Daytona ไอคอนของวงการนาฬิกากับสนามประลองความเร็ว

In News, Watches & Jewelry by L'Officiel Mode

จะมีสนามแข่งรถใดในอเมริกาที่มีชื่อเสียงเท่ากับสนามเดย์โทนา (Daytona) และจะมีนาฬิกาโครโนกราฟใดที่มีความแม่นยำเท่ากับ Rolex Cosmograph Daytona กันอีกเล่า แม้ว่าแรกเริ่มเดิมทีสองสุดยอดของทั้งสองวงการนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกันสักเท่าไหร่ ทว่าทุกเรื่องราวบนโลกมักมีจุดเชื่อมโยงที่มองไม่เห็นเสมอ และจุดที่ว่านั้นก็คือในปี ค.ศ. 1935 มีรถแข่งคันหนึ่งชื่อว่า Blue Bird สามารถสร้างสถิติโลกที่ความเร็ว 445 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนชายหาดเดย์โทน่าที่มีเส้นทางเป็นหาดทรายยาวเป็นไมล์ๆ (เป็นลักษณะเฉพาะตัวของสนามแข่งเดย์โทนาในสมัย ค.ศ. 1903 แต่เมื่อถึงปี 1959 สนามเดย์โทนาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นเหมือนในปัจจุบัน) ซึ่งความเร็วดังกล่าวถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียวสำหรับในสมัยนั้น และนับเป็นสถิติสุดท้ายที่ถูกจารึกไว้บนชายหาดเดย์โทน่าแห่งนี้

เซอร์ มัลคอล์ม แคมป์เบลล์ นักแข่งรถระดับตำนาน และเจ้ารถบลูเบิร์ด บนชายหาด เดย์โทน่า ในรัฐฟลอริด้า

ลองทายสิว่า เซอร์ มัลคอล์ม แคมป์เบลผู้ที่ขับ ‘เจ้านกสีน้ำเงิน’ ใส่นาฬิกาข้อมืออะไรขณะสร้างสถิติโลก ใช่แล้ว คำตอบก็คือ Rolex Oyster ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างล้นหลามหลังจบการแข่งขัน นักแข่งรถชาวอังกฤษผู้นี้เล่าว่าเขาใส่ Rolex ติดมือมาตลอดเป็นเวลา 5 ปีแล้ว เพราะประทับใจในความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นระหว่างแข่งรถ กล่าวได้ว่านี่นับเป็นจุดเริ่มต้นของความเกี่ยวพันกันระหว่าง Rolex และสนามแข่งรถเดย์โทนาแห่งนี้

หลังจากนั้นสนามเดย์โทนาก็ได้ถูกสร้างใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น Daytona International Speedway พร้อมกับจัดการแข่งขันรถยนต์ระดับนานาชาติรายการสำคัญของโลกมากมาย ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง Rolex ก็ได้ออกแบบนาฬิกาข้อมือสำหรับนักแข่งรถมือโปรโดยเฉพาะซึ่งในตอนแรกใช้ชื่อว่า ‘Cosmograph’ เฉยๆ ก่อนจะตัดสินใจเพิ่มคำว่า ‘Daytona’ ต่อท้ายเข้าไปเพื่อตอกย้ำถึงสายสัมพันธ์ที่มีต่อสนามแข่งรถชื่อดังของอเมริกา จนในที่สุด Rolex ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันรถยนตร์ 24 ชั่วโมงที่เดย์โทน่า โดยเปลี่ยนชื่อการแข่งขันรายการนี้เป็น Rolex 24 At Daytona มาจนถึงทุกวันนี้ แน่นอนว่าผู้ชนะการแข่งขันจะได้ครอบครองนาฬิกา Rolex Cosmograph Daytona อันถือเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลด้วย

 

ความพิเศษของนาฬิกา Cosmograph Daytona ในรุ่นแรกๆ อยู่ที่กลไกโครโนกราฟที่มีความเที่ยงตรงสูงในแบบที่เหมาะกับการแข่งรถ มีการแสดงค่าชัดเจนโดยการใช้วงกลมย่อยสามวงอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของรุ่น รวมถึงสเกลทาคีมิเตอร์ ที่ใช้ในการหาค่าความเร็วเฉลี่ยในระยะทางที่กำหนดโดยใช้เข็มวินาทีจับเวลา อย่างไรก็ดี ในช่วงแรก Cosmograph Daytona มีการออกแบบหน้าปัดที่มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ และมีสไตล์หน้าปัดที่โด่งดังมากมาย ยกตัวอย่างเช่น หน้าปัด Paul Newman ที่ตั้งชื่อตามนักแสดงนำชายและนักแข่งรถชาวอเมริกันผู้ใส่ Rolex Cosmograph Daytona อยู่เสมอ Cosmograph Daytona ได้รับการเพิ่มฟังก์ชั่น เปลี่ยนสีหน้าปัด ไปจนถึงคิดค้นชิ้นส่วนใหม่ๆ เพื่อเสริมความแม่นยำเที่ยงตรงให้กับกลไกอย่างต่อเนื่องกว่าจะมาเป็น Oyster Perpetual Cosmograph Daytona ที่เพิ่งจะฉลองครบรอบอายุ 50 ปีไปเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา

 

หากอยากรู้จัก Rolex Cosmograph Daytona ให้มากขึ้นก็สามารถเข้าชมนิทรรศการ The Rolex Daytona Exhibition ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G ได้ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 23 กรกฎาคมนี้

READ MORE:

Turn and Her world is yours!
Reverso by Christian Louboutin
BRILLIANT INSPIRATION
แดนซ์มันๆกับ Ultra
THE MECHANICAL REVOLUTION
จิงจิง กับ Chanel J12 เรือนโปรด  
การปรับตัวของแบรนด์จิวเวอรีรุ่นลายคราม! 
เรียนรู้คุณค่างานฝีมือบนผืนผ้า สู่นวัตกรรมเรือนเวลาที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น 
เหตุใด? ตราสิงโต จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ความหาญกล้าของชาเนล
ใครกัน? ที่เปลี่ยน มหานครนิวยอร์ก ให้กลายเป็นสีฟ้า 
เฝ้าจับตา! Chopard Red Carpet จิวเวอรี่ชั้นสูงที่เตรียมเปิดตัวทั้ง 71 ชิ้นบนพรมแดงเมืองคาน...
ซูมชัดๆ! กับดีเทลต่างหูกล้วยไม้ที่ Cate Blanchett เลือกเติมประกายให้ลุคพรมแดงเมืองคานส์ 20...
Panthere de Cartier เวอร์ชั่นใหม่ เก๋ไก๋ด้วยสายรัดข้อมือ 2-3 รอบ
Faces of Time สายมินิมอลห้ามพลาด Issey Miyake นาฬิกาใหม่ล่าสุดได้แรงบันดาลใจจากความแตกต่าง...

Share this Post