Wednesday, May 22, 2024

ผลลัพธ์จากการทุ่มเทตลอดสิบปีของนางเอกมืออาชีพ ‘พรีม-รณิดา’

พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์ นักแสดงสาวที่เข้าวงการมานานนับสิบปีพอดี พรีมรับบทนางเอกตั้งแต่อายุ 15 ปัจจุบันพรีมยังคงรั้งตำแหน่งนางเอกสาวผู้ตีบทแตกทุกคาแร็กเตอร์ ไม่ว่าจะสดใส อ่อนหวาน เรียบร้อย จนถึงสาวห้าวจอมซ่าในละครเรื่องล่าสุด ‘ซ่อนกลิ่น’ ทางช่อง 3 และเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของเธอกับพระเอกปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโณทัย พรีมสวมบทเป็นเจ้าแม่ซ่อนกลิ่นแบบไม่กังวลเรื่องความสวย เพราะสำหรับพรีมแล้ว ความทุ่มเทและเต็มที่กับการแสดงต้องมาก่อนเสมอ

ความรู้สึกตอนที่รู้ว่าได้ร่วมงานกันพี่ปั้นจั่น

รู้สึกว่าพี่เขาเป็นรุ่นใหญ่ เรื่องนี้เป็นละครคอเมดี้ เหมือนรู้มาว่าเป็นเชิงถนัดเขา เพราะด้วยบุคลิก เลยคิดว่าน่าจะไปด้วยกันได้ ตอนที่มีการเทสต์หน้ากล้องก็ได้เล่นด้วยกันหนึ่งฉาก เวลาพรีมร่วมทำงานกับคนที่ไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน สิ่งหนึ่งที่พรีมจะทำคือพยายามสังเกตว่าเขาเป็นคนเล่นละครแนวไหน เพราะการเล่นละครด้วยกันมันคือเคมีที่ต้องเข้ากัน มันเหมือนจังหวะ ยิ่งถ้าเราสามารถหาตรงนี้หรือจูนกันได้เร็วมากเท่าไร ยิ่งทำให้การทำงานสมูธขึ้น เจอครั้งแรกพยายามจะจับทางของเขาว่าเป็นคนยังไง สัมผัสได้เลยค่ะว่าเป็นคนไว กระฉับกระเฉง ทำอะไรรวดเร็ว และเป็นคนด้นสด เหมือนเล่นตามฟีลน่ะค่ะ อย่างพรีมเป็นนักแสดงชอบซ้อม ชอบเตรียมตัว แต่จะมีนักแสดงบางคนที่เล่นตามสัญชาตญาณ ตามฟีลของตัวเองที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น เลยรู้สึกว่าทำงานด้วยกันน่าจะสนุก แล้วเขาเป็นคนเท่มากด้วยแหละ

แล้วหลังจากได้ร่วมงานกันล่ะ

ส่วนหนึ่งก็เป็นแบบนี้จริงๆ และได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขาด้วย คือพอถ่ายละครด้วยกัน พรีมมองกองละครว่าเป็นเหมือนการเข้าค่าย เราอยู่ด้วยกันนานตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ได้เห็นว่าเขาเป็นคน alert รู้สึกยังไงจะถ่ายทอดออกมาแบบนั้น วันที่เขาเหนื่อยหรือเจออะไรมา เราจะสัมผัสได้ทันทีเลย เขาเป็นคนเปิดเผย เหมือนเราได้เห็นมุมต่างๆ ของเขา ทำให้รู้สึกสนิทกันมากขึ้น ภาพที่คนเห็นพี่ปั้นเป็นคน energetic พูดจากวนๆ ตลก นั่นล่ะเขาเป็นอย่างนั้นเลย

พรีมเป็นนักแสดงที่พูดได้ว่าโตในวงการ เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองจากสมัยที่เป็นนักเรียนจนทำงานแบบเต็มตัวยังไงบ้าง

การเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเป็นเรื่องปกติ มันหล่อหลอมให้เราเป็นในสิ่งที่เราเป็นตอนนี้ พรีมว่าตัวเองโตขึ้นเยอะ แต่พรีมยังรู้สึกว่าเนเจอร์บางอย่าง หรือว่าอารมณ์ของเด็กคนนั้น ณ ตอนนั้น พรีมก็ยังมีมุมนั้นในตัว คิดว่าอาจจะถูกครอบด้วยวุฒิภาวะที่มากขึ้น ความใจเย็น การคิดก่อนพูด หรือคิดก่อนทำ คิดรอบคอบมากขึ้น และอาจจะถูกครอบด้วยความชัดเจนมากขึ้นว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องการทำอะไร ไม่ต้องการทำอะไร การที่เราเข้ามาตอนเด็ก วงการนี้เป็นอะไรที่กว้างมาก เราได้ทำอะไรหลายอย่าง ตอนเด็กเราก็อยากลองโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด ทำให้เรียนรู้ว่าอะไรที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับเรา อะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ เราต้องจัดการกับแต่ละงานยังไง จนตอนนี้รู้แล้วว่างานนี้เราต้องเตรียมตัวแบบนี้ สิ่งนี้ไม่ใช่ตัวเรา เราก็จะไม่ทำ เหมือนเราจะสร้างเวย์ของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น

ยังคงยืนหยัดกับบทนางเอกมาตลอดอีกต่างหาก

พูดตรงๆ ว่าพรีมไม่สามารถตอบได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นความโชคดี โอเคเราพยายามเป็นนักแสดงที่ดีที่สุดในทุกบทบาทที่เราเล่น ทำให้คนยังเห็นศักยภาพ หรือเห็นช่องที่เราสามารถพัฒนาได้ ทำให้ได้รับโอกาสดีๆ และทำให้เรายังอยู่ตรงนี้ได้

ส่วนตัวยังต้องคอยพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ หรือเปล่า

อยู่แล้วค่ะ ‘โอกาส’ ทำให้เรายังยืนหยัดอยู่ได้ แต่พอเราได้รับโอกาสนั้นมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเดินหน้าต่อไปและยังสามารถได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง พรีมว่าเรื่องสปิริตสำคัญ เหมือนโชว์สปิริตให้เขาเห็น โอเคปัจจุบันมันอาจจะไม่ได้ดีที่สุดในโลก แต่มันก็ดีที่สุดที่เราทำได้ เราใช้ความพยายามเต็มที่ โชว์สปิริตเต็มที่ แน่นอนว่ามีคนใหม่เข้ามาตลอด แล้วความนิยมชมชอบของคนก็เปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

พรีมว่าชีวิตนักแสดงลำบากไหม

ลำบากค่ะ (หัวเราะ) เขาเรียกว่า high risk, high reward รางวัลที่เราได้ก็เยอะ เรายอมรับ แต่การ sacrifice กับแรงที่เราต้องใช้ก็ต้องเยอะเช่นกัน การแสดงไม่ได้เป็นงานแบบจบห้าโมงเย็นแล้วฉันไม่ต้องคิดถึงมัน แต่คืองานที่เราเป็นโปรดักต์เอง ทุกๆ นาทีคือการพัฒนาตัวเอง เราจะคิดถึงงาน 24 ชม. พรีมว่าทุกๆ นาทีที่เราละเลย เหมือนเราละเลยงานของตัวเอง ในวงการนี้มีวินัยสูงค่ะ นักแสดงที่พรีมเจอ รวมถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ที่พรีมนับถือ ทุกคนที่พรีมรู้จักมีวินัยหมดเลย

