Thursday, November 30, 2023

Oris ร่วมกับธุรกิจเพื่อสังคม Bracenet  นำอวนประมงที่ถูกทิ้งในทะเลมาผลิตเป็นหน้าปัดนาฬิกาอันงดงาม

Oris แบรนด์นาฬิกาสวิสนั้นให้ความสำคัญกับแนวคิดความยั่งยืนเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการริเริ่มแคมเปญ Change for the Better ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก และล่าสุด ทางแบรนด์ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับธุรกิจเพื่อสังคม Bracenet เปลี่ยนจาก ‘อวนผี’ หรืออวนประมงที่ถูกทิ้งนำกลับมารีไซเคิลให้กลายเป็นแอคเซสเซอรี่ใหม่อีกครั้ง 

นับเป็นความยากที่จะนับสถิติจำนวนขยะพลาสติกในมหาสมุทร ตัวอย่างเช่นที่เหล่านักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Great Pacific Garbage Patch (GPGP) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของขยะทะเลที่ลอยรวมตัวกันเป็นแพขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างฮาวายและแคลิฟอร์เนีย มีขนาดประมาณ 4.5 เท่าของขนาดประเทศเยอรมนี ตัวเลขดังกล่าวคำนวณโดยองค์กรด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม The Ocean Cleanup ซึ่งประเมินว่าร้อยละ 46 ของ GPGP นั้นมาจากอวนประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล นี่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อจับสัตว์ทะเล ฉะนั้นแม้จะไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว แต่เศษอวนเหล่านี้ก็จะยังทำหน้าที่เดิมในการจับและคร่าชีวิตสัตว์ทะเลอยู่ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่ามีอวนประมงจำนวนมากถึงหนึ่งล้านตันที่ถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรทุกปี และ ‘อวนผี’ ที่ถูกทิ้งเหล่านี้จะอยู่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลไปอีกถึง 400-600 ปี

Benjamin Wenke และ Madeleine von Hohenthal มองเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้ริเริ่มธุรกิจเพื่อสังคม Bracenet นำเอาซากอวนที่ถูกทิ้งมารีไซเคิลเป็นสร้อยข้อมือ ก่อนจะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อลดปัญหาขยะทางทะเลที่กำลังเป็นภัยต่อสิ่งมีชีวิต 

ในการร่วมมือระหว่าง Oris x Bracenet ทั้งสองได้ร่วมกันสร้างสรรค์นาฬิกาไดฟ์เวอร์ Aquis Date รุ่นพิเศษ ด้วยหน้าปัดที่สวยงามซึ่งผลิตจากอวนประมงที่ถูกทิ้งและหมดอายุการใช้งานนำกลับมารีไซเคิล  

“เรานำเศษชิ้นส่วนอวนมาค่อยๆให้ความร้อนจนเกิดการหลอมละลายกลายเป็นวัตถุดิบที่ปล่อยให้เย็นลงจนแข็งตัว จากนั้นจึงนำมาไสและขัดให้เรียบจนได้วัสดุที่เป็นแผ่นมีลายเส้นโค้งวนสีสันสวยงามซึ่งมีความหนาเพียง 0.3 มม. ที่สามารถนำมาตัดเป็นหน้าปัดได้ ไม่มีสารเติมแต่ง สารตัวเติม หรือกาว และที่พิเศษจริงๆคือหน้าปัดทุกอันจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว” Benjamin Wenke กล่าว 

ลวดลายและสีสันบนหน้าปัดที่มีเอกลักษณ์พิเศษนี้เกิดขึ้นจากการนำเอาเศษอวนที่เหลือจากการตัดส่วนหลักไปแล้ว เฉพาะที่เป็นสีเขียว สีน้ำเงิน และสีขาว มาค่อยๆให้ความร้อนจนเกิดการหลอมละลายกลายเป็นวัตถุดิบ เมื่อเย็นตัวลงจะแข็งตัวเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นจึงตัดให้ได้ขนาด ไส และขัดจนมีความหนาเพียง 0.3 มม. วัสดุนี้จะไม่มีสารเติมแต่ง สารตัวเติม หรือกาว จึงไม่มีหน้าปัดชิ้นใดที่เหมือนกัน  

นาฬิกาตัวเรือนสเตนเลสสตีลสองรุ่น คือ รุ่นตัวเรือนขนาด 43.50 มม. และรุ่นตัวเรือนขนาด 36.50 มม. ทั้งสองรุ่นประกอบด้วยกลไกจักรกลออโตเมติก วงแหวนขอบหน้าปัดหมุนได้ทิศทางเดียว และกันน้ำได้ถึงระดับ 30 บาร์ (300 เมตร) 






Other Articles