THE CODE OF BEAUTY

In News, Watches & Jewelry by L'Officiel Mode

เมื่อ IWC แปลงโฉมคอลเลกชั่นไอคอนอย่าง Da Vinci เพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ

เรื่อง: มินทิรา ธรรมพาเลิศ

คนรักนาฬิกาลักชัวรี่คงทราบดีอยู่แล้วถึงความเป็นสุดยอดของ ไอดับเบิลยูซี (IWC Schaffhausen) แบรนด์นาฬิกาสวิสชั้นสูง รวมถึงคอลเลกชั่นสร้างชื่อที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์อย่าง Da Vinci ซึ่งครองใจผู้คนมาแล้วกว่า 50 ปี จากปรัชญาการทำงานภายใต้สโลแกนภาษาละติน ‘Probus Scafusia’ ที่แปลว่า “good, solid craftsmanship from Schaffhausen” ก็ไม่น่าแปลกใจหากจะเห็นนาฬิกาจาก IWC ได้หลอมรวมรูปลักษณ์งดงามและ เทคโนโลยีกลไกอันเหนือชั้นเข้าไว้ด้วยกัน สมกับชื่อคอลเลกชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก  เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) อัจฉริยบุคคลของโลกผู้มีความสามารถทั้งศาสตร์และศิลป์

ในปีนี้ ความน่าสนใจของ Da Vinci ไม่ได้อยู่ที่การปรับโฉมใหม่เพียงอย่างเดียว หากยังเป็นการย้ำเน้นถึงการให้ความสำคัญของผู้หญิง โดยเปิดตัวนาฬิกาข้อมือใหม่สองรุ่นเพื่อแฟนคลับสุภาพสตรีของ IWC โดยเฉพาะ อย่าง Da Vinci Automatic 36 และ Da Vinci Automatic Moon Phase 36 แน่นอนว่า IWC ยังคงยึดตัวเรือนทรงกลมเอกลักษณ์สำคัญของรุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 เอาไว้อย่างเหนียวแน่น “นั่นหมายความว่าเราได้บอกลาตัวเรือนทรงเหลี่ยม และหันกลับมาตอกย้ำถึงรูปทรงที่คลาสสิกที่สุดอย่างทรงกลมอันเป็นสิ่งที่ IWC ยึดมั่นมาตลอด” จอร์จ เคิร์น อดีตซีอีโอของแบรนด์และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายผลิตนาฬิกาของบริษัทริชมอนด์ กรุ๊ป อธิบาย “โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสองคอลเลกชั่นใหม่อย่าง Da Vinci Automatic 36 และ Da Vinci Automatic Moon Phase 36 ที่เรานำวิถีปฏิบัติแบบเก่าของนาฬิกา Da Vinci รุ่นก่อนมาพัฒนาใหม่ให้มีความทันสมัยและเหมาะกับผู้หญิงมากขึ้นครับ”

คาโรลีน่า เคอร์โคว่า ซูเปอร์โมเดลสาว กับนาฬิกา IWC Autoatic 36 สายหนังสีชมพู จาก IWC

และเพราะ IWC ทราบดีถึงรสนิยมอันหลากหลายและสไตล์ที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกวันของผู้หญิง คอลเลกชั่น Da Vinci Automatic 36 จึงเผยโฉมออกมาเป็นนาฬิกาทรงกลมขนาดตัวเรือน 36 มิลลิเมตร ในรูปแบบต่างๆกัน ถึง 5 แบบ 5 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนเรดโกลด์ 18 กะรัต ล้อมกรอบเพชร 54 เม็ดดูหรูหรา หรือตัวเรือนสแตนเลสสตีลล้อมเพชร สายหนังจระเข้สีม่วงแดง ให้ความรู้สึกสดใสเหมาะกับสาวขี้เล่น (และชุดสีม่วง) หรือหากอยากปรับสไตล์ให้ลุคคูลก็ต้องเลือกตัวเรือนสีน้ำเงินเข้มพร้อมสายหนังจระเข้สีเดียวกัน

แน่นอนว่ามีแบบตัวเรือนสเตนเลสสตีลทั้งเรือนและแบบสายหนังเรียบๆ สำหรับสวมใส่ในวันทำงานให้เลือกด้วยเช่นกัน

 

ส่วนสาวผู้ชื่นชอบนาฬิกาที่มีกลไกมูนเฟส เรามั่นใจว่าต้องตกหลุมรัก Da Vinci Automatic Moon Phase 36 เพราะนอกจากดีไซน์ของภาพข้างขึ้นข้างแรมที่งดงามชวนฝันแล้ว ฟังก์ชั่นมูนเฟสจะมีเกียร์พิเศษที่แสดงข้างขึ้นข้างแรมซึ่งกินเวลา 29.5 วันได้อย่างแม่นยำ  Da Vinci Automatic Moon Phase 36 มีให้เลือก 3 แบบ คือ ตัวเรือนเรดโกลด์ 18 กะรัต สายหนังจระเข้สีบรอนซ์ ตัวเรือนสแตนเลสสตีลล้อมเพชร 54 เม็ด พร้อมสายหนังจระเข้สีน้ำตาลเข้ม และท้ายสุดกับตัวเรือนสแตนเลสสตีล สายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งขายึดสายนาฬิกาแบบใหม่ที่สามารถขยับได้จะเอื้อให้สายหนังกระชับรับกับข้อมือพอดี

ขอแนะนำ:  เดินเล่นในลอนดอนกับ พลอย หอวัง และ Swatch

จุดเด่นอีกอย่างของทั้งสองคอลเลกชั่นนี้คือที่ตัวเรือนด้านหลังของทุกแบบจะมีลวดลาย ‘Flower of Life’ สลักเอาไว้ แพทเทิร์นที่ใช้วงกลมเกี่ยวกระหวัดต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดนี้เป็นความสมมาตรที่ก่อให้เกิดสัดส่วนงดงามมากมายทั้งในด้านการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรม รวมถึงโครงสร้างร่างกายมนุษย์ และถูกใช้อย่างแพร่หลายในวัฒนธรรมต่างๆ มานานกว่าหกพันปี ทั้งยังมีการตีความว่ามีลักษณะคล้ายกับการแบ่งเซลล์หลังเกิดการปฏิสนธิของมนุษย์ด้วย “สำหรับ IWC ‘Flower of Life’ เป็นเสมือนการสอดประสานกันระหว่างความสร้างสรรค์ ความสวยงามและเทคโนโลยีครับ” เคิร์นขยายความ “เลโอนาร์โด ดา วินชีเองก็สเก็ตช์ภาพ Flower of Life เอาไว้มากมายในสมุดรวมภาพสเก็ตช์ Codex Atlanticus อันโด่งดังของเขา ลวดลายนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เรานำมาใช้ในคอลเลกชั่น Da Vinci ของเราครับ” เมื่อพิศดูนาฬิกาทั้งสองคอลเลกชั่นนี้อย่างใกล้ชิดก็ทำให้เราเชื่อมั่นอย่างหมดใจเลยว่าไม่ว่าอย่างไรศิลปะและเทคโนโลยีก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

READ MORE:

Share this Post