True Radiance

In Beauty by L'Officiel Mode

โดย: ปาณิสรา ขาวงาม
Photos: Ekaphop Duangkham 

“ถ้าไม่ดี กุ้งไม่ทำ” นี่คือหนึ่งในประโยคประจำตัวหมอกุ้ง แพทย์หญิงกรวิกกา พัฒนะปราน เจ้าของ Kornvikka Clinic คลินิกความงามที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในจังหวัดนครราชสีมา และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและสุขภาพเกรดพรีเมี่ยมเพื่อคนไทยที่เราได้สัมผัส คือเหตุผลที่ลอฟฟีเซียลอยากให้ทุกคนรู้จักกับ KVKX

ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ไม่มีใครได้มาง่ายๆ ยิ่งถ้าเป็นอะไรที่สวนกระแสและไม่ได้คำนึงถึงแต่ตนเองด้วยแล้ว ก็นับว่าเป็นงานที่ยากเอาการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะคว้าความสำเร็จมาไม่ได้ บทพิสูจน์นี้เห็นได้จากความสำเร็จของหมอกุ้ง CEO & Co-founder แบรนด์ KVKX Thailand แบรนด์ความงามที่เพิ่งจะครบรอบหนึ่งปีมาได้หมาดๆ จากคลีนิกความงามในจังหวัดนครราชสีมาที่โด่งดัง มาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อคนไทย ความหวังของหมอกุ้งคือ ต้องการให้เควีเคเอ็กซ์ เป็นที่รู้จักในด้านสกินแคร์ของคนไทยที่มีคุณภาพดี เกรดพรีเมียม ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง คือได้ใช้ของคุณภาพดีในราคาที่สุดจะคุ้มค่า แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางคู่แข่งที่เปิดตัวแบรนด์ใหม่กันเป็นว่าเล่นก็ตามที แต่หมอกุ้งก็ตั้งใจทำให้คำว่า Premium Mass เป็นคำจำกัดความของ KVKX Thailand และให้ทุกคนได้รับรู้ว่าสินค้าคุณภาพดีในราคาที่สมเหตุสมผลนั้น มีอยู่จริง ไม่ได้เป็นแค่คำโฆษณาชวนเชื่อ

ลอฟฟีเซียล: KVKX มีความเป็นมาอย่างไร?
แพทย์หญิงกรวิกกา: “Kornvikka ก็คือที่มาของ KVK ค่ะ ส่วน X มาจากองค์ประกอบอีก 4 ด้านที่ผสานกันเพื่อให้เกิดเป็นอะไรที่มากกว่าที่มีอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งสินค้า นวัตกรรม ราคา หรือแม้กระทั่งองค์ความรู้ที่จำเป็นในการขาย โดย 4X ที่ว่านี้ได้แก่ Expert: ความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นและไม่เป็นรองใครในด้านสุขภาพ ผิวพรรณ และความงาม, Excellent: ความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ การตลาด และบริการ, Exclusive: ความเหนือระดับของนวัตกรรมที่ส่งมอบแก่ผู้บริโภค ที่บรรจงคัดสรรมาเพื่อคนพิเศษโดยเฉพาะ และสุดท้ายคือ Experience: การส่งมอบประสบการณ์อันเลอค่าด้านสุขภาพและความงาม ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศและประโยชน์สูงสุดของลูกค้า รวมๆ ก็เลยกลายเป็น Generation X อะไรประมาณนี้ค่ะ และเป็น Innovative cosmetic product เพราะเราจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมของโลกมาให้คนไทยที่อยากใช้ของดี เกรดพรีเมี่ยม ในราคาที่จับต้องได้”

 

“หลักการของเราคือ Premium Mass ที่หมายถึง สินค้าดี มีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ กุ้งจะให้ความรู้คอยให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง คือมีความ “จริงใจ ปลอดภัยและไม่แพง” จริงๆ ก็คือ motto หลักๆ ของคลินิกที่โคราช กุ้งเลยคิดว่านี่เป็นคำที่มากับเรา ติดตัวเรามาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำคลินิก คือทุกวันนี้คนรู้จัก KVKX ก็คือหมอกุ้ง เพราะฉะนั้นก็ใส่คำนี้เข้าไปใน KVKX แล้วสะท้อนออกมาให้เป็นแบรนด์ให้ดูใหญ่ขึ้น อย่างทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นก็น่าจะเป็นจากที่เราเจอปัญหาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนไข้สิว ฝ้า กระ คนไข้เสตียรอย ใช้สารที่มาจากคนขายที่หลอกลวงผู้บริโภค เราก็อยากจะแก้ตรงนั้น ทำคลินิกก็ช่วยได้แค่คนส่วนหนึ่ง ช่วยได้แค่ในพื้นที่โคราชและใกล้เคียง กุ้งเลยคิดว่า เราน่าจะทำเป็น cosmetic consumer product ก็จะได้ภาพใหญ่กว่า ช่วยคนได้มากกว่า ก็เลยอยากทำตรงนี้ค่ะ”

ลอฟฟีเซียล: กลุ่มคนไข้รับรู้หรือแยกแยะได้หรือไม่ว่าอะไรดีหรือไม่ดี?

