‘ความหรูหราอย่างยั่งยืน’ ประเด็นสำคัญที่เราอยากให้คุณร่วมเรียนรู้

In News, Watches & Jewelry by L'Officiel Mode

อัญมณีที่มีค่าที่สุดก็คือโลกของเราเอง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณควรจะหันมาใส่ใจว่าทองที่ใช้ผลิตเครื่องประดับของคุณถูกขุดขึ้นมาอย่างไร
เรื่อง: พิมพิไล บุญจอง

ณ งานแสดงนาฬิกาบาเซิลเวิลด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากคนจะเฝ้ารอว่าจะมีนาฬิกาคอลเลกชั่นไหน ราคาเท่าไหร่ หรือมีเทรนด์ใหม่ไหม สารสำคัญอย่างหนึ่งที่เราคิดว่าควรได้รับความสนใจ ก็คือการแถลงข่าวเรื่อง “ความหรูหราอย่างยั่งยืน” (Sustainable Luxury) … หลายคนอ่านแค่ชื่อหัวข้อก็ขอปิดหน้าเว็บไปอ่านอะไรที่บันเทิงกว่านี้ดีกว่า แต่เดี๋ยวก่อน! นี่มันประเด็นสำคัญเชียวนะ

เรามารวมตัวกันที่นี่เพื่อรับรู้ร่วมกันว่านับตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2018 เป็นต้นไป จิวเวลรี่และนาฬิกาของแบรนด์โชพาร์ด (Chopard) จะใช้ทองคำ 100% Ethical Gold จริงๆ การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ อุตสาหกรรมแฟชั่นและอุตสาหกรรมอื่นๆ เริ่มดำเนินมาตรฐานนี้กันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับในวงการจิวเวลรี่และนาฬิกา ยังเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง “นี่เป็นหนึ่งในวงการที่ขึ้นชื่อว่าไม่โปร่งใส เพราะมันยากที่จะตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบ นี่อาจจะเปฌนหนึ่งในอุตสาหกรรมไม่กี่อย่างที่ยังไม่มีกฏออกมาควบคุมมากนัก” ลิเวีย เฟิร์ธ ภรรยาสาวคนสวยของโคลิน เฟิร์ธ และเป็นผู้ก่อตั้ง Eco-Age บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนกล่าว


เพราะฉะนั้น การที่แบรนด์ระดับโลกอย่างโชพาร์ดจะลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านนี้ ก็น่าจะช่วยกระตุ้นวงการให้เล็งเห็นความสำคัญในด้านนี้ได้ไม่มากก็น้อย  “มันยากมากๆเลยล่ะกับการที่เราจะไปบอกให้ใครเปลี่ยนรูปแบบหรือแนวคิดในการผลิตไปแบบสิ้นเชิงแบบนี้” ลิเวีย เฟิร์ธ เล่าบนเวที แต่สำหรับโชพาร์ดนั้น มันเกิดขึ้นง่ายมาก “เรารู้จักกันในวันที่โคลินได้รางวัลออสการ์ แล้วลิเวียซึ่งทำงานด้านนี้ก็ถามฉันว่าทองที่เราใช้มาจากไหน มันก็ทำให้เราฉุกใจตั้งคำถามขึ้นมา” คาโรลีน ชอยเฟเลประธานร่วมและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกจิวเวลรี่ของโชพาร์ดเล่า

ความที่เป็นบริษัทครอบครัวทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  และนับตั้งแต่นั้น โชพาร์ดก็เน้นย้ำในแนวคิดนี้มาโดยตลอด โดยในปีค.ศ. 2012 โชพาร์ดได้เข้าเป็นสมาชิกของ The Responsible Jewellery Council ต่อมาในปีค.ศ. 2013 โชพาร์ดตัดสินใจลงทุนและส่งเสริมเหมืองขนาดเล็กให้ผ่านมาตรฐานการทำเหมืองอย่างเป็นธรรม (Fairmined) ทั้งในด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและจริยธรรมการทำงาน พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศตั้งโครงการ The Journey to Sustainable Luxury ร่วมกับ Eco-Age เพื่อช่วยเหลือคนงานในระบบซัพพลายเชนซึ่งมักถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับแนวทางของ Global Goals ของสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำงานที่เป็นธรรม และการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ปัจจุบัน โชพาร์ดยังเป็นแบรนด์ที่ใช่้ทอง Fairmined มากที่สุด ดังที่ปรากฏใน การสร้างสรรค์ไฮจิวเวลรี่ Green Carpet รวมถึงนาฬิกาชั้นสูงคอลเลกชั่น L.U.C บางรุ่น และล่าสุด โชพาร์ดยังแสดงความหาญกล้าในการเปลี่ยนไปใช้ทอง Ethical Gold แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ในทุกๆผลิตภัณฑ์


