ทิ้งหัวใจไว้ที่มัณฑะเลย์

In Escape, VIP Destination... by L'Officiel Mode

ใครที่กำลังจะวางแผนไปเที่ยวพม่า และลองค้นหาคำว่าท่องเที่ยวและพม่าในเสิร์ชเอ็นจินแล้ว ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมา หากไม่เป็นภาพของบอลลูนลอยละล่องอยู่เหนือทะเลเจดีย์แห่งพุกามยามอาทิตย์อัสดง ก็คงจะเป็นภาพของเจดีย์ชเวดากองทองอร่ามแห่งย่างกุ้ง น้อยนักที่จะมีภาพของเมืองมัณฑะเลย์ปรากฏให้เห็น

 แม้จะฟังดูย้อนแย้ง แต่หากมาพิจารณาดูดีๆแล้ว อดีตราชธานีแห่งนี้ก็ดูจะไม่ใช่ตัวแทนของประเทศพม่า หรือที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนามว่าเมียนมา (Myanmar) สักเท่าไหร่ ด้วยความที่ปิดประเทศมานาน พม่าจึงดูจะเป็นตัวแทนของความงามแบบไม่เหมือนใครที่ชวนให้หวนนึกถึงอดีตอันผ่านพ้น แต่มัณฑะเลย์กลับเป็นเมืองกึ่งเก่ากึ่งใหม่ หรือเป็นเมืองที่จอร์จ ออร์เวลนิยามไว้ในหนังสือเรื่อง Burmese Days ว่าช่างขัดแย้งในตัวเองเสียเหลือเกินเพราะในขณะที่ฟากหนึ่งของเมืองเต็มไปด้วยโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ในตัวเมืองที่กลับเต็มไปด้วยความสมัยใหม่ ทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่รวมถึงโรงแรมขนาดเล็กสุดโมเดิร์นพร้อมกับห้องพักแอร์เย็นเฉียบที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมือง ความไม่สอดคล้องนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เมืองแห่งนี้จึงไม่ค่อยอยู่ในลิสต์ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพม่านัก และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมัณฑะเลย์จึงเป็นเมืองที่ไม่ควรพลาด หากคุณอยากได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวประเทศพม่าที่ไม่เหมือนใคร

4 6 5

กำเนิดราชธานี
มัณฑะเลย์นั้นถือกำเนิดขึ้นในยุคที่พม่ากำลังพยายามต้านทานอิทธิพลของอังกฤษ เนื่องจากอมรปุระ ราชธานีเก่านั้นอยู่ติดกับแม่น้ำอิรวดี เมืองแห่งนี้จึงเสี่ยงต่อการถูกอังกฤษโจมตี พระเจ้ามินดงแห่งราชวงศ์คองบองจึงตัดสินพระทัยย้ายราชธานีมาอยู่ที่ทุ่งมัณฑะเลย์ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำประมาณ 5 ไมล์ และทรงพระราชทานนามให้ราชธานีใหม่ตามชื่อของภูเขามัณฑะเลย์ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง ตำนานกล่าวว่าพระพุทธองค์และพระอานนท์ได้เสด็จมาประทับพักที่นั่น พระพุทธองค์ได้ประทานพุทธทำนายไว้ว่า เมื่อพุทธศาสนาครบ 2,400 ปี จะเกิดมีเมืองใหญ่เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาขึ้นที่เชิงเขาแห่งนี้ ด้วยความที่ทรงเป็นพุทธศาสนิกชนผู้มีความศรัทธาแรงกล้า พระเจ้ามินดงจึงทรงกระทำให้พุทธทำนายเกิดเป็นความจริง การย้ายราชธานีจึงดูสมเหตุสมผลทั้งด้านกลยุทธ์การปกครองและด้านความเชื่อทางพระพุทธศาสนา แล้วหมู่บ้านเล็กๆ ที่เคยเป็นจุดแวะพักของคาราวานพ่อค้าจากจีนที่จะเดินทางต่อไปยังอินเดียก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ร่องรอยแห่งความรุ่งเรือง
พระเจ้ามินดง เรียกได้ว่าเป็นกษัตริย์หัวก้าวหน้า พระองค์เป็นผู้ริเริ่มให้ใช้เงินแท่งทองแทงเป็นมาตรฐานการแลกเปลี่ยน ตั้งโรงกษาปณ์ ปรับปรุงการคมนาคมทางบกและทางน้ำ อีกทั้งยังทรงโปรดให้ผู้เชี่ยวชาญชาวยุโรปเข้ามาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และป่าไม้ และหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของพระองค์ก็คือพระราชวังมัณฑะเลย์ที่มีอาณาเขตกว้างขวางถึง 413 เฮกเตอร์

