิดว่าอยากเป็นทูต ตอนม.ปลายเลยเลือกเรียนสายศิลป์ฝรั่งเศส แต่พอหลังจากที่โรงเรียนมีแนะแนว พาไปดูคณะต่างๆ คิดว่าภาพยนตร์น่าจะใช่ทางเรามากกว่า ตอนนั้นเลิฟคิดว่าอยากลองทำงานเบื้องหลัง เลยเลือกเรียนสาขาการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ ที่วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุดท้ายก็ได้มีโอกาสมาลองทำงานแสดงค่ะ”

เล่าถึงซีรีส์เรื่องแรกที่ได้มาร่วมงานกันให้ทราบหน่อย

เลิฟ: “‘แค่เพื่อนครับเพื่อน’ เป็นเรื่องแรกที่ได้ร่วมงานกับพี่มิลค์ค่ะ ตอนนั้นก็รู้สึกดีที่เราเป็นคู่หญิง-หญิงในเรื่องนั้น การทำงานค่อนข้างง่ายเพราะเราเข้าใจกัน ด้วยความที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ถึงแม้ตอนนั้นจะยังไม่ได้สนิทกันเท่าตอนนี้ แต่รู้สึกว่าทำงานเข้ากันได้ดีตั้งแต่เรื่องแรก”

มิลค์: “ตอนนั้นตื่นเต้นนะเพราะไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิง ช่วงแรกเรายังไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ เขาพูดน้อย และเราไม่รู้จะชวนคุยยังไงดี มิลค์ชอบสังเกตคน แล้วก็เห็นว่าน้องชอบกินนู่นกินนี่ เลยใช้ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในกองไปอยู่ใกล้ๆ เขา อาจจะไม่ได้คุยตลอด แต่ก็ไปนั่งเล่นโทรศัพท์ข้างๆ บ้าง แล้วเราก็ค่อยๆ คุยกันไปเองจนสนิทกัน”

อะไรที่ทำให้เราทำงานกันได้อย่างเข้าขา

เลิฟ: “เลิฟว่าการคุยค่ะ เรามีอะไรก็ปรึกษากันตลอด แชร์กันว่าทำแบบนี้ดีกว่าไหม หรือจังหวะนี้เป็นยังไง เลิฟรู้สึกว่าการ deep talk และเปิดใจคุยกันตรงๆ ทำให้เราคลิกและจูนกันง่ายขึ้น”

มิลค์: “การกินก็ช่วยค่ะ ช่วงนั้นพากันไปกินชาบู มิลค์เองไม่ค่อยมีเพื่อนที่กรุงเทพฯ มากอยู่แล้ว ฉะนั้นบางครั้งเวลาเลิฟมีงานอะไร เราก็ไปช่วย หรือแวะไปให้กำลังใจ”

ยากไหมกับการเล่นซีรีส์แบบ girls’ love และมุมมองความรักในชีวิตจริงเป็นอย่างไร

เลิฟ: “เลิฟเรียนโรงเรียนหญิงล้วนตั้งแต่อนุบาล 3 จนถึงม.6 (โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย) เลิฟรู้สึกว่าความรักของผู้หญิง-ผู้หญิง หรือไม่ว่าจะเพศไหนก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ มันคือความรักหนึ่งก้อนที่มันก็น่ารักดี ถึงแม้ตัวเลิฟเองจะไม่เคยมีแฟนเป็นผู้หญิง แต่เพื่อนๆ หรือรุ่นพี่รุ่นน้องเขาก็มีกัน และเลิฟจะเป็นที่ปรึกษา เลยเข้าใจ และได้เห็นหลายๆ อย่าง”

มิลค์: “ส่วนใหญ่มิลค์จะมีแต่เพื่อนสาว (หัวเราะ) เพราะอยู่โรงเรียนสหศึกษามาตลอด มีเพื่อนผู้ชายเยอะกว่าเพื่อนผู้หญิง อาจจะเพราะมีพี่ชายด้วยมั้ง เลยมีความห้าว พอได้รู้จักเพื่อนผู้หญิงใหม่ๆ ก็ตื่นเต้นนะ ได้เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตแบบผู้หญิงจริงๆ เป็นยังไง รู้สึกว่าเราก็เป็นตัวขิงตัวเองได้ ส่วนมุมมองความรัก มิลค์ว่ามันซับซ้อนมากๆ คำว่าความรักมันดูง่ายนะ แต่พอเข้าไปสัมผัส มันมีหลายความรู้สึก ไม่ว่าจะดีใจ ทุกข์ สุข ปะปนกันไป อยู่ที่ว่าเราพร้อมจะเรียนรู้ ลดอีโก้ และพร้อมจะเปิดใจเรียนรู้นิสัยใครสักคนจริงๆ ไหม”

