The Story Behind 31 Rue Cambon, Paris

In Fashion by L'Officiel Mode

เรื่อง PATINYA

เรื่องราวแบบอินไซด์ ที่เราอยากเปิดเผยให้คุณได้รู้ เสมือนเราปลอมตัวเป็น Mystery Shopper บุกร้านชาแนลที่ 31 Rue Cambon กลางกรุงปารีส เซอร์วิสที่ได้รับจากที่นี่จะเป็นอย่างไง เราจะเล่าให้ฟัง…

แม้โคโค่ ชาแนลจะอำลาโลกไปนานกว่า46ปี พร้อมกับเรื่องราวในใจลึกๆให้กับคนฝรั่งเศสได้พูดถึงความเก่งแฝงความร้าย(ลึก)ที่เธอมี แต่นาทีนี้ใครจะสนล่ะ! ในเมื่อชาแนลทะยานขึ้นทำเนียบแบรนด์ที่ใครต่างฝันอยากได้อยากครอบครอง เคยคิดเล่นๆนะว่า เพราะอะไรกันนะลูกค้าชาแนลถึงหลงรักหลงใหลในแบรนด์นี้เหลือเกิน อาจจะเพราะแบรนด์สตอรี่ที่สร้างและบันทึกเอาไว้ให้โลกจดจำ สินค้าต่างๆที่คุณภาพยากจะปฏิเสธ หรือแม้แต่โชว์ในแต่ละซีซั่นที่เป็นกระแสทอร์กออฟเดอะทาวน์แบบที่สร้างเซอร์ไพรส์ไม่มีตกหล่น แต่แค่นี้จริงๆเหรอ!!! ที่ส่งผลให้แบรนด์ดูโดดเด่น

จนเมื่อเราได้รับประสบการณ์การดูแลจากชาแนล สาขาแรกที่ ณ เลขที่31 ถนนกัมบง กรุงปารีส ที่เป็นเสมือนบ้านและสถานที่ทำงานของโคโค่ ชาแนล เราเลยได้คำตอบว่า “เซอร์วิสชั้นเลิศนี่แหละ ที่ซื้อใจลูกค้าได้แบบสุดๆ” เซอร์วิสที่ว่าไม่ใช่แค่ด้านการขายที่ทางแบรนด์เฝ้าเทรนบรรดาพนักงานทุกสาขาทุกประเทศให้รับรองลูกค้าอย่างดีเท่านั้น แต่บริการหลังการขายนี่แหละที่โดดเด่นและซื้อใจลูกค้าทุกระดับแบบยากจะลืม

เรื่องก็คือ บังเอิญมากที่ขณะเดินเล่นบนถนน Saint Honoré เกิดทำเอากระดุมแจ็กเก็ตทวีดชาแนล(หนึ่งในไอคอนนิกของชาแนล)หลุดหาย แม้จะไม่ได้เป็นแจ็กเก็ตรุ่นล่าสุด แต่เป็นชิ้นงานที่ผ่านมาแล้วกว่า10ปี แต่ความเป็นชาแนลไอเท็มที่เราหวงและรัก มันก็เลยเกิดคำถามมากมาย อาทิ แล้วจะหากระดุมมาแมทซ์ให้เข้ากับเม็ดที่เหลืออยู่ได้ยังไง แล้วจะหาซื้อกระดุมยกเซตใหม่ที่ไหน แล้วถ้าไม่ติดมันก็จะไม่สวยใช่มั้ย… และจู่ๆคำถามนั้นก็ได้คำตอบว่า เราอยู่ในประเทศกำเนิดของแบรนด์ หากเดินไปสัก400เมตร ก็คือที่ตั้งของบูติกชาแนลสาขาที่เป็นต้นกำเนิด หรือจะเรียกว่าแฟล็กชิฟสโตร์ก็ว่าได้ แล้วทำไมเราไม่ไปหาคำตอบที่นั่นล่ะ!

