03_088+resize

SCENTED CANDLE IN THE LOVE STORY

In Beauty, News by L'Officiel Mode

เอกลักษณ์ เชิดชู 

ในค่ำคืนที่ปราศจากความสุข แต่แสงของเทียนที่มีกลิ่นหอมของอบเชยจางๆ ยังคงสว่างไสวให้จดหมายฉบับสุดท้ายจาก เซนต์วาเลนไทน์ ที่ลงท้ายว่า “From Your Valentine” กลายเป็นตำนานแห่งความรัก ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี กุหลาบเปรือบเสมือนตัวแทนของคู่หนุ่มสาวที่มอบแทนความรักแก่กัน ต้นอามันต์สีชมพูที่ “จูเลีย” คนรักของเซนต์วาเลนไทน์ปลูกใกล้หลุมศพของเซนต์วาเลนไทน์ กลายเป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์ และแสงของเทียน คือตัวแทนของความหวังที่นำมาซึ่งความห่วงหาสร้างกำลังใจให้กับทุกคนอย่างยั่งยืนจวบจนถึงปัจจุบัน

อาจกล่าวได้ว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศของค่ำคืนแห่งความสุขของทุกเทศกาลอบอวลไปด้วยความหอมจนน่าพิศมัย นั่นคือ เทียนหอม ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 นิยมใช้วัสดุธรรมชาติอย่างอบเชย พฤกษานานาชนิด ผสมเข้ากับไขผึ้งบริสุทธิ์จนเกิดและพัฒนาเป็นกลิ่นหอมหลากหลายกลิ่นจนถึงทุกวันนี้ ห้างดังของโลกอย่าง Liberty London ได้ให้นิยามเทียนหอมว่า “เทียนหอมเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของทุกช่วงเวลาแห่งความสุข” และวาเลนไทน์นี้ก็เช่นกัน เทียนหอมลักชัวรี่แบรนด์ดังจากทั่วโลก ทยอยผลิตกลิ่นที่สุดแสนจะโรแมนติกเอาใจคู่รักและผู้หลงใหลความหอมที่สุดแสนจะเย้ายวน แบรนด์ดังอย่าง Diptyque ที่มักจะมีคอลเลกชั่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ต้อนรับวาเลนไทน์พร้อมกลิ่นดั้งเดิมอย่าง Rosa Mundi (2,950 บาท)  ปีนี้ได้ร่วมมือกับสถาบัน Antoinette Poisson ของฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงและด้านการทำและพิมพ์ลายกระดาษในรูปแบบดั้งเดิมของศตวรรษที่ 18 ออกแบบลวดลายของแก้วที่บรรจุเทียนกลิ่นนี้ จึงอบอวลไปด้วยความหอมกลิ่นของกุหลาบมอญ และพิเศษด้วยกุหลาบสายพันธุ์เซนทิโฟเรียที่มีปลูกเฉพาะที่ฝรั่งเศสเท่านั้น รวมถึงสร้างความสมบูรณ์แบบด้วยกลิ่นของมะกรูดที่ทำให้รู้สึกสดชื่นในยามเช้า และหอมหวานด้วยกลิ่นกุหลาบในยามบ่าย ซึ่งล้วนเป็นเทคนิคและเสน่ห์ของการผสมกลิ่นเทียนที่สุดแสนจะแยบยล อีกหนึ่งแบรนด์ที่มีประวัติอันยาวนานถึง 370 ปีของฝรั่งเศสอย่าง เซียร์ทรูดอง (Cire Trudon) ที่เคยถวายการรับใช้ในการผลิตเทียนแก่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และ 16 , พระนางมารี อังตัวแนตต์ หรือ จักรพรรดินโปเลียน ก็ต่างไว้วางใจให้เซียร์ทรูดองเป็นผู้รังสรรค์เทียนที่มีกลิ่นหอมยาวนานซึ่งเป็นการเติมเต็มเสน่ห์ความหอมให้กับราชวงศ์ชั้นสูงทั้งสิ้น กลิ่นแทนดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างกลิ่น Trianon (ราคาประมาณ 3,450 บาท) คือกลิ่นที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง พระนางมารี อ็องตัวแน็ต ความงามดุจกุหลาบแห่งแวร์ซาย ตัวแทนของหญิงสาววัยแรกแย้มที่ผลิบานรอคอยความรักและหวนถึงความทรงจำท่ามกลางสวนแห่งแวร์ซายในช่วงเย็นของฤดูร้อน ที่เต็มไปด้วยกุหลาบขาว มัสค์ และมวลไม้หอมสีขาวนานาชนิด พระนางฉลองพระองค์แบบสามัญชนและมีเครื่องประดับเสริมเสน่ห์แค่เพียงกุหลาบสีชมพูดั่งกับภาพของ วีเฌ-เลอเบริง (Vigée-Le Brun) ที่วาดไว้เมื่อปี 1783 แต่สร้างความงามจนผู้คนต่างพูดถึงและเล่าขานจนปัจจุบัน สร้างเสน่ห์ฤดูร้อนของวาเลนไทน์ด้วยตำนานรักนิรันดร์ที่ยากจะลืม