“ไม่ใช่แค่ว่าสวย แต่ต้องดูด้วยว่ามันสร้างขึ้นมาอย่างไร” – โคลิน เฟิร์ธ

คาร์ล ฟรีดิช ชอยเฟเลกล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างมากที่จะได้ประกาศว่านับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2018 เป็นต้นไป ทองทั้งหมดที่เราใช้จะมาจากแหล่งขุดอย่างมีความรับผิดชอบ ถือเป็นพันธกิจที่ยากยิ่ง แต่เราก็ต้องมุ่งมั่นหากเราอยากให้ชีวิตของผู้ที่อยู่ในวงจรธุรกิจนี้ดีขึ้น” ส่วนคาโรลีน ชอยเฟเลบอกว่า”ความหรูหราที่แท้จริงก็คือ การที่คุณรู้ที่มาที่ไปของซัพพลายเชนที่เรานำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานของเรา”

ขอแนะนำ:  เรียนรู้คุณค่างานฝีมือบนผืนผ้า สู่นวัตกรรมเรือนเวลาที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น 

“ในฐานะมนุษย์ ฉันเองไม่อยากใส่อะไรที่เกิดจากการทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเอง” – จูลิแอนน์ มัวร​์

จูลิแอนน์ มัวร์ ดาราสาวซึ่งได้มาร่วมงานครั้งนี้ด้วยและเคยใส่จิวเวลรี่คอลเลกชั่นกรีนคาร์เพ็ตไปเดินพรมแดงที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์บอกว่า “ในฐานะคนที่มีโอกาสได้สวมใส่เสื้อผ้าและชุดสวยๆบนเรดคาร์เพ็ต การได้เลือกในสิ่งที่ถูกต้องก็เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ ฉันเองรู้สึกดีกับสิ่งที่ฉันใส่ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ และในฐานะมนุษย์ ฉันเองไม่อยากใส่อะไรที่เกิดจากการทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเอง”

ส่วนโคลิน เฟิร์ธ ซึ่งเคยได้ไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตนาฬิกา L.U.C ของโชพาร์ดเล่าด้วยความเข้าใจว่า “เรื่องราวของนาฬิกานั้นเกี่ยวข้องกับมือ มีทั้งมือของผู้ที่ขุดเอาทองขึ้นมาจากพื้นดิน ส่งต่อไปยังมือของช่างฝีมือ และส่งต่อไปยังมือของผู้สวมใส่” และการประกาศใช้ 100% Ethical Gold ก็จะช่วยให้ “ผู้คนที่อยู่ต้นสายธารการผลิตซึ่งมักถูกละเลยได้มีชีวิตที่ดีขึ้น…เมื่อสินค้าถูกต้องตามหลักจริยธรรม มันก็ยิ่งทรงความหมาย”

ส่วนแอริโซน่า มิวส์ นางแบบสาวที่เพิ่งเข้ามาเป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโชพาร์ดในปีนี้บอกว่า “Ethical Gold เป็นหนึ่งในวิธีที่เราจะทำเืพ่อโลก แล้วฉันก็ไม่คิดว่าประเด็นเรื่อง Sustainablity มีแต่ทางตัน มันก็ไม่ใช่การเดินทางที่น่าเบื่อ แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุข”

แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่พวกเขาก็ว่าหวังว่านี่จะเป็นการกระตุ้นสังคมให้หันมาตื่นตัวในเรื่องนี้ “สิ่งสำคัญคือ เราจะไม่หยุดยั้งเพียงเท่านี้” ลิเวียกล่าว…  ในช่วงตอบคำภถาม มีนักข่าวถามว่า มันจะทำให้ราคาของสินค้าที่ออกสู่ตลาดสูงขึ้นและกลายเป็นผลกระทบแทนหรือไม่ คาร์ล-ฟรีดิช ขอเปรียบเทียบแบบนี้ “ลองนึกถึงออร์แกนิกฟู้ด ผมคิดว่ามีคนยินดีที่จ่ายเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”

ขอแนะนำ:  ทุกเรือน ทุกรุ่น! ที่ต้องรู้จักในงาน Basel World 2018

รักที่จะใช้ชีวิตดี ก็ต้องช่วยกันรักเพื่อนมนุษย์และรักษ์โลกด้วย… จิตสำนึกไม่ได้ปลูกฝังกันในวันเดียว แต่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้เลย

READ MORE:

Dior Tribales
Turn and Her world is yours!
RUBIS SECRET
DAZZLING IN CANNES
#MYSWATCH
เดินเล่นในลอนดอนกับ พลอย หอวัง และ Swatch
REINVENTING THE LEGACY
CHOPARD LOVES CINEMA
GET THE LOOKS
OWN THE HERITAGE
Happy Holidays! ฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยของขวัญดีไซน์น่ารักๆ จากสวอทช์
เหตุใด? ตราสิงโต จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ความหาญกล้าของชาเนล
ทุกเรือน ทุกรุ่น! ที่ต้องรู้จักในงาน Basel World 2018
ทำไม ? เมื่อนึกถึงจิวเวลรี่ที่เป็นตัวแทนของความรัก เราจึงมักนึกถึงแหวน

Share this Post