Saturday, March 28, 2020

New York แบบอาร์ตสไตล์ Cleo Le-Tan

ว่ากันว่าหนทางที่ดีที่สุดที่จะรู้จักเมืองเมืองหนึ่งก็คือการเดินไปตามท้องถนน ลัดเลาะตามตรอกซอกซอย และสำรวจทุกซอกทุกมุม นั่นเป็นวิธีเดียวกับที่ Cleo Le-Tan ใช้ในการเเขียนหนังสือเล่มใหม่ของเธอที่มีชื่อว่า A Booklover’s Guide to New York ซึ่งเปรียบได้กับไกด์บุ๊คนำพาคุณผู้อ่านเข้าปสัมผัสโลกวรรณกรรมของนิวยอร์ก ทั้งยังได้ได้ Pierre-Le-Tan  พ่อผู้เป็นนักวาดภาพประกอบชื่อดังระดับโลกมาช่วยวาดภาพให้ด้วย ใครที่เป็นคอหนังสือ จึงไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้ที่จะนำคุณไปเยือนร้านหนังสือดังๆ แลนด์มาร์กที่กล่าวถึงในวรรณกรรม สถานที่โปรดที่เธอชอบไปนั่งดริงก์เพื่อพบปะกับนักเขียนเจ้าถิ่น เจ้าของร้านหนังสือ นักสะสม และนักอ่านตัวยงทั้งหลาย

ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมว่าทำไมคุณถึงเขียนหนังสือ  Booklover’s Guide to New York

“ตอนที่ย้ายไปนิวยอร์กแรกๆ ฉันมักใช้เวลาอยู่ที่ Mulberry Street Library ที่โซโห เพื่อเขียนนิยายเรื่องแรกของฉันที่มีชื่อว่า Une Famille ฉันถือว่ามันเป็นออฟฟิศส่วนตัวของฉัน จากนั้นฉันก็เริ่มออกไปสำรวจห้องสมุดในละแวก ตามด้วยร้านหนังสือ และแลนด์มาร์กต่างๆ ที่ปรากฏในวรรณกรรมต่างๆ ฉันรู้สึกอยากแบ่งปันเรื่งราวเหล่านั้นกับคนที่มาเยือนที่นี่ รวมทั้งคนท้องถิ่น เพื่อที่พวกเขาจะได้สัมผัสนิวยอร์กในมิติใหม่ และฉันยังได้พบกับผู้คนที่อยู่ในโลกหนังสือที่นั่นจริงๆ อย่างบรรณารักษ์​ เจ้าของร้านหนังสือ เจ้าของแผงหนังสือข้างถนน คนที่ชอบหนังสือ นักเขียน นักสะสม และนักอ่าน ได้เรียนรู้เรื่องราวของพวกเขา รวมถึงความรักที่พวกเขามีต่อหนังสือและนิวยอร์ก”

อะไรคือสิ่งที่คุณว่าน่าสนใจในโลกหนังสือของนิวยอร์ก

“ผู้คนค่ะ”

คุณมีวิธีคัดเลือกเนื้อหาที่จะลงในเล่มอย่างไร กระบวนการอีดิตเป็นอย่างไรบ้าง

“ฉันอยากจะเล่าถึงทุกอย่างและทุกคนเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันรู้ว่าก็มีบางอย่างที่ไม่ได้จริงๆ ค่ะ สุดท้ายหนังสือเล่มนี้หนากว่าที่ตั้งใจถึงเท่าตัว เชื่อเลยว่ากระบวนการอีดิต (ซึ่งเป็นหน้าที่ของ Daniel Melamud) จะต้องท้าทายแน่นอน”

คุณเรียกนิวยอร์กว่าบ้านหลังที่สอง ถ้ามองในแง่มุมวรรณกรรมแล้ว มันต่างจากปารีสอย่างไร

“อย่างแรกเลยคือสถานที่ต่างๆ ไม่เก่าแก่เท่าที่ปารีส มันออกจะใหม่และทันสมัยกว่า มีอายุหลายทศวรรษ ไม่ใช่ศตวรรษ แล้วฉันก็รู้สึกว่ามันง่ายกว่าในการเสาะหาไขความลับ (หรือแม้จะไม่ค่อยลับ) ของสถานที่ต่างๆ ในฐานะที่ฉันเป็นผู้มาเยือนเมืองนี้ เวลาอยู่ที่ปารีส ฉันรู้จักสถานที่ส่วนใหญ่มานานแล้ว หรือไม่ก็เดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก โดยไม่ทันได้สังเกต แต่ในนิวยอร์กนี้ ฉันสามารถเดินไปทั่วและมองสิ่งต่างๆ ด้วยมุมมองที่แปลกใหม่”