ขอแนะนำ:  ADVANCED BEAUTY

เสน่ห์ของเทียนหอม คือคุณภาพและวัสดุที่ใช้ในการทำ เทียนหอมที่ดีมีส่วนผสมของไขผึ้งบริสุทธิ์ในการทำ จึงไม่เป็นอันตรายต่อการสูดดมและมีระยะเวลาการใช้งานที่ดีกว่า เทคนิคของการใช้งานเทียนหอมเพื่อระยะการใช้งานยาวนานและยังคงมีกลิ่นหอมสม่ำเสมอคือ ก่อนจุดใหม่ทุกครั้งที่ใช้งานให้ตัดไส้เทียนให้ได้ขนาดสูงจากเนื้อเทียนประมาณ 5 มม. และระยะเวลาการจุดไม่ควรเกิน 2 ถึง 3 ชม.ให้สังเกตุไส้เทียนจะเริ่มยาวและมีเขม่า ให้ดับเทียนก่อน เพื่อตัดไส้เทียนให้ได้ขนาดจึงจุดใหม่อีกครั้ง การดับเทียนให้ปิดฝาภาชนะให้แน่น หรือจุ่มไส้เทียนไปในน้ำตาเทียน อย่าเป่าให้เทียนดับ เพราะจะทำให้ไส้เทียนไหม้เป็นถ่านและมีผลในการจุดในครั้งต่อไปหากไส้เทียนสั้นกว่าไขผึ้ง นอกจากนี้กลิ่นของเทียนหอมที่ดีสามารถสร้างบรรยากาศของเวลาแห่งความสุขได้ทุกช่วงเวลา และสามารถจุดผสม 2 กลิ่นได้ในเวลาเดียว เพื่อกลิ่นที่แปลกไปกว่าเดิมแต่ซ่อนไว้ด้วยความละมุนของกลิ่นหอมรวมถึงอาจเป็นกลิ่นแทนสัญลักษณ์ของห้องภายในบ้านได้อีกด้วย Olivia Giacobetti หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Diptyque เคยเล่าไว้ถึงเสน่ห์ของเทียนหอมว่า “หญิงชายสร้างเสน่ห์ก่อนออกจากบ้านด้วยน้ำหอมกลิ่นที่ตนชอบเพื่อแสดงความเป็นตัวเอง เฉกเช่นกลิ่นหอมของห้องแต่ละห้องที่มีเทียนหอมจุดหรือวางไว้ก็ช่วยสร้างกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับบ้านของคุณเช่นกัน ซึ่งล้วนนำมาซึ่งรสนิยมและความรู้สึกทั้งสิ้น”

ขอแนะนำ:  POP GOES DIGITAL

ส่วนผสมหลักเพื่อสร้างกลิ่นของเทียนหอมมีส่วนช่วยสร้างอารมณ์และความรู้สึกได้ จะเห็นได้ว่าเวลาเช้าเทียนหอมที่มีส่วนผสมของ มะนาว มะกรูด มิ้นท์ หรือ ฟิก สร้างความสดชื่น รีแลกซ์ พร้อมสำหรับวันใหม่ ขณะเดียวกันกลิ่นของดอกไม้นานาชนิด รวมถึงกุหลาบ เหมาะสำหรับกลางวันหรือยามบ่ายในช่วงจิบชา กาแฟ ส่วนกลิ่นอย่าง กำยาน มัสค์ ชินนาม่อน หรืออบเชย รวมถึงไม้หอมนานาชนิด เหมาะสำหรับช่วงค่ำสำหรับมื้ออาหารหรือดินเนอร์สุดพิเศษ จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันเทียนหอมถูกแทรกซึมอยู่ในไลฟ์สไตล์ของชีวิตคนเมือง และเหมือนจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเป็นเงาตามตัว จนเป็นสัญลักษณ์ของความสุขในทุกโอกาส ที่สร้างตำนานความรักบทใหม่ที่ยากจะลืม

READ MORE:

Share this Post