ด้วยความที่พื้นที่แต่เดิมของพระราชวังแห่งนี้เป็นพื้นที่โล่ง พระเจ้ามินดงจึงสามารถสร้างพระราชวังให้ใหญ่เท่าที่ทรงโปรด ตำหนักต่างๆ นั้นแต่เดิมสร้างด้วยไม้สักแทบทั้งหมด โดยพระองค์ได้โปรดให้รื้อไม้จากพระราชวังเดิมที่อมรปุระมาสร้างตำหนักใหม่ที่นี่ ส่วนสาเหตุที่ต้องสร้างให้ใหญ่ขนาดนี้นั้น ว่ากันว่าหลังจากแพ้รบอังกฤษในสงครามพม่าครั้งที่ 2 พระเจ้ามินดงจึงทรงอยากแสดงแสนยานุภาพให้ชาวตะวันตกเห็น นอกจากนี้การสร้างพระราชวังมัณฑะเลย์ยังเหมือนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในหมู่ชาวพม่าด้วย พื้นที่พระราชวังเก่าภายในเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละ 2 กิโลเมตร มีกำแพงก่อด้วยอิฐใช้สอดินใบเสมาอยู่ข้างบนล้อมรอบ สูงราว 8 เมตร มีเชิงเทินดินอยู่ภายใน มีประตู 12 ประตู ทิศละ 3 ประตู ถัดจากกำแพงวังมีคูน้ำกว้าง 75 เมตร ลึก 4 เมตรอยู่ล้อมรอบ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังมัณฑะเลย์ถูกใช้เป็นกองบัญชาการของกองทัพญี่ปุ่น และท้ายสุดก็ถูกทหารอังกฤษโจมตีจนไฟใหม้เสียหายแทบทั้งหมด โดยอาคารทั้งหมดที่เห็นในทุกวันนี้เป็นของจำลองจากของจริงเท่านั้น อาคารเดียวที่ยังคงอยู่คือพระราชมณเฑียรทองชเวนันดอร์ ที่พระเจ้าสีป่อ พระราชโอรสของพระเจ้ามินดงที่เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าได้ทรงโปรดให้รื้อมาประกอบใหม่นอกกำแพงวัง แต่เดิมนั้นพระราชมณเฑียรแห่งนี้เคยเป็นอาคารที่ปิดทองทั้งหลัง แต่ปัจจุบันได้หลุดลอกออกไปหมด คงเหลือแต่โครงสร้างที่ทำจากไม้สักทองสุดวิจิตรให้ได้ชม

ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา
เนื่องจากพระเจ้ามินดงทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัด อีกทั้งยังทรงเชื่อในพุทธทำนายที่ว่าเมืองมัณฑะเลย์นี้จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงโปรดให้มีการสังคายนาพระไตรปิฏกครั้งแรกในพม่า และครั้งที่ห้าในประวัติศาสตร์ขึ้นที่นี่ และโปรดให้มีการจารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ลงในแผ่นหินอ่อน 729 แผ่น วัดกุโสดอ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังมัณฑะเลย์ ที่นี่จึงถูกเรียกว่าเป็นพระไตรปิฎกหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในการสังคายนาครั้งนี้มีพระสงฆ์และพระอาจารย์ผู้แตกฉานในพระปริยัติธรรมร่วมประชุม 2,400 ท่าน กระทำอยู่ 5 เดือนจึงสำเร็จ

 ข้ามมาอีกฟากหนึ่งของเมืองเป็นที่ตั้งของวัดพระมหามัยมุนี ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระมหามัยมุนี หนึ่งในเบญจมหาบูชาสถานของพม่า พระมหามัยมุนีซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าจันทสุริยะแห่งแคว้นยะไข่ ต่อมาพระเจ้าปดุงแห่งราชวงศ์คองบองได้ตีดินแดนยะไข่ และได้อัญเชิญพระมหามัยมุนีมาประดิษฐานที่มัณฑะเลย์ ว่ากันว่าการได้ครอบครองพระมหามัยมุนีอันศักดิ์สิทธิ์ทำให้พระเจ้าปดุงเกิดฮึกเหิมและยกทัพเก้าทัพมาตึกรุงศรีอยุธยาถึง 2 ครั้ง

ด้วยความเชื่อที่ว่าพระมหามัยมุนีเป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต เนื่องจากได้รับประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้า ทุกเช้าจึงมีประเพณีล้างพระพัตร์พระมหามัยมุนี โดยเริ่มจากการบรรเลงเพลงเพื่อปลุกพระพุทธรูป จากนั้นเจ้าอาวาสจะล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบผสมทานาคา ก่อนที่จะให้พุทธศาสนิกชนชายเข้าไปปิดทองบนองค์พระ ซึ่งหากใช้นิ้วกดลงไปจะพบว่าเนื้อของพระพุทธรูปนั้นนิ่มด้วยแผ่นทองที่ปิดทับกันไปเป็นพันๆ ชั้น จนพระมหามัยมุนีมีชื่ออีกชื่อว่าพระเนื้อนิ่มโดยทุกๆเช้าก่อนเวลาตีสี่ พุทธศาสนิกชนจากทั่วพม่า หรือแม้แต่ทั่วโลกจะมารอเข้าคิวหน้าประตูเพื่อให้ได้เข้าไปบูชาใกล้องค์พระมากที่สุด หากอยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวมัณฑะเลย์ยามเช้า ที่นี่คงเป็นที่ที่ดีที่สุด

13 16 10

Processed with VSCO with c1 preset

และหากพูดถึงพระพุทธศาสนาในมัณฑะเลย์ จะไม่พูดถึงเขามัณฑะเลย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองคงไม่ได้ อย่างที่พุทธทำนายว่าไว้ เขามัณฑะเลย์ถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดหมายของผู้ที่มาจาริกแสวงบุญตั้งแต่อดีต เนื่องจากมีศาสนสถานที่สำคัญมากมาย ตั้งแต่วิหารบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปปางพยากรณ์ รวมถึงวิหารชูตองพญาบนยอดเขาที่ภายในพระดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ ในขณะที่ตัววิหารนั้นประดับด้วยกระจกหลากสีสัน วิหารซูตองพญานี้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกยอดนิยมของเมือง เพราะนอกจากจะมองออกไปเห็นทิวทัศน์ของมัณฑะเลย์ไกลจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว เมื่อแสงอาทิตย์สาดมากระทบกับตัวอาคาร วิหารซูตองพญาก็จะสะท้อนแสงมลังเมลืองเป็นที่น่าอัศจรรย์แก่สายตาอีกด้วย เรียกว่าราคาตั๋วสำหรับกล้องราคา 1000 จ๊าดนั้นคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

Processed with VSCO with c1 preset

18

*บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารวีสมายล์ ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2558

READ MORE:

ขอแนะนำ:  L'OFFICIEL MY WORLD EP.4 presented by Mercedes Benz Thailand

Share this Post