แพทย์หญิงกรวิกกา: “ต้องบอกว่ามีหลายกลุ่มค่ะ ก็มีทั้งแบบไม่รู้อะไรเลย คือไม่สนใจหรือว่าจะมีผลข้างเคียงอะไร หรือถ้ามี ก็ค่อยมาตามแก้เอา หรือถ้าหยุดใช้จะเจอกับผลข้างเคียง ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะไม่หยุดใช้ มีทั้งกลุ่มที่ไม่มีความรู้เลย จนกระทั่งกลุ่มกลางๆ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เชื่อดาราบ้างเชื่ออินฟลูเอนเซอร์บ้าง ไม่สนใจหรอกว่าดีไม่ดี ถ้าการตลาดดี ดารารีวิว บล็อกเกอร์รีวิวฉันชอบ และอีกกลุ่มคือ high educated มีความรู้ ต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีอินฟลูเอนเซอร์เป็นคนที่มีความรู้ อันนี้ก็เป็น niche group กุ้งว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มกลางๆ ค่ะ คนไทยเป็นสไตล์แบบนี้เยอะ หน้าที่ของเราคือ สร้างความรู้ความเข้าใจ ทำให้เขาตระหนักถึงผลเสีย ว่าทำไมเราถึงควรใช้ของที่มีคุณภาพ ทำไมของอันตรายที่เห็นผลเร็ว 1-2 วัน ถึงอันตราย โดยสิ่งที่เรานำเข้ามาคือ ทั้งคุณภาพ ทั้งปลอดภัย และคุ้มค่าเกินราคาที่เขาเคยซื้อ เราสามารถทำให้ซื้อได้ในราคาเท่านี้ ราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง แต่ได้ของคุณภาพคูณสิบ คูณร้อยเลย นั่นคือสิ่งที่เราอยากทำค่ะ”            

ลอฟฟีเซียล: ทำอย่างไรให้มั่นคงกับการทำงานที่สวนกระแสการตลาดในยุคนี้?

แพทย์หญิงกรวิกกา: “เป็นงานที่ยากมาก พูดได้เลยว่านี่คือ สวนกระแสการตลาดจริงๆ เพราะปกติการตลาดต้องทำตามคลื่น ตามกระแส ไม่ว่าจะมีกระแสอะไรมาต้องทำให้ปัง ต้องสอดแทรก ต้องทำให้อยู่ในยุคนั้น เพราะเราอยู่ในยุคดิจิตัล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องตามกระแสบ้าง แต่อย่างไรคอร์หลักเราต้องไม่หายไป กุ้งว่าอัตลักษณ์กุ้งค่อนข้างชัดเจนคือ “ใช้สินค้านำการตลาด แทนที่จะใช้การตลาดนำสินค้าแบบที่หลายคนทำ”เราจะไม่ใช่เน้นการตลาดแบบทุ่มเลย แต่ตัวผลิตภัณฑ์ไม่ต้องมีอะไรมาก เพราะคนส่วนใหญ่เสพสื่อ เขาไม่ได้สนใจว่าโปรดักซ์ดีหรือไม่ แต่ถ้าสื่อมาแรงถ้าการตลาดมาดี ฉันตาม ฉันใช้ นี่คือสิ่งที่เราต้องหนักแน่นค่ะ คือเราต้องศรัทธาในสิ่งที่เราทำก่อน แล้วสร้างศรัทธาให้เกิดในตัวเรา ที่ทำทุกวันนี้ คือ สร้างศรัทธาค่ะ ให้ศรัทธาในตัวแบรนด์ ในตัวกุ้ง แล้วให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่เราพูด เราทำแบบนั้นมาตลอด  เราทำมันจริงๆ ทำให้สินค้าคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมสามารถมาอยู่ในของราคาหลักร้อยได้จริงๆ”

ลอฟฟีเซียล: เป็นงานที่ค่อนข้างท้าทายทีเดียว?

