แพนเค้ก ชวนสาวกลองฌอมป์ ทำความรู้จัก แฟล็กชิพแห่งใหม่ ณ ย่านโอโมเตะซันโด

In Fashion, News by L'Officiel Mode

เรื่อง: PATINYA ภาพ: EKAPHOP DUANGKHAM

ด้วยไอเดียสดใหม่ที่ปัดฝุ่นจากงานฝีมือเครื่องหนังระดับตำนานชั้นเลิศผสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ก่อให้เกิดเป็นรากฐานอันเป็นเอกลักษณ์ของทุกชิ้นงาน ผลลัพธ์ที่ได้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ลองฌอมป์กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โลดแล่นอยู่ในเวทีระดับโลกได้อย่างงดงามจนทุกวันนี้ ลองฌอมป์ (Longchamp) แบรนด์เครื่องหนังชั้นนำจากกรุงปารีส เปิดตัวแฟล็กชิพแห่งใหม่ ณ ย่านโอโมเตะซันโด (Omotesando) ถนนสายแฟชั่นใจกลางกรุงโตเกียว ถือเป็นร้านที่มีสินค้าหลากหลายมากที่สุดในทวีปเอเชียและครั้งนี้ลองฌอมป์ประเทศไทย ภายใต้การดูแลของบริษัท PP Group Thailand ก็ได้เชิญลอฟฟีเซียลไทยแลนด์และแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ในฐานะFriend of Maison เป็นสองตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมงานในครั้งนี้…

สองขั้วที่ประสานกันอย่างลงตัว

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี1950 สมัยที่ผู้ชายเปลี่ยนจากยาสูบสู่ไปป์หนังและอุปกรณ์ยาสูบหนัง จนถึงปี1970 สมัยที่ผู้หญิงเปลี่ยนจากกระเป๋าทั่วไปสู่กระเป๋าถือจากลองฌอมป์คอลเล็คชั่นแรกสุด ที่มีชื่อว่า แอลเอ็ม (LM) กระเป๋ารุ่นนี้เย้ายวนใจสาวๆชาวญี่ปุ่นด้วยความหรูหราตามแบบฉบับของฝรั่งเศส กับสัมผัสที่นุ่มละมุนของหนังแท้ ความโดดเด่นนี้เองทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ลองฌอมป์จึงเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นในนามของแบรนด์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นฝรั่งเศสร่วมสมัย และนี่เองคือที่มาของความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ลองฌอมป์และประเทศญี่ปุ่น ที่มีมาอย่างยาวนาน

ขอแนะนำ:  THE ICON OF OUR TIME

การเริ่มต้นครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่อลังการกว่าทุกครั้ง

ด้วยความสูง 35 เมตรเทียบเท่าตึก 7 ชั้น และความกว้าง 500 ตารางเมตร ทำให้ลองฌอมป์แฟล็กชิพ ลา เมซองค์ โอโมเตะซันโด (La Maison Omotesando) จึงกลายเป็นร้านลองฌอมป์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ซึ่งฌอง กาสแกร็ง(Jean Cassegrain) ทายาทเจเนอเรชั่นที่สามของแบรนด์และซีอีโอคนปัจจุบัน กล่าวกับเราว่า “ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้าน แต่เป็นอาคารอันเป็นเอกลักษณ์ของลองฌอมป์” โดยร้านแฟล็กชิพล่าสุดนี้ เป็นตัวบ่งบอกได้ว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นตลาดสินค้าลักซ์ชัวร์รี่ใหญ่อันดับสองของโลก

แฟล็กชิพแห่งใหม่นี้มีส่วนผสมของการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ล้ำสมัย อาทิ แผ่นโลหะที่สานกันอย่างละเอียดลออ ห่อหุ้มด้านนอกของอาคารกระจก แต่งแต้มด้วยโทนสีสบายตาอย่างสีเบจ สีแชมเปญและสีไข่มุก แต่ละแผ่นถูกวางเรียงตั้งแต่ล่างสุดจรดยอดสูงสุดของอาคารในรูปร่างที่ทำให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง ผลงานนี้ได้ชื่อว่า ปริสมาติก (Prismatic) รูปลักษณ์ที่เชิญชวนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาย่านนี้ อยากเข้ามาเยี่ยมชมภายในร้าน ที่เต็มไปด้วยชิ้นงานจากลองฌอมป์คอลเล็คชั่นต่างๆ หากมองจากภายในร้าน เราก็จะเห็นต้นเซลโคว่าเรียงรายตลอดถนนสายแฟชั่น ประหนึ่งย่านฌ็องเซลิเซ่แห่งโตเกียว

