Tuesday, June 18, 2024

รวมนาฬิการุ่นเด่นจาก Cartier ที่เปิดตัวในปี 2023

คาร์เทียร์เผยโฉมเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่ที่งาน Watches and Wonders 2023 ณ กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยมาในธีม Time Unlimited สื่อถึงพลังแห่งความสร้างสรรค์จากอดีตสู่อนาคต ผ่านเรือนเวลาที่พรั่งพร้อมทั้งรูปทรงและคาแรกเตอร์ ปรับโฉมใหม่ผ่านการสร้างสรรค์อันทรงคุณค่า โดยมีทั้งรุ่นไอคอนิก และรุ่นจิวเวลรี่

แทงก์ ฟรองแซส (TANK FRANÇAISE)

ในปีนี้คาร์เทียร์ได้เผยโฉมใหม่ของ TANK FRANÇAISE ที่ได้รับการปรับปรุงพลิกโฉมใหม่ทั้งหมดนับตั้งแต่มีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1996 โดย TANK FRANÇAISE รูปแบบใหม่นี้ถูกนำเสนอผ่านความเรียบง่ายแต่ภูมิฐาน ความมีเสน่ห์สุดคลาสสิกที่สร้างความแตกต่าง และความสง่างามไร้กาลเวลา ผสมผสานกับความทันสมัยตามแบบฉบับของคาร์เทียร์อย่างลงตัว

TANK FRANÇAISE รุ่นใหม่ สะท้อนความเชื่อมั่นในเชิงสร้างสรรค์ เฉกเช่นการกลับมาค้นพบเนื้อแท้ที่ยังไม่ผ่านการขัดเกลาของพลอยที่เจียระไนแล้วอีกครั้ง โดยเป็นการจับรูปทรงที่แหวกขนบของนาฬิกามาปรับเส้นสายหลักให้เรียบง่ายขึ้น ตัดทอนรายละเอียดการออกแบบที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อกลับคืนสู่จุดเริ่มต้นแห่งตำนาน โดยรูปลักษณ์ใหม่นี้มาพร้อมกับตัวเรือนสตีลประดับเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนท์ สร้างความระยิบระยับเล่นแสงไฟ และสร้างคุณค่าให้กับเรือนเวลามากยิ่งขึ้น

แทงก์ อเมริแกน (TANK AMÉRICAINE)

ออกแบบในปี 1987 และเปิดตัวเมื่อปี  1989  โดยได้แรงบันดาลใจตลอดจนตัวเรือนทรงโค้งมนมาจากTank Cintrée แต่ขณะเดียวกันก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะเป็นเรือนเวลารุ่นแรกที่มาพร้อมสายแบบปรับความยาวได้ ที่สอดรับกับหัวบัคเกิลแบบพับได้อันโด่งดังซึ่งคาร์เทียร์ที่ได้ยื่นจดสิทธิบัตรตั้งแต่ปี 1910  

ในปี 2023 เมซงได้เน้นย้ำดีไซน์ต้นฉบับและรูปทรงโค้งมนของ Tank Cintrée ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยการสลักเส้นสายที่ละเอียดยิ่งกว่าเดิมและดูปราดเปรียวดุจนักกายกรรม ความบริสุทธิ์ของรูปทรงได้รับการเน้นให้เด่นชัดขึ้นอีกด้วยสไตล์ของหน้าปัด และการเชื่อมกรอบข้างตัวเรือนให้เข้ากับสายนาฬิกาอย่างไร้ที่ติ  กลไกภายในคือรุ่น 1899 MC ที่ปรับขนาดให้สอดคล้องกับตัวเรือนที่บางลง Tank Américaine 2023 มีให้เลือกในแบบตัวเรือนและสายทองคำ (all gold) แบบตัวเรือนสตีลสายหนัง ตัวเรือนโรสโกลด์ฝังเพชรสายหนัง และตัวเรือนไวท์โกลด์และโรสโกลด์ฝังเพชร บนสายโลหะที่ออกแบบมาสำหรับ Tank Américaine โดยเฉพาะ ข้อสายขัดเงาทุกด้าน เมื่อแสงตกกระทบจึงเปล่งประกายแวววาว 

บัลลอง เบลอ เดอ คาร์เทียร์ (BALLON BLEU DE CARTIER)

ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2007 โดยได้นำความกลมมนมาตีความใหม่ด้วยการเพิ่มมิติ และผลลัพธ์คือความซับซ้อนของวงกลมที่มีมิติ บนตัวเรือนที่สร้างสมดุลระหว่างเส้นสายได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยการซ่อนเม็ดมะยมคริสตัลแซฟไฟร์สีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ในวงแหวนกลมเล็กไว้กับตัวเรือนอย่างแนบเนียนไม่มีสะดุดที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา 

ในปีนี้คาร์เทียร์เน้นตัวเรือนสตีลประดับเพชรเพื่อยกระดับความสง่างามให้แก่ Ballon Bleu de Cartier โดยการนำดีไซน์หน้าปัดนาฬิกากลับมาตีความใหม่อีกครั้ง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในกลุ่มนาฬิกาของ precious watch คาร์เทียร์จึงได้นำเสนอเรือนเวลารุ่นหน้าปัดประดับเพชรเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับ Ballon Bleu de Cartier ในราคาที่สามารถจับต้องได้ นอกจากนั้นเมซงยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับรุ่นตัวเรือนสตีลโดยเพิ่ม Sunray effect ในรุ่นหน้าปัดสีชมพูสร้างแรงดึงดูดแก่สายตา และทำให้สีหน้าปัดของนาฬิกานั้นโดดเด่นและมีสีสันชัดเจนสม่ำเสมอ

