ทำไมเมื่อนึกถึงจิวเวลรี่ที่เป็นตัวแทนของความรัก เราจึงมักนึกถึงแหวน?

In L'Officiel Wedding, News, Watches & Jewelry by L'Officiel Mode

เรื่อง: พิมพิไล บุญจอง 

กล่าวได้ว่าแหวนคือจิวเวลรี่ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับความรักที่สุด โดยเฉพาะแหวนประดับด้วยเพชร อัญมณีสีใสที่ทอประกายเจิดจ้า หากได้รับของขวัญเป็นกล่องสีฟ้าทิฟฟานี่ สมองและจินตนาการของผู้หญิงเราจะทำงานในรูปแบบเดียวกันทันที นั่นคือคุณจะไม่คิดว่าในกล่องเป็นพวงกุญแจเป็นแน่ แต่จะคิดถึงแหวนก่อนอื่นใด ดูอย่างในฉากในภาพยนตร์เรื่อง War Bride ที่สองนางเอกกรีดร้องด้วยความดีใจที่เห็นกล่องแหวนซ่อนอยู่ในตู้ หรือแม้แต่ตอนที่อีกคนได้รับแหวนจากคู่หมั้น

“สีอะไร” “ดีคัลเลอร์”
“คัตล่ะ” “กลมเหลี่ยมเกสร”
“กี่กะรัต” “น่าจะสักหนึ่งกะรัตได้” 


แต่มีผู้เชี่ยวชาญเคยแนะนำว่าเวลาจะเลือกซื้ออัญมณีใดๆก็ตาม “ให้ใช้ตาดู ใช้ใจสัมผัส” แม้ว่าเราจะได้ยินเรื่องของมาตรฐาน 4C (Carat, Color, Cut, Clarity) ในการเลือกซื้อเพชรมานักต่อนัก แต่ก็ไม่ใช่แค่ความหายาก ความล้ำค่า หรือจำนวนกะรัตที่ทำให้จิวเวลรี่หนึ่งๆ มีความหมาย แต่ยังรวมถึงเรื่องราวที่ผูกติดมากับจิวเวลรี่นั้นที่ทำให้ยิ่งทรงคุณค่าในใจ ดูอย่างเรื่องราวแหวนแห่งรักในประวัติศาสตร์นี้สิ

เทพนิยายที่กลายเป็นจริงตอนที่ทางสำนักพระราชวังอังกฤษแถลงการหมั้นหมายของเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล นอกจากเรื่องราวความรักและการแสดงออกซึ่งความรักของบุคคลทั้งสอง สิ่งที่คนจับตามองไม่น้อยก็คือแหวนหมั้นที่เจ้าชายประทานให้กับพระคู่หมั้น ดังเช่นที่ภาพถ่ายอย่างเป็นทางการของทั้งสองที่ถ่ายที่พระราชวังเคนซิงตัน จะว่าเป็นธรรมเนียมของราชวงศ์ก็ได้ที่มักนำอัญมณีที่ตกทอดในตระกูลมาใช้ อย่างแหวนหมั้นของควีนอลิซาเบธเจ้าชายฟิลิปป์ใช้เพชรจากเทียร่าของพระมารดา

ส่วนเจ้าชายวิลเลี่ยมก็ขอหมั้นเคท มิดเดิลตันด้วยแหวนประดับแซฟไฟร์ล้อมเพชรจากแบรนด์แกร์ราร์ด (Garrard) ที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ใช้หมั้นหมายเจ้าหญิงไดอาน่า ส่วนแหวนหมั้นบนนิ้วของพระคู่หมั้นของเจ้าชายแฮร์รี่ก็ประดับเพชรสามเม็ดโดยสองเม็ดข้างเป็นทรงกลมเหลี่ยมเกสรที่นำมาจากคอลเลกชั่นเพชรของเจ้าหญิงไดอาน่า แต่เม็ดกลางเป็นอัญมณีที่ได้มาใหม่จากเหมืองเพชรในบอตสวาน่าในทวีปอัฟริกา ซึ่งเป็นทวีปที่เจ้าชายเสด็จไปเยือนเป็นประจำ รวมทั้งทรงโปรดที่จะไปพักผ่อนกับพระคู่หมั้นด้วย เพชรกลางเม็ดนั้นเป็นเพชรทรงหมอนขนาด 2.5 กะรัต ส่วนตัวเรือนผลิตจากเรือนเยลโลว์โกลด์ซึ่งงดงามราวกับพระอาทิตย์และเป็นวัสดุที่เมแกนโปรดปราน แหวนวงนี้สร้างสรรค์ขึ้นโดย คลีฟ แอนด์ คอมพานี (Cleave and Company) ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์จิวเวลรี่ที่เจ้าหญิงไดอาน่าทรงให้ความไว้วางพระทัย

การแลกแหวนนั้นมีมานานตั้งแต่สมัยกรีกโรมัน แล้วมันก็เชื่อมโยงกับความเชื่อของเราในวันนี้ด้วยว่าทำไมเราถึงต้องสวมแหวนแต่งงานไว้ที่นิ้วนางข้างซ้าย (เชื่อว่านิ้วนางมีเส้นเลือด vena amoris หรือ vein of love ที่เชื่อมต่อไปสู่หัวใจ) แหวนสมัยนั้นเป็นแหวนเรียบๆ ทำจากโลหะเพื่อสื่อถึงความแข็งแกร่งของพันธะสัญญาและสื่อถึง “ความเป็นเจ้าของ” แต่ถ้าเป็นแหวนแห่งมิตรภาพที่มักแลกกันแบบพี่น้องจะยิ่งประดับประดามากกว่า…ส่วนธรรมเนียมแหวนสำหรับการแต่งงานของตะวันตกสมัยใหม่นั้นผสมผสานจากแหวนทองสองประเภทนี้ จึงมีทั้งแหวนแบนด์เรียบๆและแหวนประดับประดาอย่างแหวนหมั้น

ในปีค.ศ. 1215 พระสันตปาปา อินโนเซนต์ที่ 3 ได้นำพาศาสนจักรให้เข้ามามีอำนาจเหนือสถาบันครอบครัว โดยทรงเป็นผู้บัญญัติให้คนต้องแต่งงานกันในโบสถ์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้คนประพฤติตนผิดศีลธรรมนั่นเอง (หรือถ้าจะมองว่าเป็นการเพิ่มความสำคัญให้ศาสนจักรก็ได้) โดยก่อนแต่งงาน คู่สมรสต้องขออนุญาตโดยแสดงเจตจำนงต่อสาธารณะก่อน ช่วงที่รอคอยคำอนุญาตนี้เรียกว่า engagement และเป็นจุดเริ่มต้นของการสวมแหวนหมั้น engagement ring หรือ bethrothal ring เพื่อบอกสาธารณชนว่า “มีคู่หมาย แต่ยังไม่ได้แต่งงาน” และพิธีสมรสต้องกระทำในโบสถ์และเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องสวมแหวนแสดงถึงความตั้งใจที่จะครองคู่

ใครบ้างไม่อยากวาดฝันว่าความรักของตนจะอยู่ยั้งยืนยงดุจคุณค่าของเพชร… บทกลอนของโรสลาเรนนั้นช่างหวานซึ้งตรงใจ “นิรันดรนั้นนานนักแต่รักนี้นานกว่านั้น” แต่จะตราบนานเท่านานกว่านั้นอีกถ้าบอกด้วยเพชร

Share this Post