4 แฟชั่นคาเฟ่สัญชาติไทยที่ต้องไปลิ้มลอง!

In Dining with..., Escape by L'Officiel Mode

ซัมเมอร์นี้! เตรียมแต่งตัวสวยไปนั่งคาเฟ่สุดเก๋ จิบเครื่องดื่มเมนูพิเศษ  ในบรรยากาศชิลๆที่แฟชั่น เลิฟเวอร์ ต้องตกหลุมรัก
เรื่อง: จอมแก้ว วิเศษชลหาร

 ในยุคที่ใครๆก็ช็อปปิ้งออนไลน์ จะมีอะไรดีไปกว่าการเชิญชวนแฟนๆของแบรนด์ให้มาเยือนที่ช็อป หรือเชื้อเชิญให้คนที่ยังไม่คุ้นเคยมาทำความรู้จักแบรนด์ ผ่านเครื่องดื่มเย็นๆ ขนมรสเลิศ และอาหารดีๆ ที่รอทุกคนอยู่ในบรรยากาศอันเป็นแบบฉบับ อย่างร้านอาหารและคาเฟ่สวยๆ 4 ร้านโดยแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย

GREYHOUND CAFÉ
ถอยหลังกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ชื่อเกรย์ฮาวด์ที่ฮ็อตฮิตกันในหมู่คนรักแฟชั่นสายเลือดไทย ได้นำความเท่มานำเสนอในรูปแบบอาหาร สาขาแรกที่ห้างดิ เอ็มโพเรียม จนเป็นร้านที่วัยรุ่นยุคนั้นต้องไปลองเพื่อให้ได้ชื่อว่าทันสมัยที่สุด และอิ่มท้องด้วยเมนูอาหารไทยและฝรั่งที่มีความเป็น ‘ไอคอน’ ไม่เหมือนใครเช่นเดียวกับเสื้อผ้าของเกรย์ฮาวด์นั่นเอง เวลาที่ผ่านไป จำนวนสาขาที่ทวีคูณออกไปสู่ต่างประเทศ และแบรนด์ร้านอาหารในเครืออย่าง ANOTHER HOUND ที่ตกแต่งร้านสไตล์แกลมเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนประยุกต์แบบเอเชียน และร้านขนมหวาน SWEET HOUND ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่า เกรย์ฮาวด์ได้เข้าไปอยู่ในใจทั้งคนรักแฟชั่นและคนรักอาหารอย่างแท้จริง

เมนูน่าลิ้มลอง : Complicated Noodle ที่แม้วิธีการรับประทานจะซับซ้อนสมชื่อ แต่ก็อร่อยคุ้ม เพราะเป็นเส้นใหญ่รับประทานกับผักสดๆ หมูสับปรุงรสอย่าลืมราดน้ำจิ้มรสจัดที่เป็นพระเอกของจาน เมนูนี้จึงเป็นที่รักของสาวๆ ส่วนใหญ่ จนสังเกตได้เมื่อเรากวาดสายตาไปรอบๆ ร้าน

BOYY & Son Café
เมื่อดีไซเนอร์อย่างบอย-วรรณศิริ คงมั่น และเจสซี่ ดอร์ซี่ แห่ง BOYY ลุกขึ้นมาทำคาเฟ่ บรรยากาศแบบร้านสไตล์ไดเนอร์สแบบอเมริกันยุค ’70s สีพาสเทลเท่ๆ ตัดกับการใช้หินขัดจากอิตาลีทั้งที่พื้น โต๊ะ เก้าอี้ และหน้าบาร์นั้น จึงเป็นองค์ประกอบที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำเสนอความเป็น BOYY แต่ในความเรียบง่ายในสไตล์เรโทรนี้ก็มีชีวิตชีวาด้วยสีสันจากตู้ปลาที่ฝังเข้าไปในผนัง และชิ้นงานตกแต่งภายในที่ทำจากแก้ว เช่น โคมไฟแก้วทรงโดมวินเทจจากยุค ’60s จากมูราโน่ประดับเหนือบาร์ โคมไฟรูปหัวปลาที่ประดับแต่ละโต๊ะ ซึ่งออกแบบและผลิตโดย Hugh Findeltar เพื่อนศิลปินจากมูราโน่เช่นกัน รวมถึงโคมไฟผนังจากอิตาลียุค ’60s นอกจากนั้นแล้ว บอกได้เลยว่าเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นและเครื่องชงกาแฟก็เป็นผลงานออกแบบที่สั่งทำพิเศษเพื่อความเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

ขอแนะนำ:  การกลับมาอีกครั้งของ 'ชุดน้ำชาซากุระยามบ่าย' ที่ Up & Above Bar 

เมนูน่าลิ้มลอง : Pandan Latte ที่แน่ใจได้ว่าไม่มีให้ดื่มที่อื่นแน่ๆ รับประทานคู่กับครัวซองต์แสนอร่อยที่มีให้เลือกทั้งแบบออริจินัล ช็อคโกแล็ต หรืออัลมอนด