ก้าวแรกที่ไปถึง เราตรงไปในส่วนที่เป็นPrêt-à-Porter หรือ Ready-to wear เมื่อพนักงานเห็นเราก็กล่าวคำทักทาย พร้อมคำถามที่อยากให้เขาช่วยเหลืออะไร แน่นอนว่าประเด็นของกระดุมที่หลุดหายจึงเป็นหัวข้อสนทนาหลัก จากพนักงานคนแรกส่งต่อให้กับอีกคน พร้อมเชิญให้เรานั่งรอบนโซฟาที่เนรมิตประหนึ่งอพาร์ทเม้นต์ของโคโค่นั่นเอง ตามมาด้วยเสนอเครื่องดื่มขณะนั่งรอ ไล่ตั้งแต่น้ำส้ม ชา กาแฟ จนถึง แชมเปญ เพื่อให้เราได้เอนจอยและCalm down จนมาถึงพนักงานอีกคนที่เป็นเสมือนช่างเย็บดูแลงานแก้ไขเล็ก (Alteration) ประจำบูติก ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เครื่องมือขนาดย่อม ทั้งสายวัด เข็มหมุด ตรงเข้ามาเราพร้อมขอดูกระดุมเม็ดที่เหลือบนเสื้อแจ็กเก็ต พลิกดูป้ายที่บอกคอลเลกชั่นและปีที่ผลิตบนแจ็กเก็ตตัวนั้น พร้อมทั้งขอวัดขนาดทุกองศาของเม็ดกระดุมอย่างเชี่ยวชาญ และบอกเราอย่างแม่นยำว่ามันคือคอลไหน ปีไหน ขนาดประดุมไซส์อะไร และขอให้เรารอสัก5-10นาที โดยก่อนจากไปยังหยิบหนังสือของชาแนลเล่มล่าสุดให้เราได้ดูเกี่ยวกับHistory of Chanel Jacket พร้อมบอกกับเราว่า จะพยายามหาสต๊อกกระดุมเม็ดนี้รุ่นนี้ให้ได้ ถึงแม้จะไม่มีที่นี่ ก็จะพยายามถามไปยังโรงงานกระดุมที่ผลิตของชาแนล คาดว่าน่าจะพอหลงเหลือ แต่อาจจะใช้เวลา3-6 เดือน แต่ขออนุญาตตรวจสอบที่นี่ก่อนเพื่อความถูกต้องแม่นยำ

ขอแนะนำ:  หรือว่า? ... ยางมัดผมโดนัทจะกลับมาฮอตในสาวกคนรัก Balenciaga! 

 

 

 

10 นาทีผ่านไปอย่างใจจดจ่อ แต่ยอมรับว่าเอนจอยกับบรรยากาศและหนังสือเล่มที่เปิดดูมาก แม้ในใจจะคิดว่าถ้าไม่มีวันนี้ อย่างน้อยอีก3-6เดือนเราต้องได้แน่ๆอย่างมั่นใจและอุ่นใจ ไม่นานพนักงานคนเดิมก็เดินกลับมาพร้อมบอกว่า “คุณโชคดีมาก ที่นี่เราเหลืออยู่ 2 เม็ดจากห้องสต็อกกระดุมทั้งหมด” ทันที่ที่จบคำพูด ความประทับใจและใส่ใจของทีมชาแนล คือสิ่งที่เราสัมผัสได้ ไม่ใช่เพราะเราแค่ได้กระดุมกลับมา แต่มันคือการเสียเวลากับเรื่องเล็กๆของลูกค้า(แม้เราจะไม่ใช่วีไอพี) ราคาของกระดุม 1 เม็ด 30 ยูโร (1,200 บาท) แม้จะไม่ได้ถูกถ้าเทียบกับกระดุมทั่วไป แต่การขอนำเอาแจ็กเก็ตตัวเก่าของเราไปรีเช็คสภาพงานสอยของกระดุมที่เหลือ และติดกระดุมที่หาได้ เซอร์วิสทั้งหมดตั้งแต่ก้าวแรกยันงานบริการยิบย่อย มันคือมูลค่าที่เราคิดว่าคุ้มแสนคุ้มกับการลงทุนซื้อของสักชิ้นจากชาแนล

Service Value สินะ! ที่ทำให้ชาแนลเติบโตและแข็งแกร่งกว่าแบรนด์ไหนๆ และครองใจลูกค้ามากกว่าศตวรรษ การเสมือนปลอมตัวเป็นMystery Shopperของเราในครั้งนี้แบบไม่ตั้งใจ เราให้คะแนนเกิน100 พร้อมทั้งปฏิญญาณตนขอเป็นลูกค้าที่ภักดีกับชาแนลตลอดไป…

Share this Post