คิดอย่างไรที่แฟนคลับจิ้นมิลค์-เลิฟนอกจอ

เลิฟ: “จริงๆ เราวางตัวเป็นพี่น้องตลอด แต่อาจจะเป็นเคมีบางอย่างที่แฟนคลับเห็นแล้วรู้สึกน่ารักดี เลิฟว่าเราสองคนมีความเป็นธรรมชาติ มันเลยเกิดสิ่งน่ารักๆ ให้เขาไปจิ้นกันต่อ อะไรที่ดูธรรมชาติมันจะไปต่อได้เรื่อยๆ”

มิลค์: “ใช่ค่ะ เราวางตัวเป็นพี่น้องกันมาตลอด ก็ดีใจนะที่แฟนคลับชอบเวลาเราสองคนอยู่ด้วยกันแล้วมันดูน่ารักในสายตาเขา ถ้าทำให้เขามีความสุข เราไม่ติดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้เมกมันขึ้นมา เราแค่อยู่ด้วยกันเฉยๆ เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง”

คุยเรื่องผลงานซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของทั้งคู่ ‘23.5 องศา ที่โลกเอียง’ ของ GMMTV ที่จะออกฉายทาง Netflix ด้วย 

มิลค์: “เรื่องนี้เป็นความรักใสๆ ของเด็กมัธยม ไม่นับเป็นเพศละกัน แต่เป็นความรักของคนสองคน มิลค์รับบทเป็นองศา เด็กสาวม.ปลายคนหนึ่งที่มาเจอเพื่อนร่วมห้องอย่างซัน องศาชอบซัน เพราะว่าในโซเชียลเขาดูเป็นคนน่ารัก จึงเป็นเหมือนกำลังใจให้เราในแต่ละวัน แล้วพอวันหนึ่งได้มาเจอซันตัวจริง เรายิ่งตื่นเต้น อย่างตัวมิลค์เองในชีวิตจริงก็มีไอดอลที่ชอบ ถ้าวันหนึ่งได้เจอเขา เราคงตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก ทีนี้พอองศาได้มีโอกาสมาคุยกับซันก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก เลยไม่กล้าเปิดเผยตัวตนว่าเป็นใคร จึงใช้นามแฝงในโลกโซเชียล แล้วก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชาย แต่สุดท้ายได้โอกาสเลื่อนสถานะเป็นคนคุย”

เลิฟ: “เรื่องนี้เป็นนิยายมาก่อน ซึ่งตอนแรกเลิฟจะอ่าน แต่พี่ฝน (ขนิษฐา ขวัญอยู่) ผู้กำกับ บอกว่าอย่าเพิ่งอ่าน เพราะกลัวว่าจะจำเรื่องแล้วติดเอามาเล่น เลยไม่ได้อ่าน แต่เลิฟอ่านบท เนื้อเรื่องเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนเยอะ เอาตัวหลักมาและอาจจะมีเติมนิดหน่อย เรื่องนี้เลิฟรับบทเป็นซัน เด็กร่าเริงในโรงเรียน เป็นฟีลแสงสว่าง เป็นคนเห็นอกเห็นใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีเอเนอร์จี้เยอะ และชอบเทคแคร์ทุกๆ คน เลิฟรู้สึกว่าซันเป็นเลิฟในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า ช่วงนั้นเลิฟเลยต้องมองทุกอย่างเป็นบวก เอเนอร์จี้บวกๆ ตลอดเวลา มันมีความยากตรงที่เอเนอร์จี้ของเลิฟน้อยกว่าซัน ซัน 100% แต่เลิฟ 70% ถ้าซีนไหนเราเล่นแล้วเอเนอร์จี้ดร็อป พี่ฝนจะเดินมาสะกิดให้เพิ่มเอเนอร์จี้อีกหน่อย”

ฝึกฝนการแสดงสำหรับเรื่องนี้อย่างไร

เลิฟ: “เรามีเวิร์กช็อปกันก่อนค่ะ มีวิเคราะห์ตัวละคร ถ้าอันไหนเข้าไม่ถึงจะมีแอ็กติ้งโค้ชมาช่วย หรือถ้าจบกองวันนั้นเลิฟจะเดินเข้าไปคุยกับพี่ฝนว่า วันนี้เลิฟเป็นไงบ้าง มี reflection of the day กันว่าเราควรจะเพิ่มหรือปรับแนวทางยังไงให้ตรงกับภาพที่พี่ฝนวางไว้ เลิฟมีเขียนไดอารี่ด้วยค่ะ เล่าว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง แต่ไม่ใช่เขียนเป็นเลิฟเล่านะ เขียนเป็นตัวซันเล่า”

