Sunday, July 12, 2020

SARAH MOON FOR NARS HOLIDAY 2016 COLLECTION

Made to Last: อะไรทำให้ Nars แตกต่าง? François Nars ได้ให้คำตอบนั้นไว้พร้อมอธิบายถึงคอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2016

ถึงแม้ว่าวันนี้ลอฟฟีเซียลจะได้เดินทางมายังกรุงนิวยอร์กเพื่อร่วมสนทนากับฟรองซัวส์ นาร์สเนื่องในโอกาสที่นาร์สกำลังจะเปิดตัวคอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2016 ซึ่งร่วมสร้างสรรค์กับศิลปิน แต่เนื้อหาการสนทนานั้นสร้างแรงบันดาลใจให้เรามากกว่าการพูดคุยเกี่ยวกับ ‘เครื่องสำอาง’ ครั้งอื่นอย่างไม่อาจเปรียบเทียบ
ก่อนอื่นเราคงต้องเล่าถึงคอลเลกชั่นนี้เสียก่อน แนวคิดหลักคือ ‘ภาวะโปร่งแสง’ (translucency) ซึ่งเป็นความคิดของซาร่าห์ มูน ศิลปินและช่างภาพที่ได้มาร่วมสร้างงานคอลลาบอเรชั่นในครั้งนี้ “เธอชอบความใส อ่อนเบา และความเป็นเฟมินีนของมัน” ฟรองซัวส์กล่าว และด้วยความที่ทั้งสองต่างรักช่างยุค 1920s หลังจากการประชุมอันยาวนาน พวเขาจึงได้ภาพของคอลเลกชั่น ซึ่งก็คือ “Metropolis of Glass” นั่นเอง โดย Metropolis นั้นคือชื่อของภาพยนตร์ไซ-ไฟในปีค.ศ. 1927 ซึ่งซาร่าห์บอกไว้ว่า “เป็นส่วนผสมของอาร์ตเดโคและพลาสติกอะคริลิก เป็นยุคหุ่นยนต์ในอนาคตแต่ในอารมณ์ที่ย้อนไปยังยุค 1920s”
หากคิดว่ายังซับซ้อนเกินไป ภาพแคมเปญนั้นน่าจะทำให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้น อันที่จริงแล้ว ภาพเหล่านั้นคือ “Metropolis of Glass” ที่เกิดจากมโนภาพของซาร่าห์ มูน โดยเธอได้ถ่ายภาพทั้งหมดขึ้นใหม่เพื่อโปรเจ็กต์นี้โดยเฉพาะ โคดี้ ยัง (Codie Young) และแอนนา คลีฟแลนด์ (Anna Cleveland) สองนางแบบปรากฏในคอร์เซ็ตโปร่งใส พร้อมดวงตาแบบสโมกกี้ที่ซาร่าห์ชื่นชอบ.. ที่สุดแล้ว คอลเลกชั่นที่ซาร่าห์ร่วมสร้างกับนาร์สนี้เป็นเรื่องของ ‘วีรสตรี’ ในแบบของซาร่าห์ เธอเป็นผู้หญิงจริงๆที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ละเอียดอ่อน บอบบาง น่าทะนุถนอม แต่กระนั้นก็มีพลัง แข็งแกร่ง และทันสมัยอยู่เสมอ
ในทุกๆปี คอลเลกชั่นฮอลิเดย์นั้นจะเป็นโอกาสที่ฟรองซัวส์ นาร์สจะร่วมสร้างคอลเลกชั่นพิเศษโดยร่วมงานกับศิลปินหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นแอนดี้ วอร์ฮอล (2012)  กี โบร์แดง (2013) หรือสตีเว่น ไคลน์ (2015)… เราเริ่มบทสนทนานี้ด้วยคำถามที่สงสัยมานาน

sarah-moon-for-nars-sarah-moon-and-francois-nars-image-jpeg
Sarah Moon & Francois Nars

แบรนด์อื่นๆชอบที่จะใช้คนดังกระแสหลักมาคอลลาบอเรตด้วย ทำไมคุณถึงเลือกที่จะทำงานกับศิลปินมากกว่า
“เพราะผมรักศิลปินครับ ผมก็ชอบพวกป๊อปสตาร์นะอย่าเข้าใจผิด แต่ศิลปินมีสิ่งที่อยากจะพูดมากมายและมีพรสวรรค์อย่างน่าทึ่ง การได้ทำงานกับช่างภาพ จิตรกร หรือวันหนึ่งอาจเป็นปฏิมากรสักคนน่ะ น่าตื่นเต้นมาก เพราะพวกเขาสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้เราได้แนวคิดสร้างสรรค์มากมาย”

สำหรับคุณ อะไรคือความงาม
“สำหรับตอนนี้.. ซาร่าห์ มูนครับ เธอแผ่กระจายความงามในหลายระดับ เป็นความงามบริสุทธิ์ เธอเป็นช่างภาพความงาม (Beauty Photographer) ที่เยี่ยมยอด ซึ่งสมัยนี้หายากมาก ช่างภาพแฟชั่นน่ะมีเยอะมาก หลายร้อยจนผมเลิกนับแล้ว แต่ช่างภาพที่ถ่ายภาพบิวตี้ได้ดีจริงๆน่ะหายากมาก เพราะการถ่ายบิวตี้นั้นยากน่ะสิครับ ต้องจับช่วงเวลา จับความรู้สึก จับความงาม ณ กชั่วขณะนั้น เหมือนเป็นปรัชญาชีวิต คุณต้องเข้าใจว่าการถ่ายภาพบิวตี้ไม่ใช่แค่การถ่ายภาพของสีลิปสติกหรืออายแชโดว์ ซาร่าทำให้มันเป็นชั่วขณะที่มีสิ่งพิเศษเกิดขึ้น อาจเป็นท่าทางบางอย่าง ซึ่งทำให้ภาพนั้นพิเศษ ดังนั้นสำหรับผม ซาร่าจึงเป็นร่างจุติของความงาม”

อะไรคือแรงบันดาลใจตลอดกาลของคุณ
“ธรรมชาติครับ ผมรักธรรมชาติ ผมชอบเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพ ตาฮิติ ปารีส หรือลอนดอน ผมรักการเดินทาง บางครั้งก็ชอบเดินทางสู่ธรรมชาติจริงๆ ธรรมชาติบริสุทธิ์อย่างชายหาดหรือป่าเขา จริงๆแล้วผมโตขึ้นทางตอนใต้ของฝรั่งเศสใกล้ๆภูเขา Pyrenees ดังนั้นผมเลยรู้สึกเชื่อมโยงกับภูเขามาโดยตลอด สีสัน แสง เส้นสายของภูเขา ทุกอย่างก่อให้เกิดแรงบันดาลใจทั้งนั้น ทุกครั้งที่ผมไป เหมือนได้ไปเติมพลังงาน ตอนนี้ผมเริ่มจะชอบชายหาดหรือมหาสมุทรมากขึ้นเรื่อย ลองจินตนาการถึงสีสันของน้ำและท้องฟ้าสิครับ ผมมองได้ไม่มีวันเบื่อเลยล่ะ แล้วก็มีอย่างอื่นอีก ดนตรี ภาพยนตร์ ละครเพลง.. ศิลปะทั้งหมดนั่นล่ะครับ (คิดอยู่พักหนึ่ง) จริงๆแล้ว ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงามครับ ไม่ว่าที่ใดที่มีความงามต่างก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมได้ทั้งนั้น ยกเว้นสิ่งที่อัปลักษณ์”

nars-2
ผลงานต่างๆ ของ Sarah Moon

คุณเคยพูดไว้ว่า “การได้ดูซาร่า มูนถ่ายภาพเป็นบทเรียนชีวิตชั้นเลิศ”
“การได้เห็นเธอทำงานน่ะน่าตื่นตาตื่นใจมากจริงๆ ทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กมาก จริงๆแล้วผมรักงานของเธอตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมได้เห็นงานของเธอเป็นครั้งแรกตอนอายุ 10-11 ขวบเท่านั้น เหมือนฝันที่เป็นจริงเลยครับ ผมได้เห็นความสัมพันธ์ วิธีที่เธอจัดการกับนางแบบ จัดแสง ไปจนถึงพื้นหลัง อย่างที่บอกคือเธอสร้างโลกของตัวเอง ให้แรงบันดาลใจและน่าทึ่งมากๆ อารมณ์เหมือนกับเด็กที่ได้เข้าไปในดิสนี่ย์เวิลด์เลยล่ะครับ”

คุณเริ่มงานคอลลาบอเรชั่นครั้งนี้อย่างไร?
“เริ่มโดยการคุยกับทีมงานของนาร์สครับ ซึ่งพวกเขาก็จะถามผมอยู่เรื่อยๆว่าคนโปรดที่ผมอยากจะทำงานร่วมกันมีใครบ้าง เราก็จะมีลิสต์ศิลปินที่ผมชอบและอยากจะทำงานด้วย ทั้งคนที่ยังมีชีวิตอยู่และบางคนที่จากโลกนี้ไปแล้ว อย่างตอนนี้เราก็วางแผนงานคอลลาบอเรชั่นครั้งต่อไปแล้ว ผมยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่ก็จะน่าทึ่งไม่แพ้กันครับ.. จากนั้นเราก็จะติดต่อไปที่ศิลปิน เพื่อจะได้รู้ว่าเขาสนใจจะทำงานกับเราไหม จากนั้นถ้าเป็นไปอย่างที่หวัง คือศิลปินคนนั้นตื่นเต้นที่จะได้ทำงานกับเรา เราก็จะเริ่มด้วยการประชุมกับฟาเบียน (Fabien Baron: ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบรรจุภัณฑ์ให้กับนาร์สเสมอ) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด ประชุมกับศิลปิน แล้วก็ประชุมกับทีมงานของนาร์ส คุยกันเกี่ยวกับทุกเรื่องครับ ตั้งแต่ความคิดต่างๆ ภาพที่จะนำเสนอ แพ็กเกจจิ้ง ภาพแคมเปญจะเป็นอย่างไร อย่างในกรณีของคอลเลกชั่นสตีเว่น ไคลน์ปีที่แล้ว เราใช้ผลงานเก่าๆที่เขาเคยสร้างไว้แล้ว แต่ในกรณีของซาร่า เราขอให้เธอถ่ายภาพให้เราใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เธอต้องการเช่นกันครับ เธออยากจะถ่ายภาพแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเยี่ยมมาก ในอนาคตถ้าได้ทำงานกับช่างภาพคนอื่นอีก ผมก็จะขอให้เขาถ่ายภาพใหม่เพื่อเราแทนที่จะใช้ผลงานเก่าๆครับ”

nars-1
การแต่งหน้าแบบแอนนา คลีฟแลนด์ สำหรับใช้ในงานโฆษณา Sarah Moon for NARS Holiday 2016 Collection

เป็นความคิดของซาร่าเองมากแค่ไหน?
“จริงๆแล้วทุกอย่างเป็นความคิดของซาร่าตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ เธอเป็นคนตัดสินใจตั้งแต่เรื่องสไตลิ่ง การทำสี ทุกอย่างยกเว้นบรรจุภัณฑ์ครับ เพราะนั่นเป็นงานของฟาเบียน ส่วนผมก็ช่วยดูเรื่องสีของผลิตภัณฑ์ ว่าจะเป็นลิปสติกหรืออายแชโดว์สีอะไร ซึ่งผมว่าผมก็รู้จักซาร่าและงานของเธอเป็นอย่างดี แต่นอกจากนั้นเธอทำเองหมดครับ เราให้อิสระเธอเต็มที่ที่จะทำอย่างที่อยากทำ”

คุณใช้อะไรเป็นตัวตัดสินว่าปีนี้จะร่วมงานกับศิลปินคนไหน ทำไมต้อง Steven Klein สำหรับปี 2016 แล้วเป็น Sara Moon สำหรับปี 2016
“โอ้ ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยครับ จริงๆวิธีการของผมค่อนข้างจะไม่มีแบบแผนมากๆ พูดง่ายๆว่าถ้าติดต่อใครไปแล้วเขาตอบกลับมาก่อน ก็ทำคนนั้นก่อน (หัวเราะ) เราไม่มีการจัดลำดับขั้นโดยเฉพาะ อย่างกรณีของซาร่าเราติดต่อเธอไปเมื่อปีที่แล้ว แล้วกระบวนการทั้งหมดก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งปี ซึ่งถือว่าเร็วนะเพราะเธอตื่นเต้นกับโปรเจ็กต์นี้ ดังนั้นคอลเลกชั่นของเธอเลยเป็นคอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2016 พอดี”

นั่นแปลว่าผลิตภัณฑ์ของคุณนั้นอยู่เหนือกระแสหรือเปล่า
“แน่นอนครับ สังเกตได้ว่าผมจะเลือกทำงานกับสิ่งที่ไร้กาลเวลา อย่างของกี โบร์แดง (ฮอลิเดย์ 2013) ผมไม่เคยทำอะไรแค่เพราะมันเป็นสิ่งที่คนกำลังพูดถึงอยู่ในตอนนั้น ไม่ใช่แค่ ‘Fashion Moment’ ผมชอบอะไรที่ไร้กาลเวลา.. จริงๆแล้วผมเกลียดอะไรที่เป็นแค่ ‘Thing of the Moment’ กรอบนั้นมันจำกัดความคิดมากเกินไป.. ผมรู้ว่าผู้คนรักที่จะตามกระแส หรือชอบอะไรที่เป็นตอนนี้ แต่มันไม่ใช่สำหรับผมเท่าไหร่ครับ ผมสร้างสิ่งที่จะคงอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องยากกว่านะ”

nars-3
ไอเทมต่างๆ ของคอลเลกชั่นนี้

มีช่วงไหนในกระบวนการที่คุณกับซาร่าไม่เห็นด้วยกันบ้างไหม
“ไม่เลยครับ สิ่งเดียวที่เราไม่ค่อยแน่ใจในตอนแรกก็คือนางแบบที่เราจะใช้ในแคมเปญ เพราะเธอชอบโคดี้ ยังมาก แต่ผมและแพตตี้ วิลสัน สไตลิสต์ของเธอ อยากแนะนำแอนนา คลีฟแลนด์ให้เธออีกคน เพราะเราคิดว่าแอนนายอดเยี่ยมและเหมาะกับสไตล์ของซาร่าห์ด้วย ตอนแรกซาร่าห์ก็ลังเลนิดหน่อยเพราะไม่เคยทำงานร่วมกัน แต่เมื่อทำงานด้วยแล้ว ซาร่าห์ก็เริ่มตกหลุมรักแอนนาขึ้นเรื่อยๆครับ นอกจากนั้นไม่มีข้อขัดแย้งเลยครับ เพราะเราเชื่อใจกันมาก ทั้งจากฝั่งผมและจากฝั่งของซาร่าห์ด้วย นับเป็นการร่วมงานที่ง่ายที่สุดที่ผมเคยทำทีเดียว”

Other Articles

กว่าจะเป็นผลงานโอต กูตูร์ อันลือเลื่อง จาก Chanel Haute Couture Autumn/Winter 2020

ภายใต้ความเผ็ดซ่าของ 'ลุคเจ้าหญิงสายพังก์ที่ออกมาจากไนต์คลับในเลอปาลาซ' อีกหนึ่งสิ่งที่เห็นจะเป็นใจความสำคัญในผลงาน โอต กูตูร์ สำหรับชาเนล คือกระบวนการสร้างสรรค์ของช่างมากฝีมือหลากหลายแขนงในอเตลิเยร์หมายเลข 31 บนถนนรูกัมบง ซึ่งต่างระดมไอเดียจากทั้ง ช่างแพทเทิร์น ช่างตัดเย็บในห้องเสื้อ หลอมรวมกับเทคนิคชั้นครู จนกลายเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซ ที่เวอร์จินี วิยาร์ด นำเสนอสู่โลกแฟชั่นชั้นสูงภายใต้รูปแบบ ดิจิตอล พรีเซเทชั่น  https://m.youtube.com/watch?v=uj1yRUUOvuA และเพื่อย้ำชัดในจุดยืนอันแน่วแน่ หลังจบการนำเสนอในครั้งนี้ ชาเนล จึงปล่อย แฟชั่นฟิล์มภาพขาวดำที่ถ่ายทอดเรื่องราว หลังม่านอเตลิเยร์ ให้ผู้ชมได้เห็นกระบวนการทำงานอันแสนละเอียด ของช่างมากฝีมือ ซึ่งต่างมองเห็นความหมายของผลงานโอ กูตูร์ เป็นมากกว่า เครื่องแต่งกายที่ใช้สวมใส่ หากแต่สิ่งที่ตั้งใจทำอยู่นี้เปรียบเสมือนกับหัวใจสำคัญของแบรนด์ ที่เวอร์จินี วิยาร์ดตั้งใจสานต่อจิตวิญญาณของชาเนลให้คงอยู่  https://m.youtube.com/watch?v=Xl1c_iKHTK8 โดยผลงานแฟชั่นฟิล์มดังกล่าว ได้ โลอิก พรีฌองต์ ผู้กำกับคู่บุญ ที่เคยสร้างสรรค์สารคดีถึงคาร์ลผู้ล่วงลับ ในKarlLagerfeld Sketches...

‘เลดี้ กาก้า’ พรีเซ็นเตอร์ Voce Viva น้ำหอมใหม่จากแบรนด์ Valentino ก.ย. นี้

เรียกว่าเป็นป๊อปสตาร์ตัวแม่ที่จัดจ้าน ทั้งงานเพลง แฟชั่น และภาพลักษณ์ด้านความสวยความงาม สำหรับนักร้องสาววัย 34 ปี 'เลดี้ กาก้า' หลังเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองในชื่อ Haus Laboratories เมื่อปี 2019 ตามต่อด้วยการคัมแบ็คในอัลบั้มชุดที่ 6 'Chromatica' ที่มีงานเพลงสุดเซอร์ไพรส์ร่วมกับสาว BLACKPINK เกิร์ลกรุ๊ปมาแรงจากเกาหลี ในชื่อเพลง 'Sour...

เรื่องเล่าจากแฟชั่น วีคของ PUMA ROSE BUCK

ฟัง พูมา โรส บัก เล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์นางแบบ ช่วงแฟชั่นวีกแรกในชีวิตของเธอเป็นอย่างไร ? คุณเคยย้อมผมแดงเพื่อเป็นเกียรติแก่สไตล์ของแม่คุณในยุค 1990s ใช่ไหม “ฉันอยากบอกว่าก็เคยคิดแบบนั้นนะ...