พาช่า เดอร์ คาร์เทียร์ (PASHA DE CARTIER)

Pasha de Cartier ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1985 และนำกลับมานำเสนออีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2020 โดยตั้งชื่อเพื่ออุทิศให้กับพาช่าแห่งมาร์ราเกช (Pasha of Marrakesh) ผู้ซึ่งหลงใหลในศิลปะการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงและเป็นลูกค้าของหลุยส์ คาร์เทียร์ ด้วยขนาดที่โดดเด่น เอกลักษณ์ของเม็ดมะยมที่ร้อยเข้ากับตัวเรือนด้วยโซ่และสีทอง ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้กลายเป็นเสมือนมรดกล้ำค่าในเวลาไม่นาน อีกทั้งดีไซน์คลาสสิกทว่าไม่มีใครเหมือนยังสอดคล้องอย่างสมบูรณ์แบบกับสไตล์ที่นิยมเป็นอย่างมากในสมัยนั้น

ในปีนี้คาร์เทียร์ได้ชูความโดดเด่นของตัวเรือนสีทองและจิวเวลรีของ Pasha de Cartier ด้วยการยกระดับความสง่างามด้วยหน้าปัดฝังเพชรขนาด 35 มม. ที่ล้อไปกับแสงระยิบระยับ เมซงได้ตอบรับการประสบความสำเร็จของ Grid หรือลายลายเส้นตารางในหน้าปัดวงกลมของ Pasha de Cartier ที่กลายเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ระดับคัลท์ (Cult) ของเรือนเวลาารุ่นนี้ ด้วยการเผยโฉม Pasha de Cartier รุ่นเคลือบแลกเกอร์ สายหนังสีแดงและตัวเรือนโรสโกลด์หน้าปัดขนาด 35 มม. รวมถึง Pasha de Cartier รุ่นสตีลหน้าปัดสีน้ำเงินสำหรับสุภาพบุรุษที่มาพร้อมกับฟังชั่นโครโนกราฟ และรุ่นหน้าปัดสีแซลมอนให้ลุควินเทจ มาในหน้าปัดขนาด 41 มม. และ 35 มม.

เบญนัวร์ (Baignoire)

Baignoire นาฬิกาทรงรีคล้ายอ่างอาบน้ำได้รับการรังสรรค์ขึ้นเมื่อปี 1912 และผ่านการปรับเปลี่ยนมาหลายครั้ง ล่าสุดได้มีการปรับสัดส่วนให้ขอบทอง เหนือหน้าปัดและตัวเลขโรมันมีขนาดใหญ่กว่าเดิม เพิ่มความเย้ายวนให้คาแรกเตอร์ สวมใส่สบายด้วยตัวเรือนโค้งมน มีทั้งตัวเรือนโรสโกลด์ เยลโลว์โกลด์ และฝังเพชรทั้งเรือน มีทั้งแบบกำไล สายหนังสีดำเคลือบเงา แบบสายพันสองทบ และอื่นๆ

Clash [Un]Limited

Clash [Un]Limited  เป็นจิวเวลรี่วอทช์ที่ผสานชั้นเชิงกับพลังอำนาจด้วยเม็ดมะยม หมุดปิโกต์ คลู คาร์เร (clou carrés) ทำให้นึกถึงมรดกของฌานน์ ตูแซงต์ (Jeanne Toussaint) รวมถึงการสัมผัสได้ของความรู้สึกแห่งพลังอันแรงกล้าที่จะสร้างการปะทะอันแพรวพราว ระหว่างความล้ำค่ากับสุนทรียะแนวอุตสาหกรรมของลูกปืน ความเชื่อมโยงตามธรรมชาติระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ใช้ความตัดกันของสีเป็นตัวเน้นแม่แบบเรขาคณิต โดยวิธีแรกคือใช้ทองขัดลายสลับกับทองขัดซาติน จากนั้นจึงผสานทองเยลโลว์โกลด์หรือโรสโกลด์กับทองเฉดสีใหม่ประกายเหลือบม่วงไวโอเล็ต ที่พัฒนาขึ้นเพื่อคาร์เทียร์โดยเฉพาะ

Santos Dumont

นับเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับ Cartier Manufacture ซึ่งนำกลไกจักรกลอัตโนมัติ 9629 MC แบบสเกเลตันพร้อมไมโครโรเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษออกเปิดตัวในปี 2023  มาใช้กับนาฬิกา Santos Dumont โดยใช้เวลาพัฒนาเกือบ 2 ปี และนำมาประกอบชิ้นส่วนขึ้นทั้งหมด 212 ชิ้น  นาฬิกา Satos Dumont นี้มีทั้งแบบตัวเรือนโรสโกลด์และตัวเรือนสตีล และยังมีรุ่นลิมิเต็ด ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์เคลือบแลคเกอร์สีกรมท่า ที่รายละเอียดทุกส่วน รวมถึงขอบหน้าปัดและตัวเรือนล้วนเคลือบแลคเกอร์ โดยสะพานจักรแบบสเกเลตันนั้นเคลือบแลคเกอร์ด้วยมืออย่างประณีต รวมถึงไมโครโรเตอร์สลักรูปเครื่องบิน Demoiselle (เดอมัวแซลล์) อากาศยานรุ่นบุกเบิกที่ซานโตสดูมงต์ออกแบบไว้เมื่อปี 1907 






Other Articles