แพทย์หญิงกรวิกกา: “เป็นสิ่งที่ยากและท้าทายมากนะคะ เพราะการทำสินค้านวัตกรรมในราคานี้ คนสงสัยเยอะมากว่า ทำได้จริงหรอ ใช่สินค้านำเข้าจริงหรือป่าว? ไม่ใช่กวนครีมเองหลังบ้านแล้วเอามาหลอกขาย ฯลฯ ตอนสร้างยากมากแต่พอสร้างได้แล้วคนตระหนัก ก็กล้าลองใช้ ก็จะรู้ว่าจริง ถ้าคนที่รู้จักกุ้งด้วยแล้วคือ ถ้าไม่ดี กุ้งไม่ทำ เพราะถ้ากุ้งพูดอย่างไรกุ้งจะทำอย่างนั้น อันนี้คือศรัทธาที่คนที่รู้จักกุ้ง/ คนไข้ในพื้นที่มีอยู่แล้ว แต่การสร้างศรัทธาให้คนในภาพใหญ่ ให้คนที่ไม่เคยรู้จักหมอกุ้ง ให้คนทั้งประเทศเชื่อและเกิดศรัทธา อันนี้คือความยากค่ะ แต่กุ้งเชื่อว่ามันเป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าเพราะกุ้งเก่ง แต่เพราะกุ้งไม่ได้ทำเพียงลำพัง ไม่ได้ลุยแค่คนเดียว ยังมีอีกหลายชีวิตที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอเจษฏ์ (นายแพทย์เจษฏ์ บุณยวงศ์วิโรจน์/ Co-founder of kvkx thailand & Chief Executive Director) ทีม R&D ทีมการตลาด เพื่อนร่วมงานกุ้งทั้งหมด และที่สำคัญคือตัวแทนจำหน่ายของ KVKX อีกสองพันกว่าคนที่ช่วยส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านี้ สำหรับกุ้ง องค์ประกอบเหล่านี้มันช่วยเปลี่ยนความยาก ความท้าทาย ให้กลายเป็นความสนุกและความสุขในการทำงานของพวกเราค่ะ

ลอฟฟีเซียล: ผลิตภัณฑ์แรกที่ตัดสินใจเปิดตัว?

แพทย์หญิงกรวิกกา: “น่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สุดตอนนั้นคือ Inaclear cream ค่ะ Inaclear จะเป็นไวเทนนิ่งครีม มีสารที่เรียกว่า DKK-1 หรือ Dikkopf 1 เป็นสารนวัตกรรมที่เพิ่งกำเนิดเมื่อปลายปี ค.ศ. 2015 แล้วเพิ่งจะเปิดตัวเมื่อต้นปี ค.ศ. 2016 พูดได้เลยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศในโลกที่มีใช้ในตอนนี้ ซึ่งกุ้งเอาเข้ามา แล้วก็ใช้เปิดตัวเมื่อปลายปี ค.ศ. 2016 แล้วก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีของแบรนด์มาตลอด คือทุกคนก็รู้จัก KVKX เลย ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นสารใหม่ที่ฉันไม่เคยได้ยินชื่อ เพราะเมื่อก่อนเราก็จะได้ยิน อัลฟ่าอาบูติน โคจิก แอซิด วิตามินซี วิตามินเอ เป็นต้น แต่พอเป็น DKK-1 คืออะไร แล้วพอลองใช้ก็โอเค ไม่มีกลับมาดำ ไม่มีผลข้างเคียง แล้วก็ปลอดภัย เป็นขั้นกว่าของการดูแลผิว มีงานวิจัยตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ เป็นที่ยอมรับทั่วโลก แล้วเราก็เป็นประเทศแรกๆ ที่เอามาใช้ได้ ก็รู้สึกภูมิใจ ว่าใช้แล้วเห็นผล แล้วก็คือดีจริงๆ ค่ะ”

ลอฟฟีเซียล: ที่บอกว่าเห็นผล เห็นผลอย่างไร อยากให้คุณหมออธิบายเพิ่มเติม?

แพทย์หญิงกรวิกกา: “ถ้าปกติที่เป็นไวเทนนิ่งทั่วไป เขาก็จะบอกว่า 7-14 วัน แต่ของกุ้ง คือในกระปุก  INACLEAR Créam จะมีสารหลายๆ ตัว จะเป็นการรวมไวเทนนิ่งเอเจ้น (combination- Whitening Agent ) แต่ตัวหลักที่เราชูขึ้นมาคือ DKK-1 นอกนั้นก็จะมีอัลฟ่าอาบูติน สารแอนตี้ออกซิแดนต์อื่นๆ ฉะนั้น ที่จะเห็นผลในอันดับแรก คือ ผิวหน้าดูสว่างขึ้นในระยะเวลา 14 วัน ส่วนในเรื่องของเม็ดสี ฝ้า หรือกระ จะเห็นผลชัดประมาณ 28-56 วัน แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่าฝ้าจะไม่ได้หายขาด ถ้าคาดหวังว่าจะทา Inaclear Cream  ไปเพื่อให้ฝ้าหายขาด ต้องอย่าคาดหวังค่ะ เพราะฝ้าเป็นโรคประจำตัว เหมือนเราเป็นเบาหวาน คือเป็นไปตลอดชีวิต คุณก็ต้องอยู่กับสิ่งนั้นให้ได้ เบาหวานต้องควบคุมน้ำตาลในเลือด ฝ้าก็ต้องควบคุมอย่าให้กลับมาเป็นซ้ำ อย่าให้ฝ้าเข้มขึ้นค่ะ อันนี้คือใจความสำคัญ จะรักษาเค้า เราต้องรู้จักโรคให้ดีก่อนค่ะ ”

ลอฟฟีเซียล: มีผลการทดสอบผลิตภัณฑ์อย่างไรบ้าง?

