REINVENTING THE LEGACY

In News, Watches & Jewelry by L'Officiel Mode

นอกตอนนี้ คุณก็คงไม่เชื่อว่ามุกที่เราเห็นกันจนชินตาในปัจจุบันเคยเป็นของหายากมาก่อน… ยากเสียจนมีเพียงกลุ่มคนเพียงหยิบมือหนึ่งในโลกนี้เท่านั้นที่มีโอกาสและมีอำนาจพอที่จะครอบครอง และอาจจะเป็นเช่นนั้นต่อไปหากไม่มีบุรุษที่ชื่อโคคิชิ มิกิโมโต (Kokichi Mikimoto) เพราะเขาผู้นี้เองที่เป็นคนแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์มุกเลี้ยง (cultured pearls) ในปีค.ศ. 1893 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มุกอะโกย่าที่ต่อมาถูกเรียกว่า “มุกมิกิโมโต” และชื่อของแบรนด์มิกิโมโตก็ได้แพร่หลายและกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะแบรนด์จิวเวลรี่ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่น และมร. ฮิโตชิ โยชิดะ (Hitoshi Yoshida) ประธานของแบรนด์มิกิโมโตก็ยืนยันกับเราว่าแม้แบรนด์จะดำเนินกิจการมาร้อยกว่าปีแล้ว คุณค่าดังกล่าวก็ยังคงได้รับการรักษาและเชิดชูไว้ไม่เสื่อมคลาย

LOfficielThailand-April17-Reinventing the Legacy-3

และหากกล่าวถึงความเป็นญี่ปุ่นแล้ว คุณภาพย่อมเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะทำให้มุกกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ แต่มิกิโมโตก็ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครื่องประดับมุกด้วยการนำเสนอมุกที่มีคุณภาพสูงสุดเท่านั้น นิยามของความหรูหราจึงไม่เลือนหายไปไหน “คุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่งครับ มุกของเราเป็นมุกที่เลี้ยงในบริเวณที่เป็นน้ำอุ่น มุกจึงมีคุณภาพสูง กล่าวคือเนื้อมุกมีความละเอียดมีขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีสีชมพูอ่อนๆและมีความแวววาวมากกว่ามุกชนิดอื่นๆ แต่ในมุกทั้งหมดที่เก็บได้ จะมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เรานำมาใช้ ความหรูหราจึงอยู่ในขั้นตอนการคัดสรร รวมถึงกรรมวิธีในการผลิตที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ หรือจะให้ชัดกว่านั้นคือการใส่ใจในความสมบูรณ์แบบ เราต้องแน่ใจว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบจึงจะส่งออกไปสู่มือลูกค้าได้คงเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นกระมังครับ ที่ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและภูมิใจกับความสมบูรณ์แบบในสิ่งที่ตนสร้างขึ้นให้กับลูกค้า” มร.โยชิดะกล่าวยิ้ม

ขอแนะนำ:  The New Black

LOfficielThailand-April17-Reinventing the Legacy-2

โดยในปัจจุบันนี้ มิกิโมโตในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่มีจำหน่ายใน 74 ประเทศทั่วโลกยังคงก้าวย่างไปข้างหน้าอย่างมาดมั่นและมั่นคง “ผมมองว่าเราต้องพยายามอยู่เสมอ การเป็นผู้นำในตลาดอาจทำให้เรารู้สึกภูมิใจว่าตนเองเก่ง แต่สิ่งสำคัญคือเรายังต้องพัฒนาให้มากขึ้น ให้แบรนด์ดียิ่งๆขึ้นไปอีกเป็นการก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน แต่ก็จะทำให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้นอีกครับ” มร.โยชิดะอธิบาย

ขอแนะนำ:  จิงจิง กับ Chanel J12 เรือนโปรด  

ช่างภาพ: Ekaphop Duangkham
ผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่น : Atinan Nitisunthornkul
เรื่อง: Chidsupang Chaiwiroj

 

READ MORE:

Share this Post