เคยสงสัยไหมว่าทำไมเสื้อยืดไฮแบรนด์ถึงราคาสูง?

In Fashion, News by L'Officiel Mode

หลังจากกลับมาจากแฟชั่นวีคที่ในฤดูกาลนี้ ข้อสังเกตหนึ่งก็คือ เหล่านักออกแบบภาคพื้นยุโรปดูจะนำเสนอผลงานที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันมากกว่าผลงานที่นำเสนอจินตนาการและสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ ที่เห็นได้ชัดๆ ก็คงเป็นที่มิลานแฟชั่นวีค เป็นเพราะว่าบรรดานักออกแบบเหล่านั้นต่าง ‘หมด’ ไอเดียแล้วหรืออย่างไร? ถ้าคิดอย่างนั้น บอกเลยว่าผิด!

LOfficielThailand-TShirt-1จริงๆ แล้ว ‘ไอเดีย’ ประจำฤดูกาลนี้คือคิดย้อนกลับไปถึงปรัชญาและความคิดที่มีต่อแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ หลายๆแบรนด์จึงพาเรากลับไปสู่คุณสมบัติพื้นฐานของเครื่องแต่งกายนั้นก็คือความใส่ได้จริง (ไม่ใช่ชุดใส่ออกงานแฟนซี) และแน่นอนผนวกกับระบบสภาวะเสรษฐกิจในภาคพื้นยุโรปนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก (โดยเฉพาะในประเทศอิตาลี) สินค้าลักชัวรี่จึงหันมาสร้างผลงานที่ตอบโจทย์และตรงประเด็น ซึ่งก็คือเครื่องแต่งกายที่เน้นวัสดุและวิธีการตัดเย็บด้วยรูปทรงง่ายๆ ไม่หวือหวาที่สามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส

อย่างเช่นแบรนด์ Tod’s (ทอดส์) ที่นำเสนอคอลเลกชั่น ‘#TodsQuality’ มองภาพถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์จากโต๊ะไม้ของช่างทำรองเท้าคู่แรกที่ได้กลายเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องหนังอันดับต้นๆ คอลเลกชั่นเครื่องหนังกระเป๋า รองเท้า เครื่องแต่งกายจาก Tod’s จึงนำเสนอความคลาสสิกที่มาพร้อมกับคุณค่าของเครื่องหนังและฝีมือช่าง เช่นเดียวกับ Prada (ปราด้า) ที่ทุกคนต่างคาดหวังว่าจะได้เห็นความแปลกใหม่มหัศจรรย์ ถ้าลืมการสไตลิ่งสวมทับไปทับมาที่เห็นบนรันเวย์ไปซะ ก็จะได้เห็นเครื่องแต่งกายที่ใช้ได้ในชีวิตจริงผนวกกับแรงบันดาลใจที่ได้จากรูปทรงของเครื่องแต่งกายที่เธอได้ออกแบบไว้ตั้งแต่ยุค 90s เสื้อคอจีน ผ้าไนลอน ผ้าพิมพ์ลายเรขาคณิต รวมถึง Gucci (กุชชี่) ที่ได้กลายเป็นผู้นำด้านเทรนด์ตั้งแต่ที่ Alessandro Michele (อเลสซานโดร มิเคเล่) ได้เข้ามาบริหาร ถึงโดยรวมจะดูอลังการ แต่มิเคเล่ก็นำกลิ่นอายจากสตรีทแวร์มาแทรกไว้ให้รู้สึกว่าสามารถสวมใส่ได้ง่ายขึ้น ทั้งในรายละเอียดของแต่ละชุด และที่เห็นได้ชัดสุดๆ ก็คือ ‘เสื้อยืดคอกลม’ พิมพ์ลายโลโก้ที่เป็นลุคเด่นของคอลเลกชั่นก่อนฤดูใบไม้ผลิก็กลายเป็นที่ฮือฮาไปแล้ว

เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นทุกตัวบนโลกต่างก็มีหน้าตาคล้ายกัน แต่ทำไมราคาถึงแตกต่างกันมหาศาล? เสื้อยืดไฮเอนด์ราคาอาจจะเริ่มต้นที่ 2,000 บาทจนถึงหลักหมื่นในขณะที่เสื้อยืดในร้านไฮ-สตรีทมีราคาเริ่มต้นที่ 200 บาท จนถึงพันต้นๆ แล้วอะไรคือบรรทัดฐานที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างนี้? เงินที่ต้องจ่ายเพ่ิมให้กับแบรนด์ไฮเอนด์คุ้มค่าแค่ไหน? ลองฟังเหตุผลต่อไปนี้แล้วพิจารณาไปด้วยกัน