SRETSIS PARLOUR
โลกแห่งความฝันที่สาวๆสไตล์สเรทซิส (Sretsis) เคยเห็นจากทุกคอลเลกชั่นได้มีชีวิตขึ้นมาแล้วในโลกแห่งความเป็นจริงที่ “พาร์เลอร์”แห่งนี้ เพราะดอกไม้ที่พร่างพราวทั้งในการตกแต่งภายในร้านและบนขนมเค้กทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้แห่งฤดูร้อนที่เปลี่ยนบรรยากาศได้ คือช่วงกลางวัน เพดานของร้านจะเป็นท้องฟ้าสีคราม เมฆน้อยลอยสดใส และในช่วงกลางคืนก็จะแปรเปลี่ยนไปเป็นผืนฟ้ามืดประดับดาวระยิบ นอกจากนี้ ที่นี่คือสวรรค์ของคนที่ชืื่นชอบชุดเครื่องแก้วและเครื่องกระเบื้องสวยๆ ด้วยเครื่องแก้วเนื้อบางพิมพ์ลายจากคอลเลกชั่นของสเรทซิสเอง และชุดน้ำชาโบนไชน่าลายพิเศษผลิตโดย House of Hackney ที่ร่วมออกแบบเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งภายในร้านด้วย ซึ่งหากใครชอบก็สามารถซื้อกลับไปตกแต่งพื้นที่ของคุณได้ที่มุม Home Decoration ที่มีทั้งของตกแต่งบ้านและของใช้ในชีวิตประจำวัน

ขอแนะนำ:  ทำการบ้าน! กับ 3 ร้านบรรยากาศโรแมนติก เตรียมต้อนรับวันวาเลนไทน์

เมนูน่าลิ้มลอง : เซ็ตเมนู Sretsis Signature ที่ตกแต่งแซนด์วิชเหมือนเค้กชิ้นสวยสไตล์สวีดิช และเบบี้เค้กชิ้นพอดีคำตกแต่งครีมดอกไม้ และ Daisy Princess Cake พรินเซสเค้กทรงโดมที่หารับประทานได้ไม่ง่ายนักในเมืองไทย แต่ถ้าใครอยากได้ความตื่นเต้น จัดไปกับ Surprise Cake ที่ซ่อนมาสค็อตของสเรทซิสเอาไว้ด้านในให้ลุ้นกัน เสิร์ฟกับกาแฟลวดลายที่เป็นความลับเช่นกัน

JARDIN DE LA BOUTIQUE CAFÉ
ป๊อปอัพคาเฟ่ของแบรนด์เครื่องหอม ฌาร์แด็ง เดอ ลา บูทีค (Jardin de la Boutique) ที่เป็นจุดเช็คอินยอดฮิตเมื่อช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา เป็นความแปลกใหม่ของย่านสยามสแควร์วันอย่างแท้จริง แม้จะเป็นช่วงเวลาแค่หนึ่งเดือน แต่สวนสวยที่ตกแต่งในสไตล์ “Alchemist Garden” แห่งนี้ก็ทำให้ผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาได้รู้จักแบรนด์นี้ในอีกมิติหนึ่ง ผ่านกาแฟและเครื่องดื่มหอมๆและขนมที่รับประทานคู่กัน ซึ่งคุณภาพของเครื่องดื่มก็การันตีได้เพราะเขานำเอาตัวจริงของวงการกาแฟอย่างร้านภวคาเฟ่ (Bhava Café)มาเพื่อรสชาติที่ดีที่สุดของกาแฟ แล้วเพิ่มเติมกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฌาร์แด็ง เดอ ลา บูทีค

เมนูน่าลิ้มลอง: Jardin De La Boutique Signature Coffee ที่นำเอากลิ่นเกรปฟรุ้ตของแบรนด์มาเพิ่มความพิเศษให้กับกาแฟสกัดเย็นแบบ Nitro Cold Brew กลายเป็นกาแฟรสดี และกลิ่นหอมสดชื่นแบบที่ไม่เคยมีร้านใดทำมาก่อน และสำหรับคนที่ไม่ชอบเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก็มีบัตเตอร์เบียร์ ที่หอมทั้งเนยและคาราเมล

READ MORE:

WISH YOU LUCK
SMART PACKING
BANGKOK CHEFS CHARITY 2016
ทำไมภูเก็ตถึงเป็นจุดหมายสุดฮ็อตในเดือนนี้?
คริสต์มาสนี้ที่ไหนดี?
ONE LIFE INFINITE POSSIBILITIES
เดอร์บันหรรษา สัมผัสเสน่ห์อัฟริกาใต้แบบครบ จบในที่เดียว
Balmain x Beats By Dr. Dre
คุณถามจริง เราตอบตรงเรื่องมิชลินสตาร์ปีแรกของกรุงเทพฯ
ทำความรู้จักกับหญิงเก่ง ผู้อยู่เบื้องหลัง Le Dîner en Blanc Bangkok 
แผนฉลองปีใหม่ของคุณเป็นแบบใด?
Chiang Mai Blooms เยือน Destination หวานในฤดูดอกไม้บาน
สาวปารีเซียงเตรียมสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนที่โรงแรม Bvlgari   
การกลับมาอีกครั้งของ 'ชุดน้ำชาซากุระยามบ่าย' ที่ Up & Above Bar 

Share this Post