10 ข้อที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับชิเซโด้

In Beauty, News by L'Officiel Mode

จุดบรรจบของ ‘ศาสตร์’ และ ‘ศิลป์’ ไม่ได้เป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ

1. ‘ความงาม’ อาจมีความหมายหลากหลาย แต่สำหรับชิเซโด้แล้ว แม้จะเป็นแบรนด์เครื่องสำอาง แต่ ‘ความงาม’ ของแบรนด์คือ ความงามคือทุกองค์ประกอบที่แวดล้อมและหล่อหลอมความเป็นตัวเราขึ้นมา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนอกจากเทคโนโลยีอันล้ำสมัยแล้ว แบรนด์นี้จึงให้ความสำคัญต่อศิลปะและวัฒนธรรมเหนือสิ่งอื่นใด

2. ชิเซโด้ถือเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่เก่าแก่ที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก โดยในปีค.. 1872 อะริโนบุ ฟุกุฮาระ ได้ก่อตั้งร้านขายยาแบบตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่นขึ้นที่ย่านกินซ่าในโตเกียว

3. หลังจากก่อตั้งไม่นาน ชิเซโด้ก็ได้กลายเป็นชื่อที่ถูกเชื่อมโยงกับคำว่านวัตกรรมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากผลงานใหม่ๆ ที่เปิดตัวออกมาอย่างสม่ำเสมอ และผลงานที่ว่าไม่ใช่แค่ผลงานทางสุขอนามัยอย่างเช่นยาสีฟันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลงานสุดล้ำในยุคนั้นอย่างน้ำพุโซดาซึ่งเป็นจุดจำหน่ายน้ำโซดาและไอศกรีมแห่งแรกของญี่ปุ่นในยุคนั้นด้วย

4. ด้วยแนวคิดของซินโซ ฟุกุราฮาระ ที่เห็นว่าผลิตภัณฑ์ความงามควรจะถึงพร้อมไปด้วยความงามทั้งภายในและภายนอก ร้านขายเครื่องสำอางของแบรนด์ร้านแรกที่เปิดตัวในปีค.. 1916 จึงมาพร้อมกับแผนกพิเศษที่ดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน นั่นคือแผนกออกแบบหรือ Design Department ที่มีหน้าที่สร้างสรรค์โปสเตอร์ หนังสือพิมพ์ โฆษณาในนิตยสาร รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์และเลย์เอาต์ของร้าน แผนกออกแบบนี้เต็มไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยและศิลปินรุ่นใหม่ที่รังสรรค์ทุกอย่างโดยได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตนูโวจากนิตยสารแฟชั่นจากปารีส ซึ่งสไตล์ของผลงานนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จักในชื่อของ ‘Shiseido Style’ ในเวลาต่อมา

5. ใน ค.. 1919 ชิเซโด้ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยมีแบรนด์ใดในญี่ปุ่นทำมาก่อน นั่นคือการก่อตั้งแกลเลอรี่ศิลปะขึ้นในชื่อ Shiseido Gallery ซึ่งปัจจุบันถือเป็นแกลเลอรี่ศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่ยังดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแกลเลอรี่แห่งนี้นับเป็นจุดกำเนิดของกิจกรรมเพื่อสังคมในฐานะผู้อุปถัมป์ศิลปะและวัฒนธรรม (หรือที่เรียกว่ากิจกรรมเมเซนาต์ ซึ่งมาจากคำภาษาฝรั่งเศส mecenat ที่แปลว่าการสนับสนุนทางศิลปะและวัฒนธรรม) ของชิเซโด้ในเวลาต่อมา

ขอแนะนำ:  TROPICAL SENSATION

6. และเพื่อตอกย้ำจุดยืนด้านการเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะ ในปีค.. 1978 ชิโซโด้ได้เปิดตัว Shiseido Art House พิพิธภัณฑ์ศิลปะในสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโวที่ออกแบบโดยสถาปนิกญี่ปุ่น ทาคามิยะ ชินสุเกะ และทานิกุจิ โยชิโอเพื่อจัดแสดงผลงานของจิตรกร ประติมากร รวมถึงเหล่าช่างฝีมือที่เคยจัดแสดงผลงานที่ Shiseido Gallery มาแล้วรวมถึงผลงานจากกิจกรรมอื่นๆที่มุ่งสนับสนุนชุมชนนักสร้างสรรค์

7. ต่อมาในปีค.ศ. 1992 ชิเซโด้ได้เผยโฉม Shiseido Corporate Museum เพื่อฉลองครบรอบ 120 ปีของแบรนด์โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มุ่งบอกเล่าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ผ่านสิ่งละอันพันละน้อยที่สะสมมาตามกาลเวลา

8.  นอกจากพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่แล้ว ในปีค.. 1937 ชิเซโด้ยังได้จัดทำนิตยสารด้านวัฒนธรรมองค์กรในชื่อฮานะสึบากิซึ่งอิงตามชื่อของดอกฮานะซึบากิหรือดอกคามิลเลียที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์นั่นเองตั้งแต่ฉบับแรกนิตยสารฮานะสึบากินี้นอกจากจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์แล้วยังได้กระตุ้นให้ผู้อ่านและผู้บริโภคหันมาสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสุนทรียะแบบองค์รวมมากยิ่งขึ้นผ่านภาพถ่ายและภาพกราฟิกที่รังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตรวมถึงอาหารสมองที่จรรโลงใจอย่างบทความน่ารู้รวมถึงนิยายและบทกวีด้วยนอกจากนี้

9. ทางแบรนด์ดูจะชอบสัญลักษณ์ฮานะสึบากินี้มาก เพราะดอกฮานะซึบากินี้ยังนำมาตั้งเป็นชื่อรางวัล Hanatsubaki Award for Contemporary Poetry ในปีค.. 1983 ที่มุ่งยกระดับพลังของถ้อยคำในการสื่อสารเรื่องความงามโดยมร. ซาโคน โซ กวี นักวิจารณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมฝรั่งเศสผู้เป็นส่วนสำคัญในการก่อตั้งรางวัลนี้กล่าวว่าในมุมมองของผม เมกอัพเป็นดั่งบทกวี เช่นเดียวกับแฟชั่น ผลงานของชิเซโด้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่เหนือกว่าชีวิตประจำวันมาก เพราะชิเซโด้ด้วยเปลี่ยนความจริงให้กลายเป็นเทพนิยาย พลังนี้เป็นเหมือนเวทมนตร์ และบทกวีก็มีพลังแบบนั้นด้วยเช่นกัน

10. แม้การเชิดชูศิลปะและวัฒนธรรมจะสะท้อนออกมาจากทุกมิติของความเป็นชิเซโด้ แต่ก็คงไม่มีมิติใดที่ชัดเจนไปกว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆของแบรนด์  ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุด ชิเซโด้ ฟิวเจอร์ โซลูชั่น แอลเอ็กซ์ (SHISEIDO Future Solution LX) ที่บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ Total Protective Cream E และ Total Regenerative Cream E ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากแนวคิด Itsukushimi ของญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงการทะนุถนอมสิ่งที่อยู่ด้านในประหนึ่งสมบัติล้ำค่า ซึ่งเมื่อเปิดกล่องสีทองแล้วคลี่บรรจุภัณฑ์ออกมาแล้วจะดูคล้ายกับผ้าห่อของญี่ปุ่นหรือฟูโรชิกิ (Furoshiki) ที่สะท้อนถึงสุนทรียะอันเป็นแบบฉบับของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

ขอแนะนำ:  #TGIF มีนัดแต่หน้ายังไม่เป๊ะ?

READ MORE:

Share this Post