ให้เลือกสามสถานที่โปรดในนิวยอร์ก

“The Langston Hughes House ในย่านฮาร์เล็มคือสถานที่ที่ไม่ควรพลาด มันเป็นที่ตั้งของร้าน I, Too Arts Collective ซึ่งก่อตั้งโดยเรอเน่ วัตสัน แต่เหนืออื่นใดคือคุณจะได้สัมผัสกับสถานที่ที่ซึ่งครั้งหนึ่ง หนึ่งในผู้นำของขบวนการ Harlem Renaissance เคยพักอาศัยอยู่! และในฐานะคนฝรั่งเศส ฉันคงต้องเลือกร้าน Albertine ให้เป็นหนึ่งในสถานที่โปรด  ฉันชอบไปที่นั่นเมื่อรู้สึกคิดถึงบ้านและอยากหาหนังสือภาษาฝรั่งเศสอ่าน แล้วก็ The Mysterious Bookshop ในย่านไทรเบกา เป็นร้านหนังสือที่เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมแนวอาชญากรรมและสืบสวนสอบสวน ถึงแม้ว่าฉันเองจะไม่ถนัดแนวนี้ แต่ฉันก็รู้สึกทึ่งกับร้านนี้มากค่ะเพราะมันมีทุกอย่างที่เกี่ยวกับแนวอาชญากรรมและแนวลึกลับ แถมบรรยากาศในร้านยังอบอุ่นและเท่มากด้วย” 

ช่วยเล่าถึงการทำงานกับ ปิแอร์ เลอ-ตอง พ่อของคุณซึ่งเป็นผู้วาดภาพประกอบให้ฟังได้ไหม

“มันสนุกมากค่ะ แต่ก็เครียดมากด้วย! เราทั้งสองคนไม่ค่อยสันทัดเรื่องเดดไลน์เลยจริงๆ…”

Other Articles

CLICK N’ DINE เซ็นทรัลเอ็มบาสซีพร้อมเสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

หากคุณและคนในครอบครัวกำลังคิดถึงรสชาติที่คุ้นลิ้นของร้านอาหารโปรดภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เราอยากบอกข่าวดีว่าจากนี้เป็นต้นไปไม่ต้องคิดถึงอีกแล้ว แม้จะไปนั่งทานที่ร้านไม่ได้ในช่วงนี้ แต่การให้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ของร้านอาหารแต่ละร้านจะทำให้ชีวิตคุณสะดวกขึ้นกว่าเดิม(เยอะ) แค่นั่งคลิกแล้วนอนรออาหารอร่อยๆ มาเสิร์ฟถึงประตูบ้านแบบสบายใจเฉิบ แถมไม่ต้องไปยืนรอคิวให้เมื่อยอีกด้วย EatthaiBroccoli Revolution

5 วิธีดูแลตัวเองที่บ้านพร้อมทั้งยังช่วยคลายเครียดอีกด้วย

ในช่วงนี้ เชื่อว่าทุกๆคนคงอยู่บ้านกันมากขึ้นจากสถานการณ์อันวุ่นวายของไวรัส Covid-19 แต่การอยู่แต่บ้านนั้นบางครั้งก็ทำให้เราเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย ทำนู้นก็แล้ว ทำนี่ก็แล้ว ก็ยังคงเบื่ออยู่ดี แต่อย่าพึ่งเฉาใจ นอนติดเตียงดูเน็ตฟลิกซ์กันไปเสียก่อนนะคะ เพราะเวลาว่างๆอย่างนี้นี่แหละ เป็นเวลาดีที่เราจะดูแลตัวเองให้มากขึ้น ดึงความสวยของเราให้กลับมาทั้งภายนอนกและภายใน เตรียมไว้ให้พร้อมไปเฉิดฉายหลังจากสถานการณ์อันน่าปวดหัวนี้ดีขึ้น วันนี้ลอฟฟีเซียลบิวตี้ มี 5 กิจกรรมเพื่อความสวยที่พ่วงมาด้วยความคลายเครียดมาให้สาวๆได้ลองทำกัน

Tweed Please… ไฮจิวเวลรี่ที่จำลองเท็กซ์เจอร์ของผ้าทวีดผืนงามของ Chanel

เดิมผ้าทวีด (Tweed) คือผ้าพื้นถิ่นของชาวสก็อตโดยเกิดจากการนำเส้นใยขนสัตว์มาทอด้วยมือ ในภาษาสก็อต เรียกว่า tweel ซึ่งหมายถึงผ้าทอลายทแยง แต่อาจจะเริ่มเพียนไปตามชื่อ Tweed ซึ่งเป็นชื่อแม่น้ำที่ไหลคั่นอังกฤษกับสก็อตแลนด์​  นับตั้งแต่มาดมัวแซล ชาเนลได้พบรักกับดยุคแห่งเวสมินสเตอร์ในช่วงทศวรรษที่ 1920s ทำให้เธอได้เยือนสก็อตแลนด์และตกหลุกรักผ้าพื้นถิ่นนี้ไปด้วย เธอเป็นดีไซเนอร์คนแรกที่นำผ้าทวีดซึ่งนิยมใช้ตัดชุดผู้ชายมาใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าผู้หญิง...