เติมสีสันด้วยงานศิลป์

ระหว่างทางเดินขึ้นบันไดเพื่อเยี่ยมชมชั้นต่างๆของแฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้ เราก็จะตระการตาไปด้วยผลงานสร้างสรรค์โดยศิลปินชาวออสเตรเลียอย่าง จอห์น แอสแลนิดิส (John Aslanidis) ในนาม โซนิค เน็ตเวิร์ค หมายเลขที่ 18 (Sonic Network No.18) ที่ผสมผสานความเป็นศิลปะ บทเพลง และคณิตศาสตร์ เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยผลงานชิ้นนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อแฟล็กชิพแห่งนี้ที่เดียว เพื่อสื่อถึงจุดเด่นของแบรนด์ทั้งความสร้างสรรค์และนวัตกรรมสมัยใหม่ก็ล้วนถ่ายทอดออกมาผ่านสีสันอันจัดจ้านและลูกเล่นของพื้นที่ที่ดูแล้วก็เข้ากันได้อย่างชาญฉลาด

Pancake X Longchamp in Tokyo

เราเคยสงสัยว่าทำไม Friend of Maison คนแรกของประเทศไทยถึงเป็นแพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์? แม้ว่าชื่อของแพนเค้กเป็นที่รู้จักของคนไทยมากว่าทศวรรษ ที่มาพร้อมความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นนางแบบชั้นแนวหน้าจนถึงนักแสดงเจ้าบทบาทอันดับต้นๆของประเทศ ทั้งหมดล้วนการันตีความเป็นบุคคลในแวดวงได้อย่างไร้ข้อกังขา แต่ทำไมต้องเธอล่ะ? ยังคงเป็นคำถามที่อยากรู้อยู่ดี จนกระทั่งมื้อเช้าวันหนึ่งที่ทางแบรนด์ลองฌอมป์เชิญครอบครัวของแพนเค้กและทีมลอฟฟีเซียลไทยแลนด์ไปรวมโต๊ะ

การพูดคุยและบทสนทนาแบบครอบครัวอย่างเป็นกันเองจึงเกิดขึ้น คำถามเหล่านี้จึงหมดไป เพราะธุรกิจของแบรนด์ลองฌอมป์ เป็นหนึ่งในธุรกิจครอบครัวไม่กี่เจ้า ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่งโดยไม่ถูกกลืนกิน แถมยังขยายกิจการต่อเนื่องไปทั่วทุกมุมโลก ดูเข้ากับแพนเค้กซึ่งเป็นหนึ่งในนักแสดงสาวที่มักเห็นภาพเธอและกิจกรรมที่ทำระหว่างเธอกับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน มันดูเข้ากันลงตัว นอกจากนี้สไตล์ของแพนเค้กที่ดูเรียบง่ายไม่พยายาม ดูเป็นธรรมชาติและสวยงามเข้าถึงได้ คงเป็นภาพที่ดูลงตัวกับแบรนด์ได้อย่างน่าทึ่ง

ภาพสาวโมเดิร์นเอเชียลุคที่ดูชิค เรียบเก๋กับบรรยากาศในย่าน Kagurazaka ซึ่งถือเป็นย่านที่งดงามเต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านเบเกอร์รี่ และร้านอาหารฝรั่งเศส หลายคนพูดถึงย่านนี้ว่าเป็น A Taste of France ช่างดูเหมาะเจาะกับการถ่ายทำภาพนิ่งเอ็กซ์คลูสีฟที่แพนเค้กร่วมงานกับลอฟฟีเซียลไทยแลนด์เป็นที่สุด จนกระทั่งครอบครัวกาสแกร็งแห่งลองฌอมป์ได้เห็นภาพและบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่มันเป็นตัวตนของผู้หญิงในแบบลองฌอมป์ที่เขาต้องการจะสื่อ” โดยเฉพาะรูปที่แพนเค้กเดินจูงสุนัขสองตัวบนถนน มันเป็นอินเนอร์ของสาวปารีเซียงในแบบฉบับของสาวเอเชียที่ดูงดงามลงตัว…

Share this Post