มันคือวินัยของการที่เรากล้าเสียสละอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กับเรามากกว่า จริงๆ ทุกอาชีพนะคะ การจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างมันต้องใช้วินัย แต่อาจจะเป็นการใช้วินัยแง่ใดแง่หนึ่ง อย่างเช่น อยากลดน้ำหนักต้องมีวินัยในการกิน แต่พอเป็นวงการบันเทิง มันเกี่ยวกับบุคคล มันคือหลายด้าน ต้องสวย ต้องแสดงเก่ง ต้องเอนเทอร์เทนได้ สมมติออกอีเวนต์ก็ต้องร้องเพลง มันใช้สกิลหลายอย่างมากในการที่เราจะอยู่ตรงนี้ มันคือความรอบด้าน

ทำให้ต้องมีวินัยที่จะเซย์โน อย่างเช่นคืนนี้อยู่เล่นดึกกับเพื่อนไม่ได้เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นตีห้า มันคือจุดที่เราต้องฝืนใจตัวเองว่าเล่นไม่ได้ ยังไงต้องกลับบ้าน ฉันต้องนอน ไม่งั้นตื่นเช้ามาตาเราจะโบ๋ หรือมีวินัยในการท่องบท หลายวันแล้วยังไม่ได้ท่องสคริปต์เลย แต่ว่าเราอยากทำสิ่งอื่น ซึ่งก็ไม่ได้ เราต้องเสียสละเพราะเราต้องท่องบท หรือตบะแตกกินขนมมาหลายวันแล้ว ก็ต้องมีวินัยในการเซย์โนว่าฉันจะกินแบบนี้ไม่ได้แล้ว ไม่งั้นฉันใส่เสื้อผ้าไม่ได้ เหมือนมีจุดท้าทายหลายด้านหลายสิ่งมาก ต้องใช้ความมีวินัยสูง

แล้วอะไรทำให้พรีมยังรักการเป็นนักแสดง

พรีมรู้สึกว่าตัวเองจะชื่นใจที่สุดเวลาได้ดูละครที่ออนแอร์ค่ะ เหมือนเวลาทำงานเรารู้สึกว่ามันหนัก มันเหนื่อย มันท้อ มีเล่นได้บ้าง เล่นไม่ได้บ้าง ยิ่งถ้าเจอบทท้าทาย บางทีเราจะรู้สึกว่าทำไมเล่นไม่ได้สักที หรือเจอบทยากๆ จะรู้สึกว่ากว่าจะผ่านจุดนั้นได้มันยาก แต่พอละครออนแอร์แล้วทุกคนชื่นชม เราดูตัวเองแล้วรู้สึกว่าที่เราทำไปวันนั้นมันออกมาดีนี่นา เหมือนผลลัพธ์มันทำให้หายเหนื่อย พรีมว่าเป็นบทเรียนแต่ละครั้งที่ทำให้เราอยากเก่งขึ้นด้วย ทำให้เห็นว่าที่เราทำงานหนักมันมีความหมาย พรีมรู้สึกว่าทุกๆ ครั้งมันเป็นประสบการณ์ที่ดี เหมือนเป็นตัวเติมไฟให้เรารู้สึกว่าฉันอยากเล่นละครให้เก่งขึ้น ฉันอยากทำให้ดีขึ้น แล้วต่อไปก็จะไม่กลัวความรู้สึกเหนื่อย หรือกลัวลำบาก เพราะเรามีประสบการณ์ที่ดีตรงนี้ ทำให้เรารู้ว่าความเหนื่อยมันมีผลนะ สิ่งที่ออกมาจะเป็นผลดีกับเรา

