Mademoiselle Privé… นิทรรศการที่แฟนๆของชาเนลไม่ควรพลาด

In Fashion, News by L'Officiel Mode

ยังมีอะไรที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับชาเนล? สำหรับฉันแล้ว กาเบรียล ‘โกโก’ ชาเนลเป็นดีไซเนอร์ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดคนหนึ่ง ลองไปร้านหนังสือ แล้วดูที่ชั้นหนังสือในหมวดแฟชั่นสิ คุณจะเห็นว่ามีคนเขียนเรื่องราวเกี่ยวหญิงเก่งคนนี้ไว้มากมาย นี่ยังไม่ร่วมเรื่องราวของแบรนด์ในยุคสมัยของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ผู้เป็นจักรกลสำคัญในวันนี้

ในนิทรรศการ Mademoiselle Privé ที่กรุงโซล ประเทศเเกาหลีซึ่งจัดงานเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา และยังเต็มไปด้วยเหล่าคนดังมากมายครับคั่ง นี่ถือเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่อยากจะ ‘รีเฟรช’ ความทรงจำที่เรามีต่อชาเนลอีกครั้ง หรือใครก็ตามที่อยากจะลองทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น บอกเลยว่านี่ไม่ใช่นิทรรศการประวัติศาสตร์ แต่บอกเล่าในรูปแบบทันสมัย เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก

เวอร์จิเนีย วูล์ฟ นักเขียนอเมริกันเคยบอกว่าผู้หญิงเราต้องมีห้องหรือพื้นที่เป็นของตนเอง… นิทรรศการมาดมัวแซล พรีเว่นี้ก็เหมือนเราได้เดินเข้าไปสำรวจในห้องของชาเนล สถานที่ที่เธอได้เป็นกตัวของตัวเองที่สุด โดยชื่อนิทรรศการ มาดมัวแซล พรีเว่ นั้นมาจากป้ายชื่อที่ติดอยู่หน้าประตูห้องสตูดิโอส่วนตัวของมาดมัวแซล ชาเนล ณ อาพาร์ทเมนต์ของเธอบนถนน รู กัมบง ถ้าลองโหลดแอพพลิเคชั่นของนิทรรศการนี้และสแกนเข้ากับบานประตูในนิทรรศการ ก็จะเห็นประตูเปิดออก มองเห็นมาดมัวแซลกำลังทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้น

ขอแนะนำ:  STAY TRUE TO HERSELF

“สำหรับผมคิดว่าสิ่งสำคัญสำหรับนิทรรศการนี้คือได้เข้าใจในความเป็นชาเนล” บรูโน พาฟโลสกี้ ประธานฝ่ายแฟชั่นของชาเนลให้สัมภาษณ์กับเรา “เราตั้งใจนำเสนอสิ่งที่ทำให้แบรนด์ชาเนลไม่เหมือนใคร นั่นก็คือความคิดสร้างสรรค์”

นิทรรศการนี้บอกเล่าถึงอิทธิพลของชาเนล นับตั้งแต่การเปิดร้านหมวกที่เมืองโดวิลล์เมื่อปีค.ศ. 1913 รวมไปถึงสัญลักษณ์ที่ทำให้เรานึกถึงชาเนล ทั้งมุก แจ๊กเก็ต รวงข้าว เลขนำโชค เฉดสีดำขาว ที่นำเสนอผ่านงานศิลปะจัดวางเก๋ๆ และที่ขาดไม่ได้คือดอกคามีเลียซึ่งในครั้งนี้ได้ศิลปินเกาหลี จียง ลี นำมาตีความสร้างสรรค์ใหม่ด้วยแก้ว ก่อนจะนำเราไปเข้าไปสู่ผลงานไอคอนหลักๆที่เป็นรากฐานของแบรนด์ในวันนี้ นั่นคือน้ำหอม แฟชั่นชั้นสูง และไฮจิวเวลรี่


“การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียก็ดีครับ แต่หากคุณได้มาเห็น ได้รู้สึกและได้สัมผัสเองมันจะเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น อย่างในห้องน้ำหอม นัมเบอร์ไฟว์ คุณจะได้เห็นว่าโอลิวิเยร์ โพลจ์ตีความน้ำหอมนี้จนเรียกได้ว่าปฏิวัติวงการน้ำหอมอย่างไร หรือผลโอตกูตูร์ที่เราจัดแสดงแบบซีทรูเพื่อให้เห็นว่าเป็นชุดที่งดงามประณีตทั้งนอกและใน ไปจนถึงชุดกูตูร์ที่ดูเรียบง่าย ฝีมือของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ที่สื่อให้เห็นแนวคิดที่ว่าแฟชั่นควรจะผนวกเข้ากับชีวิตประจำวัน และภายในนิทรรศการนี้ คุณจะได้เห็นว่าดีไซน์และทักษะความรู้ที่สืบต่อกันมานั้นสำคัญกับเราขนาดไหน รวมถึงไฮจิวเวลรี่ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1932 และยังดูทันสมัยมาจนทุกวันนี้และต่อไปในอนาคตด้วย” บรูโน พาฟโลสกี้บอก

ขอแนะนำ:  HIGH SUMMER

ฉันชอบภาพยนตร์ที่เกี่ยวมาดมัวแซลหลายเรื่องที่จัดฉายในห้องฉายหนัง โดยเฉพาะเรื่องในจินตนาการว่ามาดมัวแซลฟื้นคืนชีพขึ้นมาและได้พูดคุยกับคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ พวกเขาถกเถียงกันถึงวิสัยทัศน์ต่างๆที่ต่างกันไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ “ส่วนตัวผมเชื่อว่ายิ่งเราสร้างสรรค์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำได้ดีเท่านั้น สำหรับครีเอทีฟทีมของเรา การสร้างสรรค์มันเป็นชีวิตในทุกๆวันของพวกเขา” มร. บรูโน่กล่าว

นอกจากนี้ ในนิทรรศการนี้ยังได้รวบรวมภาพถ่ายเหล่าดาราสาวจากฮอลลีวูดในชุดโอตกูตูร์และจิวเวลรี่ Bijoux de Diamants และถ่ายภาพโดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ รวมไปถึงภาพถ่ายขาวดำจากฟิล์มโพลารอยด์ที่เหล่าคนดังซึ่งเป็นทั้งมิวส์และมิตรสหายของแบรนด์ ทั้งจีดรากอน ซูจู ปาร์ก แคทเธอรีน เดอเมเกรต์ ไอรีน คิม สวมใส่จิวเวลรี่และถ่ายเซลฟี่กันเองในอิริยาบถที่สนุกสนาน และเป็นตัวเอง

ขอแนะนำ:  ANTIQUE IS MODERN : CHANEL CRUISE 2017/18

มร. บรูโนบอกว่า “ในยุค 1950s ซึ่งเป็นยุคทองของเธอ เธอได้รู้จักและเข้าถึงคนเก่งและมีอิทธิพลมากมาย ทั้งในวงการวัฒนธรรม การเมือง ธุรกิจ คิดดูว่าตอนนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือหรืออินเตอร์เน็ตนะ และในวันนี้ ชาเนลในยุคของคาร์ลก็ยังคงเข้าถึงความเป็นไปในยุคสมัยและผู้คน เรามองกลับไปยังสิ่งที่เป็นไปในอดีต และมองหาว่าอะไรจะน่าสนใจ มีความหมายต่อปัจจุบัน สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยก็คือความสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบัน และของอนาคต ”

-นิทรรศการ Mademoiselle Privé จัดขึ้นที่ D Museum กรุงโซล ประเทศเกาหลี จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคมนี้

Share this Post