เริ่มต้นกันที่เส้นใย โดยส่วนใหญ่แล้วเสื้อยืดคอกลมนั้นผลิตจากใยฝ้าย 100% ผ่านกระบวนการทอให้ยืดหยุ่น บางครั้งจะมีส่วนผสมของเส้นใยสแปนเด็กซ์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นอีกที ต้นฝ้ายนั้นคือพืชเศรษฐกิจหลักของหลายๆ ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเพาะปลูกบนพื้นที่อากาศร้อนและมีน้ำพอเพียง กว่าจะได้ใยฝ้ายมา ก็ต้องเสียเวลาดูแลมากกว่า 6 เดือนกว่าดอกฝ้ายจะเริ่มแตกปุยพร้อมเก็บเกี่ยว แถมเมล็ดพันธุ์ยังได้มีการตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและปริมาณพอเพียง แต่ผลร้ายที่ตามมานั้นคือปัญหาเรื่องศัตรูพืช สารเคมีกำจัดสัตว์พืชจึงถูกนำมาใช้ และแน่นอนว่าสารพิษเหล่านั้นจะยังคงเหลือจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว ฟอก ทอและตัดเย็บจนออกมาเป็นเสื้อยืดหนึ่งตัว ผ้าฝ้ายออร์แกนิกจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้คนรักษ์โลกได้สวมเสื้อยืดกันอย่างสบายใจ

LOfficielThailand-TShirt-2

เส้นใยที่ทอเสร็จแล้วจะถูกส่งต่อให้โรงงานตัดเย็บ ซึ่งสินค้าไฮ-สตรีทส่วนมากจะติดต่อโรงงานขนาดใหญ่ที่สามารถผลิตเสื้อยืดในจำนวน 50,000 ตัว (ต่อหนึ่งแบบ) เพื่อส่งขายทั่วโลก ซึ่งนั่นก็หนีไม่พ้นที่ประเทศจีน แหล่งโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก และอันดับสองได้แก่ประเทศบังกลาเทศ ที่แรงงานตัดเย็บส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุเฉลี่ย 14 – 65 ปี พวกเธอจะเริ่มงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึงสองทุ่มด้วยค่าแรงเฉลี่ยวันละ 60 บาท ปัจจุบัน หลายประเทศฝั่งตะวันตกได้มีการ ‘แบน’ สินค้า Made in Bangladesh ไปแล้วเรียบร้อยด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม ในขณะที่สินค้าไฮเอนด์ บางครั้งผลิตเพียง 50 ถึง 200 ชิ้นเพื่อส่งขายทั่วโลกด้วยแรงงานของคนในภูมิภาคนั้น นั่นก็หมายถึงค่าตอบแทนและสวัสดิการของแรงงานที่เป็นธรรม ที่เป็นตัวแปรสำคัญให้ต้นทุนและคุณภาพสูงไปตามๆกัน

ขอแนะนำ:  GUCCI FW17 MEN'S & WOMEN'S COMBINED FASHION SHOW LIVE STREAMING

‘เสื้อยืด’ เป็นเครื่องแต่งกายที่ใส่ง่ายและใส่ได้แทบทุกโอกาส ไม่ว่าใครก็ต้องมีอยู่ในตู้เสื้อผ้า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่คำอธิบายคร่าวๆ เพื่อให้เห็นถึงภาพรวมของระบบ และตอบข้อสงสัยที่ว่าทำไมสินค้าประเภทเดียวกันจึงแตกต่างกันเพียงเปลี่ยนโลโก้ ไม่ใช่เพียงเพราะภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่คุณภาพวัตถุดิบ แรงงานของเกษตรกรและช่างฝีมือคือตัวแปรสำคัญในกลไกนี้ แบรนด์ไฮเอนด์ในปัจจุบันจึงยกประเด็นเรื่องการอยู่ร่วมกับสังคมและธรรมชาติมาเป็นจุดขายด้วย ยกตัวอย่างเช่น กว่าจะได้ผ้าพันคอผ้าไหมหนึ่งผืนซึ่งต้องใช้รังไหมมากมาย สาววีแกนอย่าง Stella McCartney นำเสนอมุมมองใหม่ให้กับอุตสหกรรมการผลิตไหมด้วยการเลือกใช้รังไหมที่ไม่ทำลายตัวไหม (ไม่ฆ่าหนอนไหม) มาใช้แทนวิธีดั้งเดิม

