กรุ่นกลิ่นวินเทจแบบเบอร์เบอรี

In Fashion, News by L'Officiel Mode

ย้อนวันวานสู่ยุครุ่งเรืองลายตารางของหนุ่มสาวลอนดอนไปกับ Burberry September 2017

จากปรากฏการณ์ ‘See-now, Buy-now’ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกจากไอเดียของ Burberry เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 ที่เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการแฟชั่นทั่วโลก ให้หันมาจับจ้องการเปลี่ยนแบบแผนจากที่อดีตต้องคอลเลกชั่นรันเวย์ถึง 6 เดือนกว่าจะได้จับจองที่โปรยเรียกน้ำย่อยให้แฟชั่นนิสต้าต่างนั่งรอให้ถึงช่วงฤดูกาลจริง แต่เบอร์เบอรีคิดปรับเปลี่ยนวิธีนำเสนอเครื่องแต่งกายด้วยกลยุทธ์’โชว์ปุ๊บ ขายปั๊บ’ เพื่อให้ทันกระแสโลกโซเชียล ในยุคที่คนแฟชั่นไม่ต้องรออีกต่อไปเพราะใครๆก็กดสั่งจองเป็นเจ้าของได้ทันที

โดยในคอลเลกชั่น ‘Burberry September 2017’ ฤดูกาลล่าสุดนี้ คริสโตเฟอร์ เบลลีย์เลือกพาหนุ่มสาวเบอร์เบอรี ย้อนกลับไปสู่กรุงลอนดอนในยุค 90s ช่วงเวลาที่วัยรุ่นบริติชต่างนำเสนอภาพลักษณ์ในการผสานเครื่องแต่งกายชุดกีฬา ลายโมโนแกรมและลายตาราง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเหตุผลที่ทำให้ภาพลักษณ์เฮอริเทจในความเป็นเบอร์เบอร์รี่ตกต่ำลง จนกลายเป็นสินต้าแฟชั่นที่ผู้คนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ในทุกมุมเมืองจนเรียกได้ว่าสูญเสียภาพลักษณ์หนุ่มสาวบริติชไปหมดสิ้น  แต่ในครั้งนี้คริสโตเฟอร์ เบล์ลีย์ กลับหยิบประเด็นนี้มาตีความใหม่ในมุมต่าง

นำเสนอกระแสแฟชั่นบทใหม่เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงแก่นแท้ ความเชื่อ ของผู้คนในสังคมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่เข้ามามีส่วนในการพัฒนาจากความกล้าคิดต่าง ให้กลายเป็นเทรนด์แฟชั่นที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ เพื่อสร้างให้เกิดวัฒนธรรมในโลกยุคใหม่ กลายเป็นผลงานออกแบบกว่า 79 ลุคประจำฤดูกาลนี้ ที่ผสมผสานทั้งวัสดุหลักอย่าง ผ้าวูลลายตาราง ไหมพรมถัก พลาสติก เฟอ ลูกไม้ และผ้ากาบาดีนอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบเบอร์เบอรี เข้าไว้ด้วยกันกับวิธีการสวมใส่จนถึงรูปบบสไตลิ่ง ด้วยการหยิบชิ้นดีไซน์ร่วมสมัยจากเครื่องแต่งกายชิ้นหลักในชีวิตประจำวันที่เคยถูกมองว่า ‘ดูต่ำต้อย ไร้รสนิยม’ ในบริบทแฟชั่นโลกเก่านำกลับมาสร้างนิยาม ‘ความเก๋’ ในโลกแฟชั่นที่ไร้ข้อจำกัด

ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงความหมายที่คริสโตเฟอร์ เบลลีย์ ต้องการนำเสนอในผลงาน‘Burberry September 2017’ หลังจบงานนี้ พื้นที่รันเวย์ยังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น Here We Are นิทรรศการรวมภาพถ่ายกว่า 200ผลงานจากช่างภาพและศิลปินเลื่องชื่อที่เก็บบันทึกเรื่องราว การเปลี่ยนแปลงของผู้คนในสังคมเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนชาวบริติช ซึ่งถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ยุคศตวรรษที่ 20 พร้อมเปิดให้คนรักเบอร์เบอรีได้ซึมซับถึง ‘ความนัย’ ที่ซ่อนอยู่ในผลงานออกแบบล่าสุดถึง 1 ตุลาฯ นี้ที่ Old Sessions House ในกรุงลอนดอน

ขอแนะนำ:  GIRL POWER


Share this Post