บทท้าทายที่อยากเล่น

เมื่อก่อนจะบอกว่าบทบู๊ แต่เดี๋ยวนี้ไม่อยากเล่นแล้ว เหนื่อยมาก (หัวเราะ) พรีมว่าเดี๋ยวนี้มีแพลตฟอร์มมากขึ้น หรือแม้กระทั่งหนังฝรั่งออนไลน์ก็มีเยอะขึ้น ทำให้เห็นว่าเรื่องราวที่พวกเราสร้างสรรค์ได้มันมีเยอะมากค่ะ อย่างเมื่อก่อนจะรู้สึกว่ามีดราม่า บู๊ คอเมดี้ อยากเล่นเป็นนางเอกซนๆ นางเอกแซ่บๆ มันจะมีคำจัดความชัดเจน เพราะเนื้อเรื่องที่ถูกนำเสนอออกมาจะประมาณนี้ แต่ด้วยระยะหลังๆ พอมีแพลตฟอร์มที่เยอะขึ้น ทำให้พรีมเหมือนเปิดโลก รู้สึกว่าโอกาสคอมบิเนชั่นของตัวคาแร็กเตอร์และเนื้อเรื่องมีร้อยแปดพันอย่างเลยค่ะ

ทุกวันนี้พรีมเลยตั้งมายด์เซ็ตไว้ว่าอยากเล่นอะไรที่ไม่เคยเล่นมาก่อน แค่นั้นเลยค่ะ ตัวละครเดี๋ยวนี้เป็นไปได้หลายแนวมาก พรีมเลยรู้สึกว่าคงสนุกกับแนวแบบนั้น ไม่สามารถจำกัดความว่าจะเป็นแบบไหน ขอแค่ให้อยู่ในเนื้อเรื่องที่มันจริง นำเสนอมุมมองโลกแห่งความเป็นจริงก็พอ อาจจะเป็นอาชีพที่เราไม่เคยนึกถึงหรือเคยได้ยิน รู้สึกว่าอะไรก็ได้ที่ฉีกแนว หรือสะท้อนให้เห็นความเป็นจริง พรีมรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์

เป้าหมายสูงสุดในการแสดง

ตอบยากมากเลยค่ะ พรีมเชื่อว่ามันไม่มีวันสิ้นสุดแน่ๆ เราจะไม่มีทางพอใจในอะไรก็แล้วแต่ สมมติวันหนึ่งได้รับรางวัล เราก็จะไม่มีความพอใจ หรือหยุดอยู่แค่นั้น แต่ถ้าสูงสุด ณ ตอนนี้ก็แค่ขอให้เราทำงานออกมาแล้วเป็นที่ชื่นชมของนักแสดงด้วยกันเอง แล้วก็ขอให้สิ่งที่เราทำออกมามีความหมายกับคนดู เป็นที่ชื่นชมของคนให้ได้เยอะที่สุด

พรีมอยากเล่นคู่กับใคร ถ้าเลือกได้แบบไม่จำกัดว่าต้องเป็นนักแสดงไทย

โห นักแสดงดีๆ เยอะมากด้วย แต่เราต้องเกร็งแน่ๆ เลยถ้าไปเล่นกับดาราฮอลลีวูด พรีมดูหนังหลากหลายนะคะ แต่เพื่อนชอบหาว่าพรีมดูแต่หนังดราม่ากับโรแมนติกคอเมดี้ ถ้ามีโอกาสอยากร่วมงานกับ Lin-Manuel Miranda เขาเก่งหลายด้านมาก เอเนอร์จี้ของเขาบ่งบอกถึงสิ่งที่เขาทำ เขาทั้งกำกับ เขียนบท และเขียนเพลงให้ดิสนีย์ เหมือนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวตลอดเวลา สิ่งที่เขาทำคือแพสชั่นจริงๆ พรีมดูผลงานเขาหลายเรื่องแล้วก็ชอบ ถ้าได้ร่วมงานกันก็คงจะได้เห็นว่าคนคนหนึ่งที่ทำงานด้วยแพสชั่นและมีพรสวรรค์จริงๆ มันเป็นยังไง

อยากฝากอะไรไหมคะ

ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ขอร้องเถอะค่ะ ละครออนแอร์แค่แป๊บเดียว แต่การทำงานของพวกเรามันยาวนานมากกก ความตั้งใจของเราเยอะมากค่ะ

Photographer: Ponpisut Pejaroen

Writer: Angkana Wongwisetpaiboon

Special Thanks: Banyan Tree Bangkok

Other Articles