เรื่องราวกว่าจะมาเป็นโอต กูตูร์

In Fashion, News by L'Officiel Mode

งานฝีมือที่ประณีตบรรจง อะไรคือเสน่ห์ไร้กาลเวลาของแฟชั่นชั้นสูง

แม้ว่าคำว่าโอตกูตร์จะเริ่มใช้กันในปีค.ศ. 1908 แต่เรื่องราวจริงๆเริ่มต้นก่อนหน้านั้น….ดังเช่นที่วอลแตร์เคยกล่าวไว้ว่า “เกือบทุกสิ่งถูกสร้างสรรค์หรือประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14” แฟชั่นโอตกูตูร์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น. ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 สุริยะกษัริย์พระองค์นี้นำพาความยิ่งใหญ่มาสู่ชาติ ด้วยความมีรสนิยม เขาได้สร้างให้ฝรั่งเศสเป็นเจ้าแห่งแฟชั่น วัฒนธรรม และความหรูหราซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี และความรุ่งเรืองนั้นก็หาได้จำกัดอยู่แต่ในขอบเขตราชสำนัก แต่ยังแผ่ขยายออกมาสู่ประชาชน และส่งอิทธิพลต่อคนในประเทศอื่นๆด้วย

และความรุ่งเรืองของราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก่อให้เกิดแฟชั่น ลองคิดดูว่าการจัดงานเลี้ยงสวยหรูภายในวังที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าตระการตานั้นจะขาดชุดสวยไปได้อย่างไร คำว่า la mode ซึ่งแปลว่า แฟชั่น ก็เริ่มใช้ในยุคนี้  ปารีสจึงได้กลายเป็นเมืองหลวงแฟชั่นแห่งแรกของโลก และในช่วง 1670s พัฒนาการด้านต่างๆ ได้อำนวยให้แฟชั่นมีสถานะเป็นวงการ ทั้งลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น วิธีตอบสนองอุปสงค์อย่างสวยหรู การเผยแพร่เทรนด์ไปในวงกว้าง รวมถึงฤดูกาลแฟชั่น ทำให้คนต้องเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกายกันบ่อย

ขอแนะนำ:  Amazone กับ 70 ปีแบรนด์เครื่องหนังสุดหรูหราจากปารีส...

ก่อนหน้านี้ โอตกูตูร์ในยุคแรกเริ่มนั้นเทียบได้กับ made-to-measure ซึ่งต่างคนต่างก็เลือกตัดชุดในแบบที่ตัวเองชอบ ไม่ได้มีเทรนด์หรือต้องตามแบบใคร อีกทั้งราคาของการตัดชุดยังสูงมาก จึงไม่นิยมเปลี่ยนรูปแบบชุดกันบ่อยๆ เสื้อผ้าจึงเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคมและความมั่งมีเท่านั้น แต่เหล่าเลดี้แห่งราชสำนักแวร์ซายส์คือผู้ที่สร้าง “แฟชั่น” ในการแต่งกายขึ้นมา และทำให้แพร่หลายออกมานอกวังจนใครๆก็อยากแต่งตาม (นี่แหะลความย้อนแย้งของแฟชั่น ถ้าไม่มีใครพากันแต่งก็ไม่ใช่แฟชั่น แต่ถ้าแต่งกันจนเกร่อก็ตกยุค ไม่นำแฟชั่นเช่นกัน)

ขอแนะนำ:  Beyond Creativity กับความสำเร็จกว่า 40 ปี ที่ MCM ทำให้ผู้คนมากมายตกหลุมรัก

เมื่อเกิดวิวัฒนาการการช็อปปิ้งนอกบ้าน  จากเดิมที่เคยเรียกช่างมาตัดชุดให้ที่บ้าน บรรดาผู้หญิงก็มักจะไปงานแฟร์ประจำปี หรือไม่ก็ตัดชุดที่ร้านไฮแฟชั่นหรูๆแถวปลาซ เดอ วิกตัวร์ และแถวๆถนนแซงต์ โอโนเร่ ในยุคนั้น ช่างตัดเสื้อที่มีบทบาทสำคัญเป็นผู้หญิง จึงเกิดคำว่า กูตูริแยร์ (Couturière) ซึ่งก็คือผู้สร้างสรรค์เสื้อผ้าไฮแฟชั่น ส่วนคำว่ากูตูริเยร์ (Couturier) ซึ่งหมายถึงผู้ชายที่ได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆในปัจจุบันเพิ่งจะมาปรากฏในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พวกเขาได้เข้ามาแทนที่เหล่ากูตูริแยร์ พร้อมกับก่อให้เกิดคำว่าห้องเสื้อชั้นสูง หรือ maison de couture

ขอแนะนำ:  LOEWE มีความภูมิใจในการนำเสนอคอลเลกชั่นพิเศษประจำฤดูกาล ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปิน

ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจ ที่ชวนให้ผู้อ่านได้ติดตามถึงเรื่องราวในโลก โอต กูตูร์ ซึ่งรวบรวมในนิตยสาร ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ เดือนพฤษภาฯ 2018

Share this Post