นอกจากเส้นใยต่างๆ แล้ว หนังสัตว์ก็มีแหล่งผลิตมากมายจากทั่วโลก ซึ่งก็มีหลายระดับเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่รักผิวสัมผัสอันอ่อนนุ่มของหนังแกะ คุณอาจจะไม่รู้ว่าประเทศอินเดียคือผู้ส่งออกหนังแกะรายใหญ่ของโลก โดยหนังแกะเหล่านั้นฟอกสารเคมีโลหะหนักอย่างโครเมียมและกำมะถันในโรงฟอกหนังทั้งขนาดเล็กและใหญ่ที่มีมากถึง 10,000 โรง มีการทิ้งน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ 22 ตันต่อวัน ส่งผลให้ระบบนิเวศที่เมืองกานปุระ ประเทศอินเดียติด 1 ใน 20 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก หลายแบรนด์ยักษ์ใหญ่จึงเลือกวิธีการฟอกหนังจากสีและเคมีที่ได้จากธรรมชาติ อย่างเปลือกและยางไม้ที่เรียกว่า ‘Vegetable-Tanned’ ที่ส่งผลเสียต่อสภาวะแวดล้อมน้อยกว่า หลายคนคงสงสัยว่าแล้วทำไมไม่ใช้หนังเทียมไปเลย นั่นเพราะหนังเทียมผลิตจากวัสดุสังเคราะห์เช่นพลาสติก ซึ่งก็มีส่วนผสมจากกากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ต่างๆ ที่ส่งผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่า

หลายปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องโลกร้อนได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นปัญหาที่ทุกคนสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ประเด็นใหญ่ที่ทุกคนกล่าวถึงคือมลพิษที่เกิดจากการผลิตพลังงาน เครื่องจักร การปศุสัตว์ พลาสติก และโฟม ไปจนถึงการผลิตอาหาร ประเด็นหนึ่งที่มีผลต่อสภาวะโลกร้อนในระยะยาว จนได้รับการจัดอันดับอยู่ในหนึ่งในห้าปัญหาหลัก แต่กลับไม่ค่อยได้ถูกพูดถึงนั้นก็คือ มลพิษที่เกิดจากการผลิตเครื่องนุ่งห่มอันสร้างปัญหาระยะยาว เพราะการผลิตเครื่องนุ่งห่มได้รวมปัจจัยโลกร้อนต่างๆ เข้าไว้อย่างครบครัน ทั้งการขนส่ง การทำปศุสัตว์ การเกษตร การใช้สารเคมี ไปจนถึงของเสียและเศษเหลือใช้

House of Holland

House of Holland

เมื่อเรามองย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่ปัญหาโลกร้อนจะเริ่มเป็นที่พูดถึง เสื้อยืดจากแบรนด์ไฮ-สตรีทเริ่มต้นในราคา 150 บาท ส่วนในปัจจุบัน คุณสามารถหาซื้อสเว็ตเตอร์ได้ในราคาเดียวกัน หรือเพิ่มเงินอีกไม่เกิน 150 บาท ก็สามารถซื้อแจ๊กเก็ตที่สวยงามตามเทรนด์ได้แล้ว แต่ถ้าคุณรู้สึกตกเทรนด์หลังจากซื้อเพียงสองสัปดาห์ หรือตัวแจ๊กเก็ตนั้นสีจืดจางยืดย้วยบิดเบี้ยวหลังผ่านการซักเพียงครั้งแรก จงรู้ไว้ว่า นั่นคือหัวใจของธุรกิจเครื่องแต่งกายไฮ-สตรีทที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อหลอกล่อให้คุณมองหาสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด อัพเดทตู้เสื้อผ้าให้ตามกระแสอยู่ตลอดเวลา โดยใช้ดีไซน์ฉูดฉาดน่ามองและราคาที่คุณสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องคิดมากมาเป็นตัวล่อ

ลองคิดคำนวณเล่นๆ ดูก็ได้ว่าจำนวนเงินที่เสียไปกับการเลือกซื้อของที่ ‘ราคา’ มากกว่า ‘คุณภาพ’ กับระยะเวลาที่คุณได้เสพกับสิ่งเหล่านั้น คุ้มค่าอย่างที่คิดหรือไม่ บางครั้งราคาที่เราจ่ายเพิ่มให้กับแบรนด์คุณภาพสูงอาจเป็นค่าความคิด ค่าแรง ค่างานฝีมือของผู้ที่อยู่เบื้องหลังมากมาย อีกทั้งถึงการใส่ใจกับสิ่งรอบตัวเรา เป็นไปได้ไหมว่านี่อาจเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนกว่าสำหรับความสุขของผู้ซื้อเองและเผื่อแผ่ไปถึงสังคมและโลกธรรมชาติด้วย

STORY : Atinan Nitisunthonkul (Fashion Director)

Share this Post