แพทย์หญิงกรวิกกา: “เวลาที่ทดสอบก็จะมีการทดสอบในยุโรป มีหนังสือรับรอง แล้วจากนั้นก็จะมาทดสอบกับคนเอเซีย ปริมาณคนที่เทสต์ก็จะยอมรับได้ตามสถิติ แต่ก็ต้องดูว่าเป็นผลิตภัณฑ์อะไรด้วยค่ะ ถ้าเป็น INACLEAR Créam หรือ DKK-1 ก็ 35-70 คน ก็จะเป็น Sample size ที่ทดสอบได้ในช่วงแรก มีอาการแพ้ไหม? ระคายเคืองไหม? ทดลองใช้แล้วหยุดใช้มีการกลับมาดำไหม? คนไข้เจอผลข้างเคียง หลังจากการใช้สารพวกนี้หรือไม่? แน่นอนว่ามันจะต้องเจอบ้าง เพราะไวเทนนิ่งครีมทุกตัว มีฤทธิ์คือ คัน แดง ลอก แต่ DKK-1 นี้ไม่มีความเป็นกรด แต่จริงๆ แล้วเกิดจากสารตัวอื่นต่างหาก ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี ที่เป็น Ascobic Acid กุ้งจะให้ความรู้คนไข้เยอะๆ ค่ะ ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ INACLEAR Créam  ได้ หรือเมื่อหน้ามัน แล้ววันนึงหน้าแห้ง ก็ใช้ไม่ได้ หน้าเราก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ เราก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับสภาพผิวในแต่ละช่วงด้วยค่ะ”

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ KVKX Thailand ประกอบไปด้วย Next-15 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้ครบทั้งรูปร่างที่ดีและผิวพรรณที่แข็งแรง, iDRA Deep Serum มอยส์เจอไรเซอร์นำเข้าจากอิตาลี ช่วยให้ผิวแข็งแรง ดูแลความชุ่มชื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบำรุงลึกถึงชั้นหนังแท้, i-Bloc ครีมกันแดดอัจฉริยะ ที่มีให้เลือกใช้ 2 สูตรตามความต้องการของแต่ละคน มีทั้งสูตรธรรมดาที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย และสูตรเนื้อ BB Booster เหมาะกับคนที่ต้องการการปกปิด ไม่ต้องแต่งหน้าเพิ่ม โดยทั้ง 2 สูตรใช้ส่วนผสมที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น “กุ้งเพิ่ม แอสตา แซนธีน เข้าไป ซึ่งเป็นราชินีแห่งแอนตี้ออกซิแดนต์ ทำให้ผิวเราแข็งแรง ชุ่มชื่น ริ้วรอยจางลง และตัวที่เป็นสารกันแดดจะมีทั้ง Physical และ Chemical และกันได้ทั้ง UVA, UVB, Infrared และแสงสีฟ้า แสงสีฟ้า มาจากไหน ก็มาจากจอ TV, หลอด LED และโทรศัพท์บางยี่ห้อ ” และหมอกุ้งยังฝากทิ้งท้ายว่า “กันแดดต้องใช้ทุกวันค่ะ ถ้าเป็นอินฟราเรด จะทำร้ายเรื่องริ้วรอย Photo aging แต่ถ้าเป็นแสงสีฟ้า ก็จะเน้นทั้งริ้วรอยและ photo aging หลายอย่าง ก็จะร้ายแรงที่สุด แล้วต้องทา 2 ข้อนิ้วก้อย 1 ข้อทาหน้า และ 1 ข้อทาคอ และต้องทาเท่านี้ หากทาน้อยกว่านี้ก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่เราเขียนไว้บนฉลาก การเขียนวิธีการใช้ก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดี เรายังต้องทำให้เขาเข้าใจถึงวิธีใช้ที่ถูกต้องด้วยค่ะ”

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: KVKXThailand หรือ Line: @kvkxthailand

INACLEAR Créam นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส คิดค้นโดยแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส แล้วก็พัฒนาสูตรให้เหมาะกับผิวชาวเอเชียโดยแพทย์หญิงกรวิกกา พัฒนะปราน CEO & Co-founder แบรนด์ KVKX Thailand

ขอแนะนำ:  ใต้แถบแดงนั้น Tom Ford ซ่อนอะไรเอาไว้?

Share this Post