ทำความรู้จัก 3 ผลงานศิลปะชิ้นเด่นในงาน L’Officiel Fashion Destination 2018

In Active, Art, Culture by L'Officiel Mode

นอกจากการเดินทางเพื่อชมแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นพิเศษแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้กลายเป็นไฮไลต์ของ L’Officiel Fashion Destination คือการประมูลผลงานศิลปะเพื่อระดมทุนช่วยเหลือองค์กรเพื่อสังคมต่างๆ ซึ่งกิจกรรมนี้ได้ถูกผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทริปตั้งแต่ปีค.ศ. 2016  ซึ่งตลอดสองปีที่ผ่านมา กิจกรรมนี้ก็ได้รับการตอบรับจากทั้งศิลปินชื่อดังทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่มอบผลงานมาให้ผู้ที่ร่วมทริปได้ประมูลเป็นเจ้าของกันอย่างเอ็กซ์คลูซีฟแบบไม่ต้องไปถึงแกลเลอรี่หรืองานประมูลใดๆ

และสำหรับในปีนี้ ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ ก็ได้รับเกียรติจากศิลปินไทยชั้นนำหลายท่านที่ส่งผลงานของตนมาร่วมประมูล ซึ่งศิลปินส่วนหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ได้แก่

คุณไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ : ศิลปินที่นำเสนอผลงานสีอะคริลิกและสีน้ำมันบนบอร์ดที่เต็มไปด้วยสีสันผ่านการ ‘ด้นสด’ตามแต่ฝีแปรงและอารมณ์ในชั่วขณะนั้นจะพาไป ผลลัพธ์ที่ได้จึงมักอยู่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะความคาดหมายของศิลปินเอง

แจ๊ส คุณชลิต นาคพะวัน ศิลปินอารมณ์ดีที่มาพร้อมกับผลงาน Party Lit ที่สะท้อนถึงมุมมองที่เห็นว่า ‘โลก’ คือห้องเรียนขนาดใหญ่ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้มนุษย์ได้มีโอกาสเรียนรู้ เพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่เป็นสัจธรรมอย่างเข้าใจ เมื่อนั้นจิตจะเบิกบานด้วยปัญญา และจะนำพาชีวิตดำเนินสู่โลกกว้างต่อไป

รวมถึงคุณทวีศักดิ์ ศรีทองดีหรือ ‘โลเล’ ที่มอบผลงานในซีรีส์ Mokutan หรือ ‘คนขายถ่าน’ ภาพวาดสีน้ำมันบนแคนวาส ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพข่าวภาพหนึ่งของสงครามซีเรีย กลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยอุดมการณ์และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย

เพื่อนำรายได้จากการประมูลจะนำไปมอบให้กับมูลนิธิให้กับมูลนิธิไลฟ์อิมแพค ประเทศไทย ที่ได้ทำงานให้ความช่วยเหลือเด็กๆผู้ยากไร้ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนนี้มากว่า 17 ปี หลังจากที่ ลานา เวสเกส ประธานมูลนิธิไลฟ์อิมแพค ประเทศไทย ได้ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะใช้ชีวิตคลุกคลีกับเด็กน้อยด้อยโอกาส ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แทนความอบอุ่นชิดใกล้ในครอบครัวของเธอเองที่ประเทศอเมริกา

ลานาเล่าให้ฟังว่า
“ในทุกๆวันจะมีการแสวงหาประโยชน์จากเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้อยู่อย่างต่อเนื่อง เด็กบางคนถูกทำร้ายร่างกาย ถูกทำร้ายทางอารมณ์ บ้างก็ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทอดทิ้ง เด็กบางคนถูกพ่อแม่ขายให้กับนายหน้าในราคาถูกแสนถูก บางรายถูกขายเพื่อแลกกับบุหรี่เพียงหนึ่งซองก็มี จากนั้นเด็กจะถูกขายต่อเพื่อบังคับใช้แรงงานในกรุงเทพ บางคนที่ยังขายต่อไม่ได้ จะถูกจับมัดผูกข้อมือรวมกันไว้ แล้วใช้คีมหนีบเนื้อหน้าท้องบิดไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นตัวอย่างให้เด็กคนอื่นกลัว ไม่กล้าหนี และทุกคนต้องทำงานสารพัดตั้งแต่ 3 ทุ่ม จนถึงตี 2 โดยได้ทานข้าวคนละ 1 กำมือเท่านั้น  
“นอกจากนี้ในอำเภอแม่สอดยังมีกองขยะขนาดมหึมา ซึ่งกลายเป็นที่อยู่อาศัยของเด็กราว 300 คน ที่ประทังชีวิตด้วยการขุดขยะไปขาย ได้เงินวันละ 50-70 บาท มีหลายครั้งที่เด็กๆพลาดหล่นลงไปในหลุมขยะ แล้วถูกดูดลงไปจนผิวหนังได้รับสารพิษ ซึ่งแพทย์ยืนยันว่ากรณีเหล่านี้เลวร้ายที่สุด เมื่อเทียบกับที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหาเด็กด้อยโอกาสเช่นกัน”

นับจากวันแรกที่ลานาและมูลนิธิฯได้ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กที่ประสบปัญหา โดยไม่เลือกว่าเด็กเหล่านั้นนับถือศาสนาหรือเชื้อชาติอะไร ถึงวันนี้กว่า 17 ปี มูลนิธิไลฟ์ อิมแพคฯ มีโรงเรียนเล็กๆ รวมทั้งศูนย์พักพิงที่เปรียบเสมือนบ้านและครอบครัวอันอบอุ่นให้กับเด็กๆ จากรุ่นสู่รุ่นเป็นจำนวนหลายร้อยหลายพันคน และหลายคนในจำนวนนั้นได้เปลี่ยนแปลงสถานะของตัวเองจากเด็กด้อยโอกาสผู้เคยได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ

ทั้งนี้ด้วยเจตนารมย์และความเชื่ออันเป็นสโลแกนหลักของมูลนิธิไลฟ์อิมแพค ประเทศไทย และทั่วโลก ที่ว่า Change A Life, Change The World นั่นเอง

 

Share this Post