มิลค์: “เรื่องนี้เราเป็นตัวเมนเรื่องแรกด้วย ตอนแรกเครียดค่ะ ต้องใช้เวลาพอสมควร รู้สึกว่าตัวเองเข้าคาแร็กเตอร์ยากมากเพราะคิดเยอะ แต่พอได้ลองจริงๆ ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น เราพยายามสู้กับตัวเองให้ได้ไวที่สุด พอมารู้อีกทีก็แค่เป็นมิลค์นี่แหละ แต่เป็นมิลค์ที่พลังงานเยอะกว่าเดิม”

แชร์ประสบการณ์สนุกๆ ในกอง

เลิฟ: “ทุกคนจะลุ้นกับการขับมอเตอร์ไซค์ของเลิฟมาก ทั้งกองจับจ้องเป็นตาเดียวว่าเลิฟจะขับได้ไหม ขับไปจอดตรงจุดมาร์กหรือเปล่า เพราะเลิฟไม่เคยขับมาก่อน นั่งอย่างเดียว (หัวเราะ) เรื่องนี้คือต้องไปเรียนขับมอเตอร์ไซค์เลย กลัวมากกก มันมีคิวสุดท้ายที่ต้องขับเร็วและหลบหลีก เลิฟอยากจะร้องไห้ และบอกพี่ฝนว่าไม่เอาแล้วๆ เขาก็ถามย้ำว่าโอเค ไม่แล้วใช่ไหม แต่เราก็อะ ต่อก็ได้ จนกว่าจะผ่าน”

มิลค์: “มิลค์สนุกกับทุกคนในกองนะคะ ไม่เฉพาะกับเลิฟ ยังมีน้องฟอร์ด อรัญญ์ (รับบท ติณห์ หนุ่มนักสร้างคอนเทนต์) กับน้องเอิร์น ปรียาภัทย์ (รับบท เจริญ สาวใสใจธรรมะ) ตอนเข้ามาช่วงแรกเราเรียนคลาสแอ็กติ้งด้วยกันก็เคยคิดว่าอยากเล่นด้วยกันสักครั้ง จนกระทั่งมาเจอกันเรื่องนี้ และได้เล่นเป็นเพื่อนกันด้วย มันเลยสนุก นอกจากนี้ยังมีน้องจูน วรรณวิมล (รับบท ลูน่า รุ่นพี่รองประธานนักเรียน) น้องวิว เบญญาภา (รับบท เอลิน เด็กสาวฉายาเอเลี่ยน มีความไม่เหมือนใคร) ยูโร ธนเศรษฐ์ (รับบท มาวิน) ไซซี รัตท์ริชา (รับบท แอลฟ่า พี่สาวสุดเพอร์เฟ็กต์ขององศา) และเอเจ ชยพล (รับบท ต้น หนุ่มฮ็อตประจำโรงเรียน) ทุกคนคาแร็กเตอร์ชัดมาก เป็นการร่วมงานที่สนุกมากค่ะ”

เลิฟ: “พี่มิลค์ชอบพาเลิฟไปเดินตลาด ใกล้ๆ กองถ่ายจะมีตลาดสด ขับรถไปห้านาทีก็ถึง ถ้าเรามีเวลาว่างสักสองชั่วโมง เราก็จะวาร์ปไปซื้อของกินเข้ากอง”

งานอดิเรก/กิจกรรมวันว่าง

เลิฟ: “ทำอาหารค่ะ คือเลิฟเป็นคนชอบกิน แต่เรากินเยอะไม่ได้ เลยทำอาหารให้คนอื่นทาน ช่วงนี้เลิฟชอบอะไรก็ได้ที่เป็นทรัฟเฟิล เช่น พาสต้าทรัฟเฟิล ซุปทรัฟเฟิล แต่ถ้าทำให้ป๊ากับอากงก็จะทำอาหารไทย เช่น ผัดสะตอ ผัดกะเพรา”

มิลค์: “ช่วงนี้มิลค์ออกกำลังกายค่ะ บอดี้เวต และมีแพลนอยากเรียนเต้นด้วย อยากฝึกขยับตัวให้มีมูฟเมนต์กว่านี้ เพราะร่างกายแข็งทื่อ ตัวตึง (หัวเราะ) เผื่อในอนาคตได้ขึ้นไปเต้นบนสเตจหรืออะไร มิลค์ว่าคนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่เชื่อว่าถ้าเราพยายามพัฒนาตัวเองและสนุกกับตรงนั้น มันจะทำออกมาได้ดี ไม่ว่าจะร้องเพลง เต้น เล่นดนตรี หรืออะไรก็ตาม ทุกคนพัฒนาตัวเองได้ เอาเท่าที่ไหว และค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ”

ช่วงนี้ติดอะไรมากที่สุด

เลิฟ: “ติดแมว! มีสามตัวค่ะ เวลากลับบ้านไปต้องขอกอดแมวสักหนึ่งที” 

มิลค์: “เลี้ยงแมวเหมือนกัน ชื่อซูกัส เป็นอเมริกันช็อตแฮร์ มิลค์ติดแมว หวงแมวค่ะ บางทีก็ดุเขานะ แต่ดุแบบโอ๋”

ความท้าทายในการเป็นวัยรุ่น Gen Z และการรับมือกับคอมเมนต์บนโลกโซเชียล

เลิฟ: “เราเป็นคนค่อนข้างคิดมากนะ แต่พอมาทำงานตรงนี้ที่มีแสงสว่าง เราก็ต้องระวังตัวเองในระดับหนึ่งด้วย เลิฟคิดว่าถ้าเราระวังตัวเองอย่างดีแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรที่เราทำพลาดไป การขอโทษก็เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เราไม่ผิด การชี้แจงหรืออธิบายก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นเข้าใจเรามากขึ้นว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้น และที่สำคัญคือ การปล่อยวางเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะต้องทำ ถึงแม้จะคิดมากแต่ก็ต้องรีบมูฟออนให้ไว”

ในยุคที่ศัลยกรรมเป็นเรื่องที่เปิดกว้างมากขึ้น และผู้หญิงก็มีวิธีในการดูแลตัวเองมากขึ้น คนสวยก็มีเยอะขึ้นด้วย สำหรับเราแล้ว นิยามความสวยเป็นแบบไหน

เลิฟ: “ความสวยของแต่ละคนก็แต่ละมุมมองเลยค่ะ สเปกของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเราชอบตัวเราที่เป็นแบบนี้ไหม ถ้าชอบนั่นก็คือสวยแล้ว ส่วนภายใน เลิฟคิดว่าถ้าเราคิดดี มันจะเพิ่มพูนความสวยออกมาจากข้างในเอง”

มิลค์: “นิยามความสวยของมิลค์ไม่ใช่ beauty standard แน่นอน และไม่อยากให้คนโฟกัสเรื่องนี้ ในโลกยุคนี้การเติมเต็มตัวเองในเรื่องรูปลักษณ์ มันสร้างความมั่นใจและความสุขได้ แต่ไม่ว่าจะออกมาเป็นสไตล์ไหน ทุกคนก็มีความสวยและความน่ารักในแบบของตัวเองอยู่ดี”

พลังของความเป็นผู้หญิงพิเศษอย่างไร

เลิฟ: “สำหรับเลิฟ อยู่กับผู้หญิงล้วนก็จะแบบ ‘ใครมีผ้าอนามัยไหม’ เลิฟคิดว่ามันคือพลังที่ไม่มีใครมานั่งคิดว่าผ้าอนามัยนี่ราคาเท่าไหร่ ทุกคนช่วยหาและยินดีที่จะให้ แค่ประโยคนี้ มันสัมผัสถึงพาวเวอร์ของผู้หญิงได้มากเลยนะ ผู้ชายไม่มีวันเข้าใจ (หัวเราะ)”

มิลค์: “ผู้หญิงทุกคนมีพลังพิเศษของตัวเอง ถ้าเปรียบเทียบเป็นฮีโร่ในอเวนเจอร์ แต่ละตัวละครก็มีพลังของตัวเองและสามารถปล่อยพลังนั้นออกมาเหมือนกันค่ะ ผู้หญิงแต่ละคนมีพลังและศักยภาพของตัวเอง ต่อให้ร่างกายจะไม่ได้แข็งแรงเท่าผู้ชาย แต่เราสามารถหาพลังของตัวเองให้เจอ และขึ้นอยู่ว่าเราจะดึงสิ่งนั้นออกมาใช้ประโยชน์ยังไง”

สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนคลับ

มิลค์: “อยากขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่รอคำว่า coming soon มาเรื่อยๆ ตอนนี้ใกล้จะเป็น coming soon ของจริงแล้วนะคะ เร็วๆ นี้ ขอบคุณที่ซัพพอร์ตมิลค์-เลิฟมาตลอด และหวังว่าจะเห็นพวกเราเติบโตไปด้วยกัน และอยู่เคียงข้างกันตลอดไปค่ะ”

Photographer: Thanut Treamchanchuchai 

Stylist: Neti Poomtong

Writer: Aunyawan Thongboonrod

Editorial Director: Pimpilai Boonjong

Photographer Assistants: Prompong Dechpol, Wachiravit Poomgird 

Stylist Assistant: Panithan Prasongsanti 

Producer: Akeera Sasungnern






Other Articles