4 Must-See Movies About the Journey of Life

In Culture, Movie by L'Officiel ModeLeave a Comment

วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ หากคุณไม่ได้มีดินเนอร์กับหวานใจหรือโปรแกรมพิเศษที่ไหน ลอฟฟีเซียลขอนำเสนอลิสต์รายชื่อของภาพยนตร์ที่จะพาคุณไปร่วมค้นหาคำหมายของชีวิตผ่านตัวละครในอันแสนน่าจดจำ ไปกับการเดินทางที่ทำให้รู้จักคำตอบของชีวิตอย่างแท้จริง จะมีเรื่องใดน่าสนใจกันบ้าง ติดตามได้ที่นี่ค่ะ


Up in the Air (2009)

ไรอัน บิงแฮม (จอร์จ คลูนีย์) มีอาชีพสุดประหลาดเพราะเขาทำงานให้กับบริษัทที่รับจ้างไล่คนออก หน้าที่ของไรอันคือบินไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อแจ้งข่าวร้ายกับลูกจ้างบริษัทต่างๆว่าพวก-เขากำลังจะได้พักผ่อนจากการทำงานตลอดชีวิต ด้วยหน้าที่การงานแบบนี้ ทำให้ไรอันต้องเดินทางตลอดเวลา แทบจะไม่มีชีวิตส่วนตัวหรือได้สุงสิงกับใคร เมื่อน้องใหม่ไฟแรงอย่างนาตาลี (แอนนา เคนดริก) เข้ามาปรับเปลี่ยนระบบงานใหม่ ทำให้เขาไม่ต้องเดินทางไปแจ้งข่าวร้ายกับพนักงานแบบตัวต่อตัวแล้ว เขาจึงรู้สึกว่าบางครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างหน้าจอนั้นก็ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงเสมอไป


Into the Wild (2007)

ขอแนะนำ:  'See You Up There' หนึ่งในหนังคุณภาพของเทศกาลภาพยนตร์ฝรั่งเศส 2018

หากจะหาเหตุผลดีๆว่าเหตุใดคริสโตเฟอร์ แมคแคนเลส (เอมิล เฮิร์ช) เด็กหนุ่มเรียนดีฐานะดี ครอบครัวดี จึงตัดสินใจบริจาคเงินทั้งหมด 25,000 เหรียญให้กับองค์กรการกุศล ยกรถยนต์ให้กับคนยากไร้ข้างถนน และออกเดินเท้ามุ่งสู่รัฐอลาสก้าเพียงคนเดียวเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่เขาเชื่อ หนึ่งในเหตุผลที่พอจะคิดออกก็คือ “ไอ้นี่มันบ้า” แต่เมื่อชมภาพยนตร์ค้นหาตัวเองของหนุ่มน้อยคนนี้จบแล้ว เราอาจจะคันเท้าอยากลุกออกเดินไปหา “ความฝัน” ของตัวเราที่ถูกซุกไว้ในมุมอับของชีวิต เนื่องจากภาระหน้าที่การเรียน การงาน และการดำเนินชีวิตบดบังมันไปหมดแล้ว คริสโตเฟอร์นั้นไม่ได้บ้าไปกว่าคนอื่นเมื่อเขาออกเดินเท้า

Last Night (2010)

เรื่องราวเพียงหนึ่งคืนของคู่สามีภรรยา โจแอนนา (เคียร่า ไนท์ลีย์) และ ไมเคิล (แซม เวิร์ธทิงตัน) ที่สามีต้องออกเดินทางไปทำงานเพียงหนึ่งคืนกับเพื่อนร่วมงานที่เขาแอบมีใจให้ (อีวา แมนเดส) ในขณะที่ภรรยาที่รออยู่ที่อพาร์ตเมนต์นั้นได้บังเอิญเจอแฟนเก่า (กุยโลม คาเน่ต์) และใช้เวลาหนึ่งคืนกับเขา ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวตัดสลับระหว่างชีวิตหนึ่งคืนของคู่สามีภรรยาที่ต้องต่อสู้กับตัณหา ความถูกต้อง ความรัก อดีต และความเจ็บปวดภายในใจได้อย่างเนิบนาบ ไม่ซึ้งกินใจแบบน้ำตาร่วงแต่ก็จริงกระทั่งกลับมาฉุกคิดว่า ระหว่างการเดินทางร่วมกันมาของสองสามีภรรยา กับการเดินทางออกไปต่างเมืองระยะสั้นๆ (หรืออยู่ในเมืองเพียงลำพัง) กับคนที่เพียงผ่านเข้ามาในชีวิตนั้น การเดินทางแบบไหนส่งผลอย่างไรกับการดำเนินชีวิต และความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้ไปสู่อลาสก้า และถูกพบเป็นศพหลังจากนั้นไม่นาน แต่เขากล้ามากกว่าคนอื่นที่จะออกเดินทางเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่เขาเชื่อเท่านั้นเอง

ขอแนะนำ:  อัพเดท! แฟชั่นแบรนด์ดัง กับผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่ Salone del Mobile 2018  


Eat Pray Love (2010)

นับตั้งแต่สังคมมนุษย์เริ่มต้นขึ้น ผู้หญิงถูกจำกัดบทบาทหน้าที่อยู่เพียงแค่ “ภรรยา” และ “มารดา” แทบจะไม่มีใครคิดจะลุกขึ้นมาต่อต้านหรือตั้งคำถามกับ “การแต่งงาน” และ “การสร้างครอบครัว” ที่ต้องมาถึงเมื่อผู้หญิงถึงวัยอันควรแทบจะทุกคน เมื่ออลิซาเบธ กิลเบิร์ต (จูเลีย โรเบิร์ต) รู้สึกว่าการแต่งงานของเธอนั้น “ไม่ใช่” และมาถึงจุดจบด้วยการหย่าร้าง เธอจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวเอง แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะดูฟีลกู้ดเกินจริง เพ้อฝันเกินพิกัดไปหน่อย แต่ถ้าหากมองให้ลึกๆแล้ว ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความฝัน ความปรารถนาอยู่ในตัวทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถก้าวข้ามผ่านความคาดหวังของสังคม และใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ เพื่อความสุขของตัวเองโดยไม่แคร์สายตาสังคมได